“คงกระพันทหารผี”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงพ่อจาดวัดบางกระเบา สุดยอดสายคงกระพันมหาอุตม์ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงพ่อจาด คังคสโร วัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี สมญานามเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออก ท่านเป็นพระเกจิเรืองวิทยาคมมีชื่อเสียงในวัยเยาว์ของหลวงพ่อจาดนั้นท่านมิได้บันทึกปรากฏไว้ แต่อย่างใด แต่เมื่อท่านอายุครบ ๒๐ ปี บิดาบุญธรรมของท่านได้นำท่านไปฝากกับพระอาจารย์ที่วัดบ้านสร้างเพื่อเรียนการขานนาคและการปรนนิบัติพระอาจารย์ เมื่อฝึกอบรมได้เป็นเวลาพอสมควร ในวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๔๓๖ ทำพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี โดยมีพระครูปราจีนบุรี แห่งวัดหลวงปรีชากุลเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์อ้วนวัดบ้านสร้างเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์หลีวัดบางคางเป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้วได้เดินทางไปโปรดโยมบิดาที่วัดเกาะแก้วเวฬุวัน ต.ดงน้อย อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แล้วได้จำพรรษาที่วัดนี้

ขณะที่ท่านจำพรรษาที่วัดเวฬุวันท่านได้มีโอกาสศึกษาวิชาจากพระอาจารย์จัน(บางตำราว่าชื่อพระอาจารย์จีน)ซึ่งเป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้นและยังเป็นผู้สอนภาคปฏิบัติ พระภิกษุจาดจึงได้ฝึกกรรมฐานจนแก่กล้าครั้นพรรษาที่สองจึงได้ติดตามพระอาจารย์อ้วนไปศึกษาพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์อยู่วัดไกรสีห์ บางกะปิ กทม และเมื่อพรรษาที่๔ท่านจึงได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบางกระเบา หลังจากนั้นท่านได้ออกธุดงค์อยู่ในป่าเป็นเวลาหลายปีได้พบพระภิกษุมากมายอาทิ หลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกจ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อแช่มวัดตาก้องจ.นครปฐม

ครั้นพระภิกษุจาดได้ศึกษาวิชาคาถาอาคมมาหลายแขนงเช่น คาถาการปล่อยคุณไสย เมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพันแคล้วคลาด เมื่ออายุประมาณ๔๐ปีท่านได้เดินทางกลับไปจำพรรษา ณ วัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลวงพ่อจาดเป็นพระที่เชี่ยวชาญวิทยาคมโดยเฉพาะในด้านวิชามหาอุดอยู่ยงคงกระพัน แต่จะไม่แสดงตนอวดวิชาแต่จะใช้วิชาดังกล่าวก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น ยุคสงครามมหาเอเชียบูรพาวัตถุมงคลของหลวงพ่อจาด ได้มีการจัดสร้างกันหลายครั้งแต่ครั้งที่ยิ่งใหญ่และสร้างกันเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นในปีพ.ศ.๒๔๘๓ ซึ่งพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณวิทยาคมทั่วประเทศได้จัดสร้างพระเครื่องวัตถุมงคลแจกเหล่าทหารหาญกล้า

เพราะศรัทธาแรงกล้าของหลวงพ่อจาดก็ได้รับอาราธนานิมนต์จากจอมพลป.พิบูลสงครามให้ไปปลุกเสกเครื่องรางของขลังเพื่อแจกจ่ายให้กับทหารตำรวจและประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องของขลังเช่น ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ แหวนมงคล เพื่อแจกจ่ายแก่ทหารที่ออกรบจนเกิดเหตุอัศจรรย์เป็นที่น่าเกรงขามต่อศัตรูคือทหารไทยอยู่ยงคงกระพันชาตรี จนทำให้ชาวต่างชาติตั้งชื่อเรียกขานทหารไทยว่าทหารผี นอกจากนั้นยังได้แจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ศรัทธาได้มีของดีของขลังไว้บูชาประจำบ้านเรือนอีกด้วย

นายพร ทองมาคหบดีอําเภอวัดบ้านสร้างและเป็นกรรมการวัดท่านหนึ่งได้เล่าว่า“ในสมัยที่หลวงพ่อยังคงมีชีวิตอยู่นั้นที่วัดบางกระเบานี้คึกคักมาก เรือแพนาวาจอดกันแน่นขนัดทุกวันเหมือนกับมีงานมหกรรมสมัยก่อนนั้นการเดินทางมาวัดบางกระเบานั้นลําบากต้องมาทางเรือตามลําแม่น้ําบางประกงทางเดียวเท่านั้น วัดวาอารามเจริญรุ่งเรืองมาก”หลวงพ่อจาดท่านได้มรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่๑๐พฤศจิกายน๒๔๙๙สิริอายุ๘๕ปีพรรษา๖๓ เหล่าบรรดาลูกศิษย์ต่างเสียใจต่อการจากไปของท่าน

สิ่งสุดท้ายแม้มีของขลังดีแค่ใหนก็ยังไม่เท่าความดีที่เรามี ตั้งตนประพฤติแต่ความดีโดยไม่ประมาท แม้ไม่มีเครื่องติดตัว แต่ความดีที่เรามีนั่นแหละมันจะคุ้มครองปกป้องเราได้ดีกว่าของนอกกาย ของขลังมีติดตัวไว้แล้วแต่ยังไม่ละเว้นสิ่งที่เป็นภัยต่อคนรอบข้าง มีพกไว้ก็ไร้ค่าสูญเปล่า

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ข้อคิดท้ายเรื่อง ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำ ลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูครับ”

ใส่ความเห็น