คดดินกากยายักษ์แร่จ้าวน้ำเงินของทนสิทธิ์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

มารู้จักธาตุทนสิทธิ์ ที่หลายคนไม่เคยรู้จักก็จะได้ทราบกันมั้งครับ

ดินกากยายักษ์ เป็นว่านชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นของทนสิทธิ์มีคุณอยู่ในตัวมีถิ่นกำเนิดอยู่แถวๆ
จังหวัดยะลา ลักษณะเป็นผงสีดำปนน้ำตาล มีกากที่ผสมรวมกันอยู่เป็นก้อน ดูแวววาว
คล้ายแร่ทรายเงินทรายทอง นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในการสร้างวัตถุมงคล ในรูปแบบ
ต่างๆ เช่นพระหลวงปู่ทวด เนื้อว่านรุ่นแรกปี ๒๔๙๗ และพระรุ่นปีต่างๆ เป็นต้น

ว่านดินกากยายักษ์นี้มีจิตวิญญาณของพวกยักษ์ อสูร ที่เป็นฝ่ายสัมมาทิฐิดูแลรักษาอยู่
อานุภาพของว่านดินกากยายักษ์นั้นดีทางแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี โชคลาภ ป้องกัน
คุณไสย์มนต์ดำนอกจากนี้ว่านดินกากยายักษ์ยังเป็นอาหารของเหล็กไหลอีกด้วย

หน้าผากเสือ

เสือ มีความเชื่อกันว่าเป็นจ้าวแห่งป่า มีอำนาจ บารมี เป็นที่ครั่นคร้ามของสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่มากมายมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเสือมากมาย เช่นคนกลายเป็นเสือ เสือกลายเป็นคน หรือเสือสมิง ผู้ภาวนาคาถาหัวใจพยัคฆ์ จิตตั้งมั่นในฌานสามารถทำให้คนอื่นเห็นหรือกลายร่างได้ คณาจารย์โบราณนิยมนำส่วนต่างๆของเสือโดยเฉพาะหน้าผากเสือ(แรงสุด) มาทำเป็นเครื่องรางของขลังเช่นตระกรุด เป็นต้น และส่วนใดๆของเสือที่ละสังขารถือเป็นของทนสิทธิ์ ไม่มีสิ่งใดลบล้างอำนาจได้ ยิ่งได้พระเกจิอาจารย์ที่มีอาคม สมาธิแก่กล้าลงอักขระคาถาบนหนังเสือ ปลุกเสกตามตำรา จะมีอานุภาพครอบจักวาลมีอำนาจต่อผู้พบเห็น สยบสิ่งอัปมงคล ป้องกันคุณไสย ลมเพลมพัด การกระทำของผู้มีอวิชชา หรือทำของ อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย มีโชคลาภ เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ในตัว ดังพญาเสือฉันใดฉันนั้น

สุวรรณขีด แร่กายสิทธิ์ หายากที่สุด คือสุวรรณเขต หรือขีด ยังไม่มีใครบอกได้ว่า รูปพรรณเป็นฉันใด บอกได้แต่คุณสมบัติว่า ขีดไปที่โลหะอะไร โลหะนั้นจะกลายเป็นทอง (คำ)

ใน สมัยรัชกาลที่ ๓ ร่ำลือกันว่า สุวรรณขีด ฝังอยู่ในบริเวณพระเศียรหลวงพ่อโต (หน้าตัก ๙ ศอก ๒๑ นิ้ว) พระประธานวัดสระตระพาน เมืองเพชรบุรี (ตอนนี้เป็นวัดร้าง)

นักเลง ประวัติศาสตร์โบราณคดีรุ่นอาจารย์ล้อม สืบเสาะจนได้ความ ตามโฉนดที่ดิน ชื่อเดิมวัดนี้คือ วัดสัตตพาน ชื่อพระองค์นี้ มีสองชื่อ พระศรีสรรเพชญ์สัตตะพันพาน ชื่อหนึ่ง พระพุทธสุวรรณเขต (หรือขีด) อีกชื่อหนึ่งชื่อแรก เล่าสืบกันมาว่า โลหะที่หล่อองค์หลวงพ่อ ใช้พานถึงเจ็ดพันใบชื่อสอง พระพุทธสุวรรณเขต (หรือขีด) บอกนัยว่า ช่างหล่อได้ฝัง “สุวรรณขีด” ก้อนแร่กายสิทธิ์ไว้

ชื่อสองนี่เอง ก่อเหตุเภทภัยให้กับองค์หลวงพ่อผู้ มีบุญบารมีในยุคนั้น เกิดอยากนิมนต์ท่านจากเพชรบุรีไปไว้ในกรุงเทพฯ ตอนอยู่เมืองเพชร เม็ดพระศกสัญลักษณ์ศิลปะสมัยทวาราวดี ก็สวยงามดีอยู่แต่มาอยู่กรุงเทพฯ ก็มีช่างฝีมือทักว่า เม็ดพระศกท่านใหญ่ไปไม่งามจัดการเลาะเม็ดพระศกเก่าออก แล้วเติมเม็ดพระศกใหม่ ขนาดเล็กกว่าแทน

ใคร อยากดูว่า เม็ดพระศกหลวงพ่อโตองค์นี้ ใหญ่เล็ก งามไม่งามยังไง…ก็ไปขอพระท่านดูได้ ในโบสถ์วัดบวรนิเวศ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่อยู่หลังพระชินสีห์…องค์นั้นแหละการ เลาะเม็ดพระศกหลวงพ่อโตครั้งกระนั้น จะพบแร่กายสิทธิ์หรือไม่ พบแล้วเอาไปขีดโลหะอื่นเป็นทองไปแล้วหรือเปล่า? เป็นเรื่องที่สืบหาไม่ได้

อาจารย์ล้อมท่านแค่ตั้งข้อสังเกต นี่คือตัวอย่างให้ประจักษ์ว่าความละโมบของคนนั้น…สามารถทำได้ทุกอย่างอาจ เป็นเพราะข่าวการเลาะเม็ดพระศกเศียรพระ แต่ครั้งกระนั้นแพร่หลาย ชื่อและความเชื่อแร่กายสิทธิ์สุวรรณขีด ก็เริ่มสร่างซาและหายไป จนวันนี้ ไม่มีปรากฏอยู่ในพจนานุกรมฯ

ธาตุกายสิทธิ์ที่ได้ในกระบอกไม่ไผ่ขาคีม

ธาตุกายสิทธิ์ชนิดนี้ ได้จากต้นไผ่ซึ่งอยู่ในที่ๆเขาเรียกกันว่าไม้ไผ่ขาคีม(มีลักษณะเหมือนคีม)ลักษณะรูปร่างเป็นแท่งคล้ายตะกั่ว มีน้ำหนักพอสมควร

เจ้าน้ำเงิน

คำนี้ไม่มีในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แต่เกิดมีอยู่ในคำอธิบายคำว่า นวโลหะเป็นหนึ่งในโลหะทั้งเก้า ส่วนผสมในพระพุทธรูปโบราณ หรือพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ทางภาคใต้ของไทย เรียกชื่อว่า “มิด” เจ้าน้ำเงิน เชื่อกันว่าเป็นโลหะเรียกเงินได้ เกิดมาจากหินชนิดหนึ่งในป่า แถวเมืองสุพรรณบุรีและกาญจนบุรี

วิธี ตรวจสอบให้เอาเหรียญเงินหลายๆเหรียญโปะทับ เอาชามครอบ วางที่น้ำค้างตก…รุ่งเช้าเปิดชามดู ถ้าก้อนโลหะนั้น โผล่ไปอยู่บนกองเหรียญ สิทธิการิยะ ท่านว่า เจ้าน้ำเงินแท้

อีกวิธีหนึ่งให้ใช้ปูนแดงที่กินกับหมากพลู ป้ายแต้มลงไป ไม่เกิน ๕ นาที จะแสดงปฏิกิริยาออกมาคือ ปูนแดงนั้นจะเปลี่ยนสีกลายเป็นสีเขียวออกน้ำเงินหรือสีครามเนื้อนวโลหะ หมายถึง การนำแร่ธาตุ 9 ชนิด มาหลอมรวมกัน

พระเนื้อนวโลหะ ที่มีตำราชี้เฉพาะปริมาณของส่วนผสม ได้แก่ พระในกลุ่มพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ที่มี สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ กทม.เป็นองค์ปฐมการสร้าง สืบตำราต้นแบบที่บังคับในการสร้างพระกริ่งเนื้อนวโลหะสายวัดสุทัศนฯ ประกอบไปด้วย

๑.ชิน น้ำหนัก ๑ บาท (๑บาท = ๑๕.๒ กรัม)  ๒.เจ้าน้ำเงิน น้ำหนัก ๒ บาท (แร่ชนิดหนึ่ง สีเขียวปนน้ำเงิน)

๓.เหล็กละลายตัว น้ำหนัก ๓ บาท  ๔.บริสุทธิ์หรือทองแดงบริสุทธิ์น้ำหนัก ๔ บาท     ๕.ปรอท น้ำหนัก ๕ บาท  ๖.สังกะสี น้ำหนัก ๖ บาท  ๗.ทองแดง น้ำหนัก ๗ บาท  ๘.เงิน น้ำหนัก ๘ บาท  ๙.ทองคำ น้ำหนัก ๙ บาท

เนื้อสัตตโลหะ หมายถึง โลหะผสม ๗ ชนิด อันประกอบด้วย๑.เหล็ก ๒.ปรอท ๓.ทองแดง ๔.เงิน ๕.ทองคำ ๖.เจ้าน้ำเงิน และ ๗.บริสุทธิ์ตามอัตราส่วนของแต่ละตำรา และวัสดุที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ เช่น อาวุธที่เป็นเนื้อสัตตโลหะจะมีปริมาณของแร่เหล็กมากกว่าแร่ชนิดอื่น

เบญจโลหะ หมายถึงโลหะผสม ๕ ชนิด อันประกอบด้วย๑.เหล็ก ๒.ปรอท ๓.ทองแดง ๔.เงิน และ ๕.ทองคำอัตราส่วนตามความเหมาะสมของวัตถุที่สร้าง แต่โลหะหนักส่วนมากมักจะเป็นเหล็ก เพราะเหล็กมีราคาถูกกว่าโลหะชนิดอื่นๆ

ไข่มุกกวนอิม หรือไข่มุกถ้ำ ไข่มุกกวนอิม หรือไข่มุกถ้ำ มีความแข็งระดับ ๑๐ โมลฮ์ เชื่อกันว่าไข่มุกกวนอิมหรือไข่มุกถ้ำนี้จัดเป็นธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่ง หายากตามธรรมชาติ มักจะอยู่ในถ้ำลึกกลางป่าเขา มีไว้กับตัวกับบ้านถือว่าเป้นศิริมงคลยิ่งนักในทางธรณีวิทยานั้นจัดได้ว่าเป็นธาตุที่มีความแข็ง ๑๐ โมลฮ์ เทียบเท่ากับเพชรเลยทีเดียว เราเรียกอีกอย่างว่า เหล็กไหลชีปะขาว

เหล็กไหล ประเภทนี้ มีสีขาวเป็นมันเลื่อมคล้ายเกล็ดงูต่างจากเหล็กไหลสีขาวที่ผิวแต่รูปทรง เหมือนกัน เกจิอาจารย์บางท่านเรียกว่า พญางูเผือก พวกพระลามะทิเบตชอบมีไว้ประจำตัว เพราะมีมากและหาง่ายกว่าเหล็กไหลสีขาวพลังความแตกต่างไข่มุกกวนอิม กับ เหล็กไหลสีขาวเหล็กไหลสีขาวพลังทางร้อนแรงสูงมากและหายากมาก แต่ ไข่มุกกวนอิมมีพลังเย็นในถ้ำในภูเขาประเทศทิเบต

ส่วนในประเทศเราจะพบเห็นตามถ้ำทางภาคเหนือ และลึกเข้าไปในแคว้นเชียงตุงของพม่า และทางลาวเหนือ เพราะเหล็กไหลชีปะขาวชอบอากาศหนาวจัด มีอานุภาพทางแคล้วคลาดล่องหนหายตัวได้ชั่วคราว ถูกไฟไม่ยืด แต่ถ้าใช้คาถาอาคมยืดได้ มีมายาในตัว งอกขึ้นได้เล็กลงได้

ถ้าจะนำไปสร้างพระเครื่องจะต้องใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุบังคับ หากพลังจิตไม่แก่กล้าพอก็ทำไม่ได้ เหล็กไหลชีปะขาวใช้แทนเพชรได้ในกรณีต้องการตัดกระจก สามารถตัดกระจกให้ขาดได้ เพราะมีความแข็งพอๆ กับเพชร เหล็กไหลชีปะขาวทุบไม่แตก ตัดไม่ขาดเหล็กไหลชีปะขาวสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า ผู้ครอบครองจะหมดสิ้นอายุขัย มีเคราะห์ร้ายถึงตาย

เมื่อใดเหล็กไหลชีปะขาวจะถือโอกาสล่องหนอันตรธานหายไป ผู้ครอบครองคนใดเมื่อรู้ว่าเหล็กไหลชีปะขาวของตนหายก็อย่าได้ตกใจจนขวัญเสีย มีสติปลงให้ตก ทำบุญสุนทาน แผ่เมตตา ทำสมาธิให้จิตสงบไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อจะต้องตายไปจริง ๆ จิตจะได้สู่สุคติในสัมปรายภพส่วนเหล็กไหลสีขาวจะไม่หายเมื่อผู้ครอบครองมี เคราะห์ร้ายแค่ไหนก็สามารถทำให้พ้นเคราะห์ร้ายนั้นๆได้อย่างน่าอัศจรรย์ ยิ่ง

สำหรับตอนนี้ขอมอบพระคาถามนต์มหาทรหด (จากตำราอ.เทพย์ สาริกบุตร)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาดใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก

ศีล๕เข้าใจง่ายแต่กลับรักษาได้ยากยิ่งหากแม้ใครที่สามารถยึดมั่นในข้อศีลทั้ง๕ได้มากกว่าสามข้อขึ้นไปอย่างมั่นคงแล้วอานุภาพแห่งพระคาถาอาคมหรือแม้แต่เครื่องรางต่างๆที่ยึดถือนั้นก็สามารถบังเกิดความความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพอาถรรพ์ได้เช่นกัน “ได้ศีลข้อเดียวตลอดชีวิตก็ขลังสุดๆแล้วครับผมเจอมากับตัวมาก

Leave a Reply