กรุณามหาจิตตัง เมตตาพุทโธ คาถาเมตตามหาเสน่ห์ “หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ”

หากพูดถึง พระคาถา แปลว่า ถ้อยคำที่ร้อยกรอง ถ้อยคำที่ผูกไว้ ถ้อยคำที่ขับร้อง ท่อง สวด วันนี้ได้นำพระคาถาเมตตามหาเสน่ห์ “หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาเป็นความรู้ ไปชมกันเลย

ว่านะโม ๓จบ ระลึกถึงหลวงพ่ออี๋ รุปิ รุปิ พุทธะจิตตัง พุทธะเมตตานัง มหาสิเนหัง ลิติ ลิติ กรุณามหาจิตตัง เมตตาพุทโธ นะชาลิติ นะชาลิติ นะชาลิติ เอหิภันธัง มหาสิเนหัง โหนตุ

พระคาถานี้หลวงพ่ออี๋ท่านได้ใช้ภาวนาขณะถากไม้ทำปลัดขิกเป็นคาถามหาเมตตา ถึงขนาดว่าไปที่ไหนทั้งเทวาแลมนุษย์ ต่างหลงใหล หลวงพ่ออี๋ท่านใช้คาถานี้กำกับปลัดขิกจนดังไปทั่วสยาม และหากภาวนาๆบ่อยๆเป็นมหานิยมแลมาก

พระครูวรเวทมุนีปรากฏนามเป็นที่รู้จักกันทั่วไปๆว่า “หลวงพ่ออี๋” เพราะท่านชื่ออี๋มาแต่แรก ท่านเป็นบุตรชาย นายขำ นางเอียง ทองขำ เกิดเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๐๘ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๑๑ ปีฉลู ที่บ้านตำบลสัตหีบ กิ่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เมื่ออายุ ๒๕ ปีได้อุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอกซึ่งบัดนี้ได้ยุบรวมเข้าเป็นวัดอ่างศิลาวัดเดียว โดยมีพระอาจารย์จั่น จนฺทโส เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยมีพระอาจารย์ทิมเป็นกรรมวาจาจารย์และพระอาจารย์แดงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอุปัชฌาย์ได้ตั้งฉายาว่า “พุทธสโร” และในช่วงโอกาสนั่นเองหลวงพ่ออี๋ก็ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อปานวัดบางเหี้ย คลองด่านและยังกล่าวกันอีกว่า หลวงพ่อแดงและหลวงพ่อเหมือนก็เป็นพระอาจารย์ท่านด้วยเช่นกัน

วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) เป็นวัดที่หลวงพ่ออี๋ได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๒ และท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก หลวงพ่ออี๋มีความชำนาญในด้านสมถะวิปัสสนาธุระมากคือ คล่องแคล่วในการเข้าในออกนอกและในการพักจิตอยู่เป็นกสิณและในธรรมารมณ์ตามปรารถนาจะเรียกว่า มีวสีภาพก็ควร เพราะเมื่อท่านปรารถนาจะสำรวมจิตแล้ว ไม่มีอะไรมาขัดขวางทางเดินภายในของท่านได้ เป็นการเข้าออกได้เรียบร้อยตามประสงค์

เมื่อกล่าวถึงคุณสมบัติแล้วท่านจะเหนือว่าพระเถระอื่นๆ มากทีเดียวเพราะท่านสามารถยกจิตให้พ้นจากเวทนาได้เสมอ ดังจะเห็นได้จากเวทนาที่เกิดขึ้นจากความหนาว ร้อน หิว กระหาย ปวด บวม ระบม เป็นต้น ท่านไม่เคยปริปากบ่นในเรื่องทุกขเวทนาดังกล่าวให้ผู้อื่นได้ยินเลย แม้การเจ็บป่วยเจ็บป่วยของท่าน คงอยู่ในอาการสงบเป็นปรกติจนหมดอายุขัย

“หลวงพ่ออี๋” ได้สร้างพระเครื่องรางต่างๆไว้มาก รวมทั้งปลัดขิกที่มีชื่อมาก (พอๆกับหลวงพ่อเหลือ แปดริ้ว) ทั้งตะกรุด เสื้อยันต์ เหรียญ พระปิดตา “พระสาม”และ”พระสี่” (พรหมสี่หน้า) กล่าวกันว่าในระยะ พ.ศ. ๒๔๘๓-๘๖ นั้น หลวงพ่ออี๋ก็มีของดีเกรียงไกรออกสู่สงครามอินโดจีนไปก็มาก ชื่อเสียงของท่านดังขนานไปกับหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบาและหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกทีเดียว

พระเครื่องรางของขลังของหลวงพ่ออี๋มีสร้างออกมามากแบบเอาในพ.ศ. ๒๔๘๔และตามพ.ศ.นี้เอง “พระสาม”และ”พระสี่”หรือพระพรหมสี่หน้าก็ได้กำเนิดตามออกมาด้วย พระทั้ง๒พิมพ์เป็นพระเนื้อเมฆพัด องค์หนึ่งทำเป็นพระ ๓ หน้าพระทับนั่งบนฐานบัวกลีบ (๓ หน้า ๓องค์) ส่วนพระสี่หรือพรหมสี่หน้าก็ทำเป็นพระประทับนั่งบนฐานเขียงเหมือนกันทั้ง ๔ หน้า (๔หน้า ๔ องค์) ด้านพุทธคุณมีทั้งแคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราว พระคาถาเมตตามหาเสน่ห์ “หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ” ที่เป็นตำนานเล่าขานสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน สาธุ สาธุ

ใส่ความเห็น