กริชอาถรรพ์ของขุนโจรอะแวสะดอ

“เรื่องเล่าลี้ลับวิชาคาถาอาคมทั้งหลายเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลที่ได้มีการเล่าสืบทอดต่อๆกันมามากมายจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน” เรื่องราวที่ได้นำมาแบ่งปันในวันนี้เป็นเรื่องเล่าของ อะแวสะดอ ตาเเละขุนโจรแห่งเขาบูโดผู้มีวิชาคงกระพันชาตรีจนเป็นที่ล่ำลือและคร้ามเกรงของบรรดาชาวบ้านทางการเองในอดีตเป็นอย่างยิ่ง

ชื่อของตำนานแห่งเทือกเขาบูโดผู้นี้ในคำว่า สะดอ หรือ สีดอ นั้นแปลความหมายว่า ช้างตัวผู้ไม่มีงาย้อนกลับไปก่อนยุคของมหาเอเชียบูรพาเล็กน้อย ได้มีมือปราบจอมขมังเวทย์นายหนึ่งได้อาสาเข้ามาทำหน้าที่ปิดตำนานของขุนโจรหนังดีแห่งเขาบูโดผู้นี้ลงได้สำเร็จและกลายมาเป็นตำนานมือปราบจอมอาคมที่ไม่ว่าเสือร้ายไหนเมื่อได้ยินชื่อก็เป็นต้องขยาดที่จะเผชิญนามของท่านนั้นก็คือ “ขุนพันธรักษ์ราชเดช

ก่อนที่อะแวสะดอจะถูกท่านขุนพันธรักษุ์ราชเดชสยบลง ในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๔๘๑ ท่านขุนพันธ์ฯ
ได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นนายร้อยตำรวจเอกและในปีเดียวกันนั้นท่านขุนพันธ์ฯได้ความดีความชอบต่อบ้านเมืองยิ่งอย่างหนึ่งนั้นคือการเข้าผจญกับขุนโจรชาวมุสลิมนามว่า “อะแวสะดอ ตาและ” ผู้เป็นหัวหน้ากองโจรแห่งเขาบูโดนอกจากจะปล้นตามปกติแล้วยังมีเบื้องหลังแฝงที่เกี่ยวกับความไม่สงบของ ๔ จังหวัดของภาคใต้อีกด้วยซึ่งมีผู้มีอิทธิคอยช่วยเหลืออยู่

มีเรื่องเล่าว่าอะแวสะดอ ตาและ ผู้นี้เวลาของขึ้นจะสั่งลูกน้องของตนให้ช่วยกันระดมสาดลูกตะกั่วเข้าใส่ตนแบบไม่ยั่ง

อะแวสะดอ เขาเป็นชาวบ้านกาเยาะมาตี อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่แถบเชิงเขาบูโดตามในบันทึกของทางการได้กล่าวไว้ว่าประวัติของอะแวสะดอ ตาและนั้นเขาเป็นลูกชายของ “โต๊ะยี”ชาวอิสลามที่มีผู้คนนับหน้าถือตากันอย่างกว้างขวางบ้านเดิมของเขาอยู่ที่หมู่บ้านโล๊ะบา ตำบลจำปากอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นโจรปล้นทรัพย์ตำรวจจับได้และเคยส่งไปรับโทษที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมกับนายสะมะแอ ลูกน้องคนสนิท ต่อมาทั้งสองคนหลบหนีกลับมาได้

เมื่ออะแวสะดอ ตาและกับ สะมะแอ หนีกลับไปยังนราธิวาสแล้ว จึงมีการรวมสมัครพรรคพวกได้จำนวน ๙ คน เที่ยวอาละวาดตามหมู่บ้านต่างๆ ไม่ว่างเว้นและทุกครั้งที่อะแวสะดอและสมุนเข้าปล้น มักจงใจเลือกเอาแต่ชาวไทยเท่านั้นเมื่อปล้นแล้วก็จะเก็บเจ้าของบ้านทุกรายไม่เว้นโดยใช้กริชคู่มือซึ่งเป็นอาวุธและเครื่องรางประจำตัวของขุนโจรผู้นี้จัดการ

ประกอบกับมีวิชาไสยศาสตร์ป้องกันอยู่ด้วยทั้งสามารถเสดาะห์โซ่ตรวน ปลดกุญแจออกได้อย่างง่ายดาย ส่วนเครื่องรางที่อะแวสะดอใช้ติดตัวนั้นกล่าวกันว่ามี ทั้งผ้าประเจียด,คดตับเหล็ก,เคราทองแดง,ช้องหมูป่ารวมถึงกริชซึ่งเป็นเครื่องรางของชาวมลายูที่นิยมนับถือ

โดยประเภทของกริชนี้เองในแต่ละ คต นั้นจะมีความหมายแตกต่างกันไปอีกทั้งพิธีในการสร้างก็ยากยิ่งนักตามตำราโบราณที่มีการบันทึกเล่าสืบทอดกันต่อๆมาว่าช่างผู้ตีต้องเป็นผู้สำเร็จวิชาทางควบคุมธาตุไฟหรือที่เรารู้จักกันในชื่อกสิณไฟขั้นสูงเมื่อทำการตีเหล็กหลอมเข้ากับแร่ที่มีอาถรรพ์ตามตำราขึ้นรูปเป็นกริชแล้วช่างจะใช้มือในการดัดงอแต่ละคดของกริชด้วยมือ

“และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่มีการเล่าสืบทอดกันมาทุกยุคทุกสมัยเป็นเรื่องราวที่เหลือเชื่อยากที่จะพิสูจน์ได้”

 

ใส่ความเห็น