ตำนานครูบาเฒ่าผู้มีหลายวิชชา

หากจะพูดถึงเรื่อง พระเกจิของไทยก็จะมีอยู่มากมายตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน เรื่องความเชื่อของบุคคลที่เลื่อมใส ศรัทธา ของพระเกจิของไทยและมีเพียงพระเกจิไม่กี่องค์เท่านั้นที่หลายคนต่างพากันนับถือ วันนี้ #พรานหญิงได้นำเรื่องราวธรรมะประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ ที่ท่านได้เล่าเรื่องของ ครูบาเฒ่า พระผู้ทรงอภิญญาอีกท่านหนึ่ง มาให้ทุกท่านได้ศึกษาได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น ไปชมกันเลย

ครูบาเฒ่ามีหลายวิชชา “ปีหนึ่งขึ้นไปภาวนาอยู่แม่เจดีย์ ตำบลแม่ขะจาน อำเภอเวียงป่าเป้า เชียงราย พระธาตุแม่เจดีย์เพิ่น พระอาจารย์มั่น (ภูริทตฺโต) เคยไปพักอยู่มาก่อน เจดีย์ยังมีพระธาตุอยู่ ถามชาวบ้านเขาว่าเก่าแก่มาก”

“มีครูบาเฒ่าองค์หนึ่งอยู่อำเภอเวียงป่าเป้า เชียงราย เขาว่าอายุมากแล้วได้เก้าสิบปีปลายๆ เป็นพระเมืองเหนือโบราณมหานิกาย บวชแล้วบำเพ็ญเนกขัมมะ รักษาศีล ภาวนาของตนอยู่วัด ครูบาศรีวิชัยยังไปเรียนวิชชาอยู่ด้วยแต่ไม่ได้สอนอะไรให้ ให้ตั้งใจเจริญในอิติปิโสฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโน ครูบาเฒ่าองค์นี้ได้วิชชาหลายอย่าง เช่นว่า

มีอยู่ครั้งหนึ่ง มดง่ามหมู่มากพากันหามแมงแสนตีนเลาะมาข้างอุโบสถ ท่านก็ร้องบอกให้เณรไปดูว่า “เสียงอะไรใครแห่หามอะไร เสียงอึกทึกสนุกสนานมาข้างอุโบสถไปดูทีเต๊อะ” สามเณรตลอดคนวัดพากันไปดูก็ไม่เห็นว่ามีใครมาทำอะไร สองรอบ สามรอบเทียวไปมาไม่เห็นว่ามีใครมาทำอะไร ครูบาเฒ่าก็เลยบอกว่า

“พวกสูไปดูใหม่เต๊อะ มดง่ามมันได้แมงแสนตีนมันพากันหามแห่ไปบ้านเรือนรังของมัน มันร้องบอกกันว่า ได้แล้วของอยู่ของกินเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน พวกสูอยากได้บุญก็เอาข้าวไปแบ่งให้มันหน่อยเต๊อะ ทานให้เดรัจฉาน พระเจ้า(พระพุทธเจ้า) ก็ยังว่าได้บุญได้กุศล” สามเณรพระภิกษุคนวัดพากันไปดูก็ปรากฏว่าเป็นเช่นนั้นจริง

อีกครั้งหนึ่ง ชาวบ้านเขาจะเอาควายไปฆ่าจูงมาผ่านวัดของครูบาเฒ่า ควายมันก็ร้องขอชีวิต “ครูบาเจ้า ช่วยผมหน่อยเถอะ” “ครูบาเจ้า ช่วยผมหน่อยเถอะ ผมยังไม่อยากตาย” ครูบาเฒ่าก็ลงจากกุฎิไปดักรอข้างหน้าอยู่ข้างวัด หมู่คนที่จะเอาควายไปฆ่าก็มาพอดี ครูบาเฒ่าก็สะพายบาตร ยืนดักหน้าอยู่ “โอ๊ะ  ครูบาเจ้าจะเยียะอะหยังหือ” “บิณฑบาตจะเอาอะหยัง เที่ยงบ่ายแล้วหนา” “เอาพวกสูและควายของสู”

ในขณะนั้นก็ถกเถียงหักล้างกันอยู่พักใหญ่ ๆ ที่สุดชาวบ้านพ่อค้าเนื้อควายก็จนมุม ยอมถวายควายถึกตัวผู้ใหญ่ลักษณะงดงามตัวนั้นถวายไว้ให้แก่วัดได้ใช้งานสำหรับลากฟืน หมู่พวกพ่อค้าควายก็กลับบ้านไป จนเป็นที่โจษขานกันว่า หากใครจะค้าวัวค้าควายหรือค้าสัตว์ใด ๆ อย่าได้ผ่านไปทางวัดครูบาเฒ่าเด็ดขาด ควายถึกตัวนั้นก็อยู่วัดจนแก่ชราแล้วก็ตาย พอตายแล้วเขาก็เอาเขาอันยาวพร้อมหัวนั้นมาทำเป็นราวจุดเทียนในอุโบสถ

มีคนเขามาเล่าให้ฟังว่า ควายตัวนั้นตายก่อนครูบาเฒ่า แล้วชาวบ้านเขาก็เอาเชิงเทียนหัวเขาควายนั้นมาตั้งจุดเทียนบูชาหน้าหิ้งหน้าโลงศพของครูบาเฒ่าเป็นอนุสรณ์ ครูบาเฒ่าเล่าว่า “ควายตัวนี้เป็นควายโพธิสัตว์ มาแต่สวรรค์ส่งมาเกิด เมื่อตายจากควายตัวนี้ก็จะไปเกิดอยู่สวรรค์แล้วมาเกิดเป็นคนได้บวชแต่น้อยแล้วก็ตายไปอีก เวียนว่ายตายเกิดต่อไปเมื่อหน้าจะได้เป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง”

ครูบาเฒ่าองค์นี้ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ไปพบปะ แต่โยมเขามาเล่าให้ฟัง เขาว่า เดี๋ยวนี้เขาควายเชิงเทียนนั้นยังอยู่ ถ้าจะไปดูก็จะพาไป กู่เจดีย์ครูบาเฒ่าก็ยังอยู่ ครูบาเฒ่าองค์นี้ฉันแต่ผักลวกกับน้ำพริก ถ้าเป็นปลาก็ต้องเป็นปลาแห้งมาตำมาป่นเป็นน้ำพริกจิ้มกินกับผักลวก อายุมากขนาดนั้นฟันไม่หลุดไม่หล่น ผมขาวทุกเส้น”

เรื่องราวของครูบาเฒ่าผู้มีหลายวิชชา เป็นเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาสมัยรุ่นปู่ย่าตายายมาจนถึงปัจจุบัน ครูบาเฒ่าท่านก็เป็นหนึ่งพระเกจิชื่อดังที่คนนับถือและศรัทธามากมาย ได้นำมาเผยแผ่บารมีของหลวงพ่อท่านเพื่อเป็นธรรมทานสำหรับทุกท่าน เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

คำว่าวิชชาดีของครูบาเฒ่าก็เปรียบคือวิชาธรรมะของพระพุทธองค์นั้นเอง

 

ใส่ความเห็น