ของขลังประจำตัว มหาโจร เจ้าพ่อ และ จอมพล ที่ไม่ห่างตัว

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ของขลังประจำตัว มหาโจร เจ้าพ่อ และ จอมพล ที่ไม่ห่างตัว นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

“จอมโจรตี๋ใหญ่” ของขลังประจำตัว “ตะกรุดหลวงพ่อสุดวัดกาหลง” ตี๋ใหญ่ถือว่าเป็นหนึ่งในโจรที่มีชื่อเสียงผู้มากด้วยของขลังและวิชาอาคม หลวงพ่อสุดวัดกาหลงถือว่าเป็นหนึ่งเดียวในอาจารย์ที่ตี๋ใหญ่เคารพนับถือเป็นอย่างมากโดยตี๋ใหญ่ จะพกตะกรุดโทนหลวงพ่อสดตลอดเวลาไม่เคยห่างตัว เนื่องจากตี๋ใหญ่เชื่อเสมอว่าเพราะตะกรุดนี้นี่เองที่ทำให้เขาไม่ต้องตายด้วยคมกระสุนหลายครั้งหลายคา โดยมีหลายเสียงบอกว่าวันที่ตี๋ใหญ่เสียชีวิตนั้นเป็นเพราะว่า ตำรวจจ้างเพื่อนสนิทตี๋ใหญ่ให้แอบขโมยตะกรุดหลวงพ่อสุดไปให้ห่างตัวตี๋ใหญ่

บ้างว่าตี๋ใหญ่ทำหายที่ซ่องแถวมหาชัย แต่ก็คงไม่ทราบได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆทั้งเพื่อนฝูง และตำรวจต่างเกรงบารมีตะกรุดหลวงพ่อสุดเป็นอย่างมาก และในวันที่ตี๋ใหญ่ตายคือวันที่ตี๋ใหญ่กำลังจะไปกราบพระอาจารย์หลวงพ่อสุดที่วัดกาหลง บ้างก็ว่าต้องการไปขอตะกรุดดอกใหม่ บ้างก็ว่าตี๋ใหญ่ต้องการไปกราบอาจารย์อยู่แล้ว แต่ที่แน่ๆที่ทุกคนรู้คือ ศพของตี๋ใหญ่วันนั้น ไม่มีตะกรุดหลวงพ่อสุดอยู่ที่ตัว

เจ้าพ่ออันดับ๑ “แคล้ว ธนิกุล” ของขลังประจำตัว “สมเด็จวัดระฆัง” ถ้าพูดถึงมาเฟียของประเทศไทยรุ่นเก๋าคงหนีไม่พ้นชื่อของ แคล้ว ธนิกุล ที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลายๆคนในหมู่นักเลงบางกอกเล่าว่า แคล้ว ธนิกุล เป็นคนใจถึงพึ่งได้มีเรื่องจะออกหน้าเสมอ จนศัตรูมีมากมายรอบตัวเพราะคนสนิท มีหลายเหตุการณ์ที่ แคล้ว ธนิกุล เกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่ก็ต้องรอดมาได้เสมอ ไม่ว่าจะโดนระเบิดในค่ายมวยขณะที่ตนกำลังนั่งดูกับบรรดาคนใหญ่คนโตในสมัยนั้น หรือไม่ว่าจะโดนรอบยิงในระยะไม่ไกลมาก ถ้าปืนไม่ด้านก็เหมือนกระสุนไม่ตรงพุ่งหาคนรอบข้างอย่างน่าประหลาดใจ

แต่ที่ทำให้หลายคนต้องจารึกความขลังของ”สมเด็จวัดระฆัง”คือวันที่ แคล้ว ธนิกุล ถึงวันต้องลาโลกในขณะที่โดนรถดังล้อมหน้าล้อมหลัง ระดมยิงด้วยปืนกลที่ทันสมัยในยุคนั้นหลายร้อยนัดจนสิ้นชีวิต แต่มีเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมามากมายว่าจากสภาพศพ แคล้ว ธนิกุล ไม่ได้เสียชีวิตเพราะกระสุนพรุนเหมือนคนข้างๆ แต่เป็นเพราะแรงอัดกระแทกจำนวนมากมายต่างหากที่ทำให้เขาเสียชีวิต ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดอย่างยิ่ง หลังจากข่าวนี้ออกไปเพียงวันเดียว “สมเด็จวัดระฆัง” ที่ติดตัวของ แคล้ว ได้หายไปเพราะกับราคาที่พุ่งสูงลิปลิ่วจนน่าตกใจ

จอมพลกระดูกเหล็ก “ป.พิบูลสงคราม” ของขลังประจำตัว “พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ” หากจะพูดถึงท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม หลายคนคงรู้จักท่านในนาม”จอมพลกระดูกเหล็ก” ชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย มีเรื่องเล่าในขณะที่ขึ้นครองอำนาจครั้งที่สอง (๒๔๙๑-๒๕๐๐) เมื่อทหารเรือก่อกบฏแมนฮัตตันจี้จับท่านเป็นตัวประกันอยู่ในเรือรบ ผู้หวังดีพากันทิ้งระเบิดและยิงเรือที่ท่านถูกจับอยู่ แม้จะมีคำสั่งห้ามยิงท่านยังสามารถกระโดดลงน้ำว่ายหนีกลับขึ้นฝั่งอย่างน่ามหัศจรรย์ ล่ำลือว่าเป็นเพราะ “พระเครื่อง”ที่ท่านห้อยแขวนอยู่ช่วยให้รอดปลอดภัย แต่สอบสวนทวนความก็ยังไม่รู้ว่าห้อยพระอะไร นี่ยังไม่นับการถูกลอบสังหารโดยการวางยาพิษในอาหาร และการลอบยิงหลายต่อหลายครั้งที่แคล้วคลาดทั้งสิ้น

และเมื่อผ่านมาในปี พ.ศ.๒๔๙๗ ท่านจอมพลต้องการที่จะสร้างพระเครื่องและได้ประกาศจัดสร้าง”พระ ๒๕ พุทธศตวรรษ” เป็นที่น่าแปลกใจว่าพระของจอมพล ป.ชุดนี้ค่อนข้างมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ทางด้านคงกระพันชาตรี ประเภทฟันไม่เข้ายิงไปไม่ออก อันอาจจะเกี่ยวกับความศรัทธาของผู้สร้างที่ต้องระวังภัยทางด้านนี้โดยเฉพาะ จึงนับได้ว่า”พระ ๒๕ พุทธศตวรรษ” เป็นของดีที่ท่านทิ้งไว้จำนวนมาก

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply