การประสิทธิ์วิชาคัดของสิงโตหิน

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักนับถือ ชีวิตจอมอาชญากรของข้าพเจ้า ต่อสู้มาในวงการนักเลงมีหลายตอนที่ชีวิตข้าพเจ้าต้องพึ่งเครื่องรางของขลังที่จะเป็นเกาะแก้วกำเเพงเพรช ป้องกันอันตรายจากศาสตราวุธ ปืน มีดทุกชนิด

เพื่อผลประโยชน์ในวิชาไสยศาสตร์ ที่มีความจริงที่ทางโลกวิทยาศาตร์ ไม่อาจพิสูจน์ ในอำนาจเร้นลับมหัศจรรย์ มีอิทธิฤทธิ์ อภินิหาริย์ ข้าพเจ้ารักในวิชาไสยศาสตร์ยิ่งด้วยชีวิต ข้าพเจ้าอายุ ๖ ขวบ พอจับดาบไหว พ่อก็เอามาฝากสำนักดาบตากสินมหาราช ศึกษาอยู่กับหลวงพ่อขอด วัดเขาแก้วจังหวัดตาก ๔ปี เรียนสำเร็จจนมีความสามารถในทางใช้วิชาเพลงดาบ

จังหวัดตากอุดมด้วยว่านมากมายหลายชนิดเช่น ว่านสามพันตึง ว่านไอ้เฒ่าหนังแห้ง ว่านสบู่เลือด ว่านพญาเสือดำ ว่านพระยาพิชัยดาบหัก ว่านกระชายดำ ว่านขิงดำ ว่านข่าดำ ว่านดังกล่าว ล้วนแต่ศักดิ์สิทธิ์กินเข้าไปแล้วอยู่ยงคงกระพันชาตรี

พวกเผ่าต่าง ๆในป่า มีพวกเผ่าขมุ อีก้อ กระเหรี่ยง ข่า มูเซอร์ เย้า ชอง พวกเเม้ว ไทยลือ ไทยเมง พวกนี้อยู่ในป่าลึก

ข้าพเจ้าไปอยู่กับพวกนี้โดยถูกตำรวจตามล่าชีวิตหนีตำรวจเข้าป่าไปทดลองชีวิตอยู่ในป่าสองปี ได้ศึกษาจำพวกว่านที่เป็นเครื่องอยู่ยงคงกะพันชาตรี และได้ผลแห่งการทดลอง

ว่านจำพวกนี้ชาวป่าชาวเขาทุกเผ่าปลูกเอาไว้ ครบ ๑ ปี หัวแก่ ก็ขุดเอามาเก็บไว้ พวกชาวป่าจะลำเลียงฝิ่นผลฝิ่น หรือพวกพรานป่าที่หากินทางยิงสัตว์ร้าย ก่อนออกจากบ้านจะต้องกินคนละแว่น

ไปพบสัตว์ป่าที่มีเขี้ยวเล็บและมีงา ชาวป่าจะต่อสู้โดยมีหอกและมีดเล่มเดียว โดยมากฆ่าสัตว์ร้ายตายหมด

เหตุผลเพราะพวกชาวป่าชาวเขากินว่านสัตว์จะกัดขบหรือตบด้วยเล็บ ไม่อาจทำอันตรายชาวป่าได้ เล็บเขี้ยวไม่ระคายผิว เมื่อสัตว์ทำอันตรายไม่ได้พรานป่าก็จะแทงสัตว์ป่าด้วยอาวุธมีดและหอกหรือระดมยิงด้วยหน้าไม้ตาย แล้วพรานป่าก็นำหนังและดีสัตว์ไปขายแลกข้าว

หลังจากที่ข้าพเจ้าหนีเข้าป่า ทางวงการตำรวจติดตามจับ ข้าพเจ้ามีความเป็นห่วงลูกเมียและเพื่อนฝูงจึงได้เดินทางจากป่ามาต่อสู้กับพวกตำรวจที่ตามล่า เข้าสู่พระนครตอนนั้นพระมหานครมีครูบาอาจารย์มากมาย

ข้าพเจ้าได้ไปนมัสการหลวงพ่อเดิมแห่งวัดหนองโพ หลวงพ่อวัดเขากบ หลวงพ่อปานแห่งวัดบางโพ หลวงพ่อน้อยและหลวงพ่อวัดบางเชือกหนัง วัดรวก วัดมะขามเฒ่า หลวงปู่พูแห่งวัดอิทรวิหาร หลวงพ่อเต๋ หลวงพ่อเงิน หลวงพ่อจาด หลวงพ่อจง ล้วนเเต่อาจารย์ที่มีอิทธิฤทธิ์และอภินิหารสานุศิษย์ทั่วเมือง ข้าพเจ้าชอบวิชาไสยศาสตร์ ได้ติดตามขอเครื่องรางของขลัง จากอาจารย์ดังกล่าวทุกอาจารย์

อาจารย์ที่ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตฝากไว้กับหลวงพ่อเดิมแห่งวัดหนองโพ เพราะเครื่องลางของขลังหลวงพ่อมี รอยเท้า แหวน ยันต์มหาการณ์ และมีดของหลวงพ่อสามารถปราบผี ปราบทรชน ข้าพเจ้าขอรับรองว่าบุคคลใดถ้าถูกแทงด้วยมีดหมอหลวงพ่อเดิม แม้ว่าจะมีเครื่องลางของขลัง อันมีอิทธิฤทธิ์ก็จะถึงซึ่งความตายทันที เป็นมีดที่มีอัตถเวทย์แก้อาถรรพ์อันมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะข้าพเจ้าผู้เขียนได้ลงมือแทงคนที่มีวิชาตายมาแล้วถึง ๑๕ คน และยิ่งรอยเท้าของหลวงพ่อสามารถคุ้มครองชีวิตข้าพเจ้าทั้งนอกคุกและในคุก เป็นประจักษ์พยานมาแล้วข้าพเจ้าถูกอธิบดีตำรวจ (หลวงอดุลย์ เดชจรัส) ยิงข้าพเจ้าในห้องขังถึงสามนัดก็ไม่อาจทำอันตรายข้าพเจ้าได้

และต่อมาตำรวจรู้ว่ามีรอยเท้าหลวงพ่อเดิมซ่อนอยู่ที่ปกคอเสื้อเชิ๊ต ขุนบรรจงปราบทรชนซึ่งมียศเป็นพันตำรวจโท ได้ท้าข้าพเจ้ายิงโดยให้ข้าพเจ้าถอดเสื้อ ชีวิตของข้าพเจ้าไม่ถึงอับปาง แม้ว่าจะไม่มีรอยเท้าหลวงพ่อ มีด แหวน ก็ไม่กลัวเพราะหลวงพ่อสักน้ำมันงาลงยันต์มหากาฬไว้ จะเอาปืนหรือมีดไม่อาจที่จะทำอันตรายได้

พันตำรวจโทบรรจง มีพระสมเด็จพุทธโฆษาจารย์(โต) และพระวัดพลับ ยืนสง่ากลางสนาม เขาก็นักเลงจริงได้มาพบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าใช้พระเวทย์เป็นวิชาคัด อันมีอภินิหารคัดพระวัดพลับ และสมเด็จพุทธจารย์โต ชั่วขณะหนึ่ง ลูกปืนก็ออกจากลำกล้อง ร่างของนายพันโทบรรจงก็ไปสู่สุคติ เป็นความประมาทเพราะ พ.ต.ท. บรรจง ถือว่ามีพระสมเด็จเคยลองฤทธิ์ท้ายิงกับพวกไอ้เสือๆ พ่ายเเพ้ แต่มาพบกับข้าพเจ้า แพ้ข้าพเจ้าเพราะข้าพเจ้ามีวิชาคัดเขา และกันเขาคัด คงกระพันชาตรี

วิชาดังกล่าวหลวงพ่อเดิมประสิทธิประสาทให้ข้าพเจ้าและยิ่งกว่านี้ ยังมีวิชาสังถ่วง ที่ช่วยเหลือข้าพเจ้าให้พ้นจากกรงขังสามสี่หน เครื่องรางของขลังของหลวงพ่อเดิมข้าพเจ้าเก็บรักษาไว้เพื่อการสักการะบูชา

บางตอนชีวิตข้าพเจ้ามีแต่ความเศร้าน่าเวทนา

และบางฉากก็มีโหดเหี้ยมทมิฬหินชาติ สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในชิวิตก็เกิดขึ้นโดยไม่เคยคิดคาดฝันมาก่อน ว่าข้าพเจ้าจะกลับกลายเป็นฆาตกร ที่ทางวงการตำรวจตามล่าถึง ๕ ประเทศ มือกฏหมายยาวเหยียดสุดขอบฟ้า ข้าพเจ้าหลบหนีไปถึง๕ประเทศ ระยะราวห้าหมื่นไมล์

ตำรวจตามล่าไม่ถึง แต่ข้าพเจ้ากลับมาเพื่อฆ่าตำรวจที่เคยทำความชอกช้ำให้กับข้าพเจ้าอย่างชนิดที่น้ำตาข้าพเจ้าออกมาเป็นสายเลือด ข้าพเจ้าห่างจากลูกเมียเพื่อนฝูงกลับมาเยี่ยมเยียน และยืนหยัดต่อสู้พวกอัศวินเเหวนเพรชผู้ที่มีความเก่งกล้าในการปราบปรามฆาตกรโหด

ข้าพเจ้าได้เคยดูภาพยนตร์ตั้งแต่อดีตและปัจจุบันทั้งสิ้นมีแต่เรื่องแต่งที่เป็นเรื่องจริงก็เกี่ยวกับชีวิตจริงของไอ้เสือ ถ้าเป็นเรื่องแต่งเกินความจริง ข้าพเจ้าดูเเล้วเศร้าๆ เพราะนักแต่งทุกคนต้องให้ผู้ร้ายตายตอนจบหมั่นไส้ที่พวกตำรวจเก่งทุกเรื่องผู้ร้ายยี่สิบตำรวจ ๕ คน ยิงผู้ร้ายยี่สิบตายหมด ตำรวจเพียงแต่หลบลูกปืนล้มไปทับฝุ่นบาดเจ็บเล็กน้อย นี่แหละครับผู้อ่าน มันไม่ยุติธรรมไม่สมเหตุสมผล ข้าพเจ้ายืนหยัดจะลองดูว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ร้ายดูซิว่าข้าพเจ้าจะตายตอนจบหรือไม่

เป็นความนึกคิดค่อนข้างบ้าๆบอๆ แต่จะทำอย่างไรได้หนีสุดขอบฟ้าแล้วก็หนีไม่พ้น ลองหันหน้ากลับมาต่อสู้กับตำรวจคนเก่ง ที่ตามล่าอีกสักครั้งแม้ว่าจะตายก็ยอม ผลแห่งการต่อสู้ทั้งหมด ทั้งนายตำรวจและสายลับเมียทรยศเพื่อนทรยศ และฆ่านักโทษในคุก รวมทั้งสิ้น ๔๓ ศพ คำว่าฆาตกรหมายเลข ๑ นั้นประวัติศาสตร์ของฆาตกรหมายเลข ๑ ของจอมอาชญากรหมายเลข ๑ ประเทศไทย ยังไม่ปรากฏในท้องตลาด มีเเต่ชีวิตการต่อสู้เป็นบางวรรคบางตอนยังไม่สมบูรณ์

เพื่อถ่ายทอดชีวิตข้าพเจ้าให้ท่านผู้อ่านได้มีโอกาสรู้ประวัติจริงของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นชีวิตที่ต่อสู่กับวงการตำรวจ วงการนักเลงและต่อสู้ชีวิตในคุกในตราง ชีวิตข้าพเจ้าต้องต่อสู้วงการตำรวจ บันทึกชีวิตข้าพเจ้าไว้ในเเฟ้มอาชญากร

ชีวิตข้าพเจ้าเกิดมาก็ไม่มีอะไรที่จะเอามาเป็นเครื่องยึดถือที่จะเอามาเป็นอาชีพ นอกจากขุดเอาความจริงที่ข้าพเจ้าประสบการณ์มา

จึงได้เขียนถ่ายทอดลงมาระยะ ๕ ปี ยังไม่จบเรื่องยาวยังมีอีกหลายร้อยหลายพันตอน ทุกตอนเป็นเรื่องจริงมีประสบการณ์ตั้งแต่เป็นเด็กอายุถึง ๑o ขวบ ๑๕ขวบ ๒oขวบเป็นวัยเรียน วัยรัก๒๒ขวบ ต่อสู้ในวงการนักเลงยังโลกข้างนอก๑๕ปี วงการหนีคุกติดคุก ถูกเฆี่ยน ถูกขังตึกมืด ต่อสู้ในคุกถึงเจ็ดคุก

เดชะบุญที่ผู้เขียนมีหลวงพ่อต่างๆที่มอบเครื่องรางของขลังให้ปราบพวกอธรรมใจร้ายที่อ้างอวดอิธิฤทธิ์ ต้องพบจุดจบด้วยมีดหมอหลวงพ่อเดิม ข้าพเจ้าเขียนเรื่องจริง จึงต้องหาหลักฐานมาประกอบการเขียน หลักฐานที่จะนำมายืนยันนั้น มีคำพิพากษาเป็นหลักฐานเเน่นอน ทุกคนต้องเชื่อผู้เขียนจึงดิ้นรนโดยยื่นคำร้องขอคัดสำนวนคำพิพากษาที่ลงโทษเรื่องฆ่าคนตาย พร้อมทั้งชื่อและนามสกุล เพื่อกันพี่น้องลูกหลานที่อยู่เบื้องหลังจะฟ้องร้องหาว่าข้าพเจ้าหมิ่นประมาท

จึงคัดคำพิพากษามาไว้เพื่อความอุ่นใจ และนอกจากคำพิพากษายังมีหนังสือพิมพ์รายวัน ไทยหนุ่ม ดาวนคร สุภาพบุรุษ ประชามิตร ประมวลวัน หนังสือพิมพ์ที่กล่าวมานี้ ลงข่าวตามคำพิพากษาและข่าวชื่อนามสกุลข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไปที่หอสมุดแห่งชาติเพื่อคัดข่าวหนังสือพิมพ์ที่เป็นหลักฐานประจักมาษ์มาไว้ตั้งเเต่ พ.ศ. ๒๔๖๓,๖๔,๗o,๘o,๙o,๕oo ทั้งนี้เพื่อป้องกันท่านผู้อ่านที่ยังไม่อยากเชื่อเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียน ข้าพเจ้าก็จะนำหลักฐานที่ดิ้นรนจัดหามาให้เพื่อเป็นการยืนยัน จึงเรียกว่าบริสุทธิ์ในข้อเขียน

หากท่านอยากรู้ประวัติชีวิตของข้าพเจ้า โปรดรอคอยติดทางได้ทาง หนังสือเกิดใต้ดาวโจรและผลงานของอ.จ.ไพฑูรย์

ขอได้รับความนับถือ จากข้าพเจ้า  ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆลองขับรถดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง๑๐กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั้น รถยนต์ ทองแดง เหล็ก เสื้อผ้ามาจากแด้ ไฟฟ้ามาจากดินขี้โคลนซากศพทั้งนั้นแหละผมดูมาแล้วแม้โทรศัพท์ที่เราเล่นนี้ก็ศพเช่นกันทุกคนต้องกินน้ำล้างของลับของเพื่อนบ้านกันทุกคนต้องกินเมนส์เพื่อนบ้านลองเปิดคลิปวิธีกรองน้ำเองแล้วจะรู้

ใคร รัก โลภ โกรธ หลงพระพุทธองค์ทรงสอนให้ลดละเลิกแต่ผมคิดว่ายังมีอีกทางคือให้รัก โลภ โกรธ หลงสิ่งเดียวพอแล้วเอาให้ถึงที่สุดๆไปเลยแล้วถอนมันออกคงจะถอนอุปปาทานได้เหมือนกันเหมือนเอาขี้ดับขี้ก็ว่าได้

**เรื่องนี้ของจริงเอาวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช(พระศรีอริยเมตไตย)

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยใต้บันใดหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนหรือกางเกงในอยู่แล้วหลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้เสื่อมลงได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อใดข้อหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ถ้าสายพวกเล่นว่านเองจะให้ดีต้องปลูกและดูแลเสกพระคาถากับกำเองเลี้ยงด้วยความรักเมตตาจึงจะขลังเพราะต้นไม้ทุกต้นเองก็มีชีวิตเช่นเดียวกับเรา

พระคาถาทั้งหลายต้องใช้พลังจิตเป็นพลังเพื่อให้เกิดอำนาจ การจะฝึกจิตให้นิ่งติดอยู่กับคำภาวนานั้นไม่ใช่ของง่าย ต้องหมั่นฝึกฝน เพราะธรรมดาจิตของคนเราเพียงเเค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถนึกคิดไปได้หลายต่อหลายเรื่องจนนับไม่ถ้วน

ต้องทำให้จิตนิ่งติดอยู่กับคำภาวนาไม่ให้จิตส่งออกไปที่อื่นพยายามระลึกรู้ตามร่างกายส่วนต่างๆเพื่อไม่ไห้ส่งจิตออกไปข้างนอก

เมื่อจิตเพ่งอยู่ในจุดๆเดียวไม่วอกแวกเที่ยววิ่งไปนึกคิดเรื่องใดเเล้ว ขั้นนี้สามารถเพ่งภาวนาพระคาถาให้เกิดฤทธิ์อานุภาพตามอำนาจแห่งพระคาถาได้

หากท่านจิตไม่นิ่ง คิดโน่นคิดนี้ไม่ฝึกจิตเเล้วต่อให้ท่องยังไงก็ไม่เกิดผลดังที่ใจประสงค์ เมื่อจิตเป็นหนึ่ง ภาวนาอะไรๆมันก็จะขลังไปหมด สิ่งสำคัญในการฝึกจิต คือศีลครับ หากไม่มีศีลเเล้วจะฝึกสมาธิจิตได้ยากมากเพราะจิตมัวนึกคิดถึงอบายกิเลสต่างๆ หากมีศีลเเล้วจิตก็บริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งใดการทำสมาธิจิตให้เป็นหนึ่งจึงทำได้ง่าย

หากไม่สามารถภาวนาจนจิตถึงสงบขั้นฌานได้เพียงแต่สามารถยึดถือสัจจะคำพูดหรือสัจจะในข้อศีลที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานได้อย่างแน่วแน่มั่นคงแม้ตัวจะตายก็ไม่ยอมเสียสัจจะที่พูดไว้แล้วเมื่อจวนตัวในยามคับขันการภาวนาท่องบ่นพระคาถาต่างๆก็สามารถทำให้พระคาถาบทนั้นๆบังเกิดฤทธิ์อาถรรพ์มีอานุภาพตามที่จิตระลึกรู้ได้เช่นกัน

*ศีล๕เข้าใจง่ายแต่กลับรักษาได้ยากยิ่งหากแม้ใครที่สามารถยึดมั่นในข้อศีลทั้ง๕ได้มากกว่าสามข้อขึ้นไปอย่างมั่นคงแล้วอานุภาพแห่งพระคาถาอาคมหรือแม้แต่เครื่องรางต่างๆที่ยึดถือนั้นก็สามารถบังเกิดความความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพอาถรรพ์ได้เช่นกัน (ยึดข้อเดียวได้ตลอดชีวิตก็ขลังนักแลผมทดลองมาแล้ว)

ใส่ความเห็น