คาถาชั้นสูง ยันต์เกราะเพชร “หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค”

หากพูดถึง คาถา คือ คําประพันธ์ประเภทร้อยกรองในภาษาบาลี อัตราของฉันท์ คือ๔บาท เรียกว่า คาถาหนึ่งคําเสกที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ คาถาอาคม,มนต์,คำเสก,คำสาป เวทมนตร์ชื่อหมวดแห่งพุทธวจนะรวมอยู่ในพระไตรปิฎก เช่น เถรคาถา เถรีคาถา, กำหนดบทร้อยกรอง๔บาทเป็น๑คาถา วันนี้ได้นำเรื่องราวของบทพระคาถาชั้นสูง ยันต์เกราะเพชร “หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

ยันต์เกราะเพชร หลวงพ่อปาน อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ วา โธ โน อะ มะ มะ วา อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ

สำหรับยันต์เกราะเพชร คือ เป็นคาถา อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ เรียกกันว่า ห้องพระพุทธคุณ แต่เขียนลงมาอย่างหนังสือเจ๊กเขียนลงไม่เขียนตามบรรทัด เขียนลงมา ๗ คำ แล้วก็ไปขึ้นต้นใหม่เรียงกันไปก็ว่า อิระชาคะตะระสา ติหังจโตโรถินัง นี่เรียกว่าอิติโส ๘ ทิศ อย่างนี้แหละ แล้วก็ชักเป็นยันต์เรียกสูตรตามเส้นที่เขาชักไป

สำหรับยันต์เกราะเพชรนี่หลวงพ่อปานปลุกได้ดีมาก เพราะว่าเวลาท่านจะเป่าให้ใครนั้น ท่านเขียนยันต์ใส่กระดานดำไว้ แล้วท่านก็ยืนอยู่ข้างหลังให้ทุกคนจุดธูปเทียนแล้วภาวนาว่า พุทโธ ถ้าคนไหนมีครรภ์ ผู้หญิงมีครรภ์ก็ให้จุดธูป ๑ ดอกแทนลูกในครรภ์แล้วท่านก็เป่า เวลาเป่ายันต์เข้าตัวจะมีความรู้สึกหนักที่ศีรษะหรือว่าคันที่หน้า ยังงี้เรียกว่ายันต์เข้าจับตัวแล้ว ถ้ายันต์เข้าจับตัวทุกคนก็เป็นอันว่าเลิกกัน

ท่านเป่าเฉพาะวันเสาร์ห้า คือว่าเป็นเดือนอะไรก็ตาม เป็นขึ้น๕ค่ำวันเสาร์หรือวันเสาร์ตรงกับ๕ค่ำ อันนี้ใช้ได้ เรียกว่าท่านทำเป็นปกติ แล้วก็วันเสาร์๕นี่แหละเป็นวันยกครูของท่าน ท่านจะยกครูหมอครูอะไรก็ตามก็ทำกันวันเสาร์ห้า คนเยอะยิ่งกว่ามีงานวัดอีก ศาลาของท่านใหญ่จุคนเป็นพัน แต่เวลาเป่ายันต์เกราะเพชรจริงๆ ต้องผลัดกัน ๔-๕ รุ่น เรียกว่านั่งเต็มศาลาเป่า๑คราว ใครเป่าแล้วก็ลงมา คนที่ยังก็ขึ้นไป ยังงี้เปลี่ยนกันถึง ๔-๕รุ่น

คุณสมบัติของยันต์เกราะเพชรก็เป็นการกันการกระทำการกลั่นแกล้งจากคนอื่นด้วย วิชานี้ดีมากหากว่าใครขืนทำเข้าคนนั้นก็เคราะห์ร้าย เคราะห์ร้ายเพราะอะไร ของเหล่านั้นจะกลับสะท้อนย้อนเข้าไปหาตัว

คราวหนึ่งพระผลบวชพรรษาเดียวกับฉัน แกอยู่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี แกไปรับยันต์เกราะเพชร พอรับแล้วแกก็ออกไปหลังวัด ปรากฏว่าถูกงูเห่ากัดเห็นตัวชัดเพราะเป็นกลางคืนเดือนหงาย เห็นว่าเป็นงูเห่าแน่เอาไฟส่องดูก็แผ่แม่เบี้ยหราเป็นงูเห่า แกก็วิ่งเข้ามาหาหลวงพ่อปาน หลวงพ่อปานก็ถามว่า แกรับยันต์เกราะเพชรหรือเปล่า พระผลก็บอกว่ารับขอรับ ท่านบอกว่าถ้ารับไม่รักษา ฉันอยากจะดูคนที่รับยันต์เกราะเพชรมันตายเพราะถูกงูกัดสักคน ถ้าหากว่าแกตายฉันจะดีใจมาก ท่านผลหน้าซีด

ปรากฏว่าในขณะที่ท่านพูด พิษมันวิ่งขึ้นมาถึงเข่าแล้วก็ถอยไปปวดอยู่ปากแผล เดี๋ยวมันก็ปวดขึ้นมาถึงเข่า แล้วก็ปวดที่ปากแผล๓ครั้ง พอวาระที่สามปรากฏว่า อาการปวดหายไปหมดเลยพิษหมดเลย พระผลดีใจมาก บอกว่าหายปวดแล้วครับ

หลวงพ่อปานก็บอกว่านั่นนะซิ ฉันแน่ใจว่ายันต์เกราะเพชรของฉันดี แต่ถ้าแกรับแล้วแกตายเพราะงูกัด ฉันก็จะเห็นว่าแกเป็นคนเลวมากไม่มีความเคารพในพระพุทธเจ้า เพราะว่ายันต์เกราะเพชรนี่ฉันอาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าคุ้มครองนะไม่ใช่อื่น ถ้าแกตายแล้วก็เป็นพระด้วย แกรับยันต์เกราะเพชรไปแล้วด้วย ถ้าถูกงูกัดแล้วตายเพราะงูพิษก็น่าจะตายหรอก เพราะว่าคนที่บวชแล้วไม่เคารพในพระพุทธเจ้าไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาเป็นคนเลวก็ควรจะตาย แต่ว่าแกไม่ตายนี่ก็แสดงว่าแกเป็นคนดีแล้ว ความมั่นคงในพระพุทธเจ้าใช้ได้นี่ว่ากันถึงยันต์เกราะเพชร

เมื่อจะท่องหรือจะใช้พระคาถาใดๆทุกๆพระคาถาจะต้องตั้ง “นะโม” สามจบก่อน การใช้เวทมนตร์คาถานั้น ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ดวงจิตอันสำรวมเป็นสมาธิ และที่สำคัญที่สุด ถือศลี๕ข้อ หมั่นทำความดี สร้างบุญบารมี จะช่วยปกป้องคุ้มครองเราตลอดไป

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวของบทพระคาถา ยันต์เกราะเพชร หลวงพ่อปานวัดบางนมโค ที่ได้เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

4 comments

ใส่ความเห็น