การเดิมพันทดลองยิงของดีว่าของใครจริงเก๊

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

เจ้าคุณศุภเนตร ตั้งที่เปิดรับสมัครที่คนจะเอามาประกวด มีข้อแม้ว่าถ้าหากว่า ๓ ครั้งยิงของดีที่คนเอามาตรวจนั้นแตกกระจาย หรือทำลายไปจะต้องเสียให้ผู้ยิง ๑,๐๐๐ บาท ถ้ายิงไม่ออกทั้ง ๓ นัด ผู้ยิงจะให้เงินเกมส์การพนัน ๑๐ เท่าเป็นจำนวนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ในรายการนี้คนเป็นเจ้าของของดี เมื่อปืนยิงไม่ออกแล้วจะให้เช่าหรือไม่ให้เช่าเป็นเรื่องของเจ้าของ

ข้าพเจ้าได้สำรวจและได้ติดตามดูในการทดลองของดี ซึ่งไปทดลองกันที่บ้านคุณป้าเวสที่ในสวนตำบลบางเขน เห็นมีดีอยู่ก็เป็นพระสมเด็จของคุณสำราญ สำนักวัดพลับทดลองยิงไม่ออก ได้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท อาเสี่ยผู้ยิงให้ราคาในจำนวนแสน เจ้าของไม่ให้เช่า จะเป็นสมเด็จหรือว่าของดีทุกอย่างที่ถูกทดลองยิงหักแตกระจายนั้น ก็เพราะเป็นของปลอม

วันนี้อาเสี่ยและพวกพ่อค้ามารับจดชื่อคนที่นำของดีมา ตั้งสำนักจดชื่อที่เขตท้องสนามหลวง ด้านพระแม่ธรณีบีบมวยผม ข้าพเจ้าแลเห็นคนประชุมกันกลางท้องสนามหลวง เมื่อเข้ามาดูใกล้ๆ เห็นมีคนนำห่อพระ ห่อตะกรุด และเครื่องลางของขลังอื่นๆอีก ข้าพเจ้าไปถามคนแก่คนหนึ่ง แกก็เล่าให้ข้าพเจ้าฟัง

พ่อแก่สุนทรซึ่งจะเอาของมาลอง ย้อนถามข้าพเจ้าว่ามีอะไรดี ข้าพเจ้าตอบว่ามาดูเขา แล้วก็นั่งคุยกับพ่อแก่ พ่อแก่เลยบอกข้าพเจ้าว่า พ่อยากจะลองของดีเหมือนกัน ลุงมีของดีอะไร พ่อแก่บอกว่ามีกระชายดำ เป็นของที่ได้จากลวงพ่อเดิม ที่พ่อเอามาพนันนี้ พ่อได้ต่อสู้กับสงครามมาหลายครั้ง ปืนยิงยิงไม่ออก แต่พ่อมีเงินน้อย มีเพียงสองร้อยบาท ข้าพเจ้าก็บอกว่า พ่อแก่อยากจะพนันเงินที่ขาดแปดร้อยบาทผมจะช่วยออก แกก็เอากระชายดำที่ห่อในถุงผ้าดำมาให้ข้าพเจ้าดู

ข้าพเจ้าเห็นหัวกระชายสีดำเป็นดินหม้อ แกะดมดูก็ได้กลิ่นกระชาย เหมือนกลิ่นกระชายที่เขาขายตามท้องตลาด เมื่อแน่นอนแล้วข้าพเจ้าก็มาที่ลานประชุม มาสองคนกับพ่อแก่ เมื่อมาถึงเห็นคนกำลังจดชื่อและเอาสิ่งของให้กรรมการดูประมาณ ๑๐ กว่าคน ข้าพเจ้าก็พาพ่อแก่มาหาอาเสี่ยและมีภิกษุพระครูประกาศเป็นประธานกรรมการ ภิกษุร่างดำอ้วนถามข้าพเจ้าว่ามีอะไรมาเป็นเกมส์กาพนัน เป็นเครื่องลางของขลังหรือมีพระสมเด็จ ข้าพเจ้าบอกว่าสิ่งนี้เป็นว่านกระชายดำ

ภิกษุอ้วนถามว่าเป็นกระชายดำจริงๆหรือ ข้าพเจ้าบอกว่าจรงิๆ แล้วข้าพเจ้าก็ส่งห่อกระชายดำที่พ่อแก่ให้ข้าพเจ้า ภิกษุรับมาดูแล้วก็นำกระชายดำไปดม แล้วก็ถามชื่อนามสกุล และวางเงินจำนวน ๑,๐๐๐ บาท ข้าพเจ้าบอกชื่อนามสกุลเป็นการลงทะเบียน ส่วนนักยิงที่ไหนนั้น ยิงนอกสถานที่ยิงในสวนบางเขน ในรายการนี้พระภิกษุบอกว่าวันนัดยิงตรงกับวันอาทิตย์ วันที่ ๘ พ.ค.๒๔๗๙ เดือนธันวาคม

ประชาชนที่มีของดีต่างก็เก็บสิ่งของ หลังจากจดชื่อนามสกุลแล้ว ข้าพเจ้ากับพ่อแก่ก็กลับมาที่เรือนของแกเป็นพ่อค้าข้าว เมื่อมาถึงเรือก็คุยกับแกที่ท่าเรือสามเสน ข้าพถจ้าก็คุยถามถึงว่าว่านกระชายดำที่แกมีบอกว่า แกเป็นคนหนองโพธิ์ อยู่ใกล้วัดหนองโพธิ์

หลวงพ่อเดิมเป็นเจ้าอาวาส ที่มีความเชี่ยวชาญทางพระเวทย์ หลวงพ่อเดิมมีกระชายดำ ว่านเปราะดำ และมีวิชาสามารถบังไพร บังช้างในวัด ไม่ให้พ่อค้าช้างเห็น ข้าพเจ้าสงสัยบังไพรอย่างไร พ่อแก่แกก็เล่าว่า เมื่อสมัยนั้นพม่าเดินทางมาจากประเทศพม่า มาทางด้านจังหวัดตาก มาหาซื้อช้างตั้งแต่แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร จนมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ พ่อค้าช้างชื่อหม่องลุนเผล่ อีกคนชื่อมะก้อง ซื้อช้างตามทางมาได้ ๒ เชือก ทั้งตัวที่ขี่ด้วยเป็น ๓ เชือก พม่า ๒ คนนี้เป็นพ่อค้าที่มีพระเวทย์อาถรรพ์ ขี่ช้างรอนแรมมาทุกระยะ ถึงวัดหนองโพธิ์โพก็หยุดพักช้าง หลับนอนที่ศาลาวัด

พม่า ๒ คนนี้ชอบลองของดี

เล่นกลถากน่องให้เด็กวัดดู เพราะพม่าต้องการเอาฟืนไปหุงต้มอาหารกิน ถ้าเวลาพม่าไปแล้วเห็นรอยเสาศาลาถูกถากหลายต้น ก็พม่ามันถากน่องนั้นละ มันถากเสาศาลา แต่มันมีวิชาบัง จนกระทั่งเดินทางมาจนถึงวัดหนองโพธิ์ ก็มาเล่นกล เด็กวัดก็มาดูกันหลายคน พม่าซึ่งเคยถากน่องให้เด็กวัดมาดูหลายวัดแล้ว ผลปรากฏเสาศาลาถูกถาก วันนี้ก็มาถากน่องอีก พม่ามันผูกช้างเอาไว้ชายวัด ๓ ตัว พอเช้าตื่นขึ้นมาหาช้างไม่พบ พม่าคงไปหาหลวงพ่อเดิม บอกว่าช้างหาย

หลวงพ่อก็ให้ไปแจ้งความกับผู้ใหญ่บ้าน พม่าไม่ไปบอกว่าเขาทั้งสองมาขอขมาโทษ ที่ล่วงละเมิดถากเสาศาลาวัด หลวงพ่อจึงบอกกับพม่าว่าให้หาเศษไม้เสาศาลาที่พม่าถากไปหุงต้มอาหารคืนมา จึงจะคืนช้างให้ พม่ามันเอาทำฟืนถากไปหุงข้าวหมดสิ้น ไม่อาจจะหามาคืนได้ พม่าก็ไม่ได้ช้างคืน พม่ากลับประเทศไปแล้ว ที่วัดหนองโพธิ์หาคนเลี้ยงช้าง ผมเลบรับสมัครหามะพร้าว กล้วย อ้อยให้ช้าง ๓ ตัวกิน จนมีลูก ๒ ตัว เดี๋ยวนี้อยู่ที่วัดหนองโพธิ์ เหลือตัวเดียว หลวงพ่อนำมามอบให้ที่เขาดิน เลี้ยงตัวที่เหลืองงายาวลากดิน

ผมมาอยู่กับหลวงพ่อของดีมีมากมาย ผมชอบใจกระชายดำ ผมจึงขอหลวงพ่อ ผมหักออก ๒ ท่อน อีกท่อนหนึ่งผมฝังเอาไว้ในแขน และอีกท่อนหนึ่งจะมอบให้ลูก อีกท่อนหนึ่งนั้น ถ้ามีคนซื้อได้ราคาก็จะขาย ซื้อเรือพ่วงเอาไว้สำหรับจ้างพ่วงเรือ เป็นที่ถูกใจข้าพเจ้า

ถึงวันนัดต่างก็มาพบกันที่สนามหลวง มีพระครูและอาเสี่ยมีรถมาให้นั่ง แล้วก็ขับไปที่สวนบางเขน เวลา ๑๕.๐๐ น. มีพระมาเป็นพยานในการประลอง ว่าจะไม่มีการฉ้อโกงกันระหว่างเกมส์การพนัน อาเสี่ยเม้งเป็นคนยิง เรียกชื่อคนที่มีของดีตามคิว ทดลองยิงมาจนถึง ๔ โมงเย็น คนที่ให้ของดีทดลองตามบันทึก ๑๒ คนที่พ่ายแพ้ เพราะอาเสี่ยยิงแตกกระจายหมด มาถึงคิวของพ่อแก่เรียกชื่อแกแล้ว แกก็ยกขึ้นเหนือหัว แล้วนำถุงมาให้พระภิกษุ พระภิกษุก็เอาไปห้อยไว้ที่ยอดเสา อาเสี่ยเม้งเดินถอยหลังประมาณ ๕ ก้าว เสาที่แขวนถุงแล้วก็เริ่มยิง ยิงไปที่ถุงกระชายดำ เสียงดังแชะถึง ๓ ครั้ง

เกจิอาจารย์ต่างๆที่อยู่ในที่นั้นต่างก็ตรูกันเข้ามาดูว่า ของดีที่อาเสี่ยทดลองยิงนั้นเป็นอะไร พ่อแก่ก็ไปรับถุงคืน เมื่อเกจิอาจารย์อยากดู พ่อแก่ก็ให้ดู พระประกาศได้เรียกพ่อแก่มาบอกว่ามารับเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบาท เกจิอาจารย์ถามว่า เขาเรียกอะไร พ่อแก่บอกว่าเจ้าแม่พระธรณีว่ากระชายดำ เมื่อได้เงินเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวจะกลับ ก็มีเถ้าแก่คนมีเงินมาพูดขอซื้อให้ราคาดี

แต่ข้าพเจ้าบอกว่าเอาไว้วันหลัง เพราะว่านกระชายดำนี้ป้องกันอาวุธปืนได้ทุกชนิด และป้องกันเขี้ยวเล็บ หอก แหลน หลาวได้อย่างชงัด ข้าพเจ้ากับพ่อแก่ก็กลับมาคุยกันที่เรือของพ่อแก่ ขอว่านกระชายดำที่ทดลอง พ่อแก่ก็ให้ บอกว่าผมมีแล้ว เมื่อหลานอยากได้ผมเอาไม่ถึงแปดพัน ขออีกห้าพันบาทเป็นเจ็ดพันบาทเท่านี้ก็พอจะซื้อเรือพ่วงได้ ๒-๓ ลำ

ข้าพเจ้าขอบใจพ่อแก่และยกมือไหว้ขอบพระคุณแกอย่างลึกซึ้ง แกมีน้ำใจเผื่อแผ่ข้าพเจ้าดีใจ ข้าพเจ้าก็รีบมาบ้าน ไปที่ร้านคลีนิคเจาะเนื้อที่โคนแขนให้นายแพทย์ฝังกระชาย ๒-๓ วันแผลก็หาย ข้าพเจ้ามาเยี่ยมพ่อแก่อีก ๒-๓ ครั้ง แล้วพ่อแก่จากกรุงเทพฯกลับบ้านของแก ข้าพเจ้าก็อาศัยว่านกระชาบดำเผชิญภัยได้รับผลประโยชน์จาก

ว่านกระชายดำ ว่านสามพันตำลึง รอยเท้าหลวงพ่อเดิม เป็นเกาะแก้วประกายเพชรคุ้มครองชีวิตอันลำเค็ญของข้าพเจ้าที่ได้มาสู้กับศัตรู ไปล้างบาปตามกรรมที่ได้สร้างไว้ ตั้งแต่ข้าพเจ้าผจญภัยต่อสู้มากับศัตรู ไม่เคยเลือดตกยางออกเลย ข้าพเจ้าเข้าไปรับบาป ๒๐ กว่าปี ความอิสระก็ได้มาเยือนข้าพเจ้า จนท่านได้ทราบอยู่ทุกวันนี้ ท่านมีความข้องใจสงสัยพบข้าพเจ้าได้ที่โรงพิมพ์จินดาสาส์น ข้างวัดเทพากร จะพบข้าพเจ้าได้ทันที เป็นเรื่องจริงที่ข้าพเจ้าได้ประสบการณ์มา

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อ ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานยึดเอาข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น