ควายธนูยักษ์ “หลวงปู่ศุข” สยบเสือสมิงร้าย

ฝากข้อคิด วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ควายธนูยักษ์ “หลวงปู่ศุข” สยบเสือสมิงร้าย นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น ไปชมกันเลย

หลวงปู่ศุข ”ช่วยด้วย” เเต่หลวงปู่ท่านรู้ด้วยญาณสมาธิว่า เสียงนั้นมิใช่คนท่านจึงหลับตาภาวนาต่อไป ข้างฝ่ายพระอีกรูปที่อยู่ในกลดใกล้ๆ กันก็ถูกเสียงเรียกขึ้นมาเหมือนกัน เเต่ก็เงียบไปจนในที่สุด ก็ได้กลิ่นสาบเสือฉุนมาอย่างรุนเเรงมากโชยเข้ามาในกลดเเละปรากฏเงาดำใหญ่ของเสือโคร่งยืนทะมึนอยู่ภายนอกกลดมันเดินวนเวียนอยู่ภายนอกกลดเเต่ก็ไม่สามารถเข้ามาในกลดของหลวงปู่ได้ จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงทุกอย่างก็เงียบสงบลงและไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายเเรงเกิดขึ้น หลวงปู่ศุขท่านก็เเผ่เมตตาไปให้ เเละพร้อมทั้งอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ด้วย

เเล้วท่านก็พักผ่อนเอาเเรงจนรุ่งสว่างก็เดินทางออกมาสำรวจรอบๆกลด จึงได้พบรอยเท้าเสือโคร่งขนาดใหญ่มากเดินวนเวียนอยู่รอบๆบริเวณที่ปักกลดของหลวงปู่ศุขและบริเวณกลดของพระที่ป่วย หลวงปู่ศุขจึงได้เก็บบริขารเเละเร่งเดินทางต่อไป จนกระทั้งสายจึงได้เข้าเขตหมู่บ้านกะเหรี่ยง และได้ทราบข่าวว่าเมื่อคืนนี้ได้มีเสือสมิงเข้ามากัดคนในหมู่บ้านตายไปหนึ่งคน โดยเเปลงร่างเป็นหญิงสาวเข้ามาขอน้ำกิน ชาวกะเหรี่ยงซึ่งเคราะร้ายไม่ทันระวังตัวจึงลงไปเอาน้ำให้เลยถูกเสือกัดตายและเสือได้ลากศพหายเข้าไปในป่า

หลวงปู่ศุขจึงได้บอกชาวบ้านไปว่าเมื่อคืนมีเสือโคร่งตัวใหญ่มาวนเวียนอยู่รอบๆบริเวณที่ปักกลด และได้มีเสียงร้องเรียกให้ช่วยเป็นเสียงสำเนียงกะเหรี่ยง เเต่ท่านได้ทราบดีว่าเสียงนั้นเป็นเสียงเรียกของเสือสมิงจึงไม่ได้เปิดกลดเพื่อออกไปช่วย พวกชาวบ้านได้ฟังดังนั้นจึงได้นิมนต์หลวงปู่ศุขให้พักอยู่ในหมู่บ้านสักระยะหนึ่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านโดยสัญญาว่าจะดูเเลเรื่องของฉันเป็นอย่างดี หลวงปู่ศุขท่านก็รับนิมนต์เเต่ได้บอกกับชาวบ้านว่าท่านต้องการเพียงยารักษาพระรูปที่ป่วยให้หายจากอาการไข้ป่า ซึ่งชาวบ้านก็รับปาก

และในคืนนั้นเองก็เป็นการพบกันเเบบเผชิญหน้าโดยตรงเมื่อเจ้าสมิงวายร้ายวกกลับเข้ามาวนเวียนอยู่ภายในในหมู่บ้านอีกรอบ โดยคราวนี้มันเปลี่ยนร่างเป็นเด็กวัยรุ่นทำทีว่าเข้ามาขอพักอาศัยหลับนอนในหมู่บ้านเเต่หลวงปู่ศุขท่านได้เตรียมการต้อนรับมันล่วงหน้าเเล้ว โดยท่านได้ทำน้ำมนต์ไว้รอรับและปลุกควายธนูไว้คอยท่าพร้อมทั้งสั้งให้ชาวบ้านเตรียมคบไฟไว้เมื่อได้สัญญานก็จุดคบไฟขึ้นพร้อมกันเเล้วตีวงล้อมไว้เป็นวงกลมเพื่อที่ท่านจะได้จับเสือสมิงให้ได้เเละทำการปลดปล่อยวิญญาณของมัน แล้วก็เป็นไปตามคาดหมายเมือเจ้าเสือสมิงร้ายมันหลุดเข้ามาในวงล้อมของหลวงปู่ศุขเเล้วหลวงปู่ศุขก็ปล่อยควายธนูออกไป

 

ทันใดนั้นปรากฏควายร่างใหญ่ขึ้นวิ่งไล่ขวิดเสือสมิงในร่างของเด็กวัยรุ่นจนกระเด็นกลับกลายเป็นร่างเสือโคร่งตัวใหญ่ส่งเสียงคำรามดูหน้ากลัว เลือดทะลักออกจากสีข้างของมันเเละหลวงปู่ศุขท่านก็ได้ส่งสัญญาณขึ้นชาวบ้านก็จุดคบไฟขึ้นพร้อมกันหลังจากนั้นก็ตีโอบรอบเจ้าเสือร้ายนั้นไว้ ส่วนควายธนูก็ก็วิ่งไล่ขวิดเสือสมิงอย่างดุดันเจ้าเสือร้ายก็สู้สุดกำลัง เป็นจังหวะที่หลวงปู่ศุขท่านได้สาดน้ำมนต์ไปที่หลังของมัน เจ้าเสือโคร่งเมื่อถูกน้ำมนต์ก็หยุดการเคลื่อนไหว ส่งเสียงร้องอย่างโหยหวนแล้วก็แน่นิ่งไปกลายเป็นซากเสือที่เริ่มเน่าเหม็นส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หลวงปู่ศุขท่านจึงราดน้ำมนต์ที่เหลือทั้งหมดไปที่ตัวของมัน

และให้พวกชาวบ้านกะเหรี่ยงช่วยกันก่อกองไฟขึ้นมานำซากเน่าของมันโยนเข้ากองไฟเพื่อเผาส่งวิญญาณพร้อมทั้งดวงวิญญาณของคนที่ถูกมันกัดตายและสิงอยู่ในร่างของมัน จากนั้นสวดแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลให้มันในคราเดียวและเมื่อทำการเผาซากศพเสือสมิงเรียบร้อย ท่านก็ให้ชาวบ้านช่วยทำการขุดหลุมฝังขี้เถ้าที่เผาจากซากศพแล้วท่านก็ทำน้ำมนต์เพื่อประพรมให้ทั่วหมู่บ้าน จากนั้นท่านก็แจกจ่ายด้ายมงคลที่ท่านปลุกเสกขึ้นมาให้กับชาวบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลและกำลังใจ หลวงปู่ศุขพักอยู่ในหมู่บ้านกะเหรี่ยงประมาณห้าวัน เมื่ออาการไข้ของพระอีกรูปหายดีแล้ว ท่านจึงชักชวนกันลาชาวบ้านและออกเดินทางต่อ โดยพระรูปนั้นได้ขอเเยกทางเพื่อที่จะเดินทางกลับเนื่องจากกลัวว่าอาการไข้จะย้อนเป็นขึ้นมาอีก หลวงปู่ศุขจึงได้เดินธุดงค์ต่อเพียงลำพัง

คาถาหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ตั้งนะโม ๓ จบ แล้ว กล่าวคาถาหลวงปู่ศุขว่าสัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ มะอะอุ

คาถาอาราธนาพระเครื่องและตะกรุดหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ตั้งนะโม ๓ จบ ระลึกถึง(หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า) แล้วภาวนา คาถาหลวงปู่ศุข ว่าดังนี้ อิติอะระหังสุคะโต เกสโรนามะเต ประสิทธิเม อิหิอะโห นะโมพุทธายะ

หมั่นสวดภาวนาเป็นประจำป้องกันภัยพิบัติต่างๆเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย พระเครื่องหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าเป็นพระเครื่องที่มีพุทธคุณสูงมากเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคน แต่เนื่องจากของเก๊มากมาย เราสามารถใช้พระคาถาหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าในบทต่างๆของท่านภาวนาเพื่อปกป้องคุ้มครองอันตรายต่างๆแทนได้เหมือนกัน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply