คาถามหาจินดามณีมนต์ “หลวงพ่อปลอด วัดในปากทะเล”

หากกล่าวถึงพระคาถา คาถาคือ ร้อยกรองคำสอนของพระพุทธศาสนา ถ้อยคำที่ร้อยกรอง ถ้อยคำที่ผูกไว้ ถ้อยคำที่ขับร้อง ท่อง สวด หรืออักขระข้อความที่เชื่อว่าท่องบ่นหรือเสกเป่าแล้วศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ได้นำบทพระคาถามหาจินดามณีมนต์ “หลวงพ่อปลอด วัดในปากทะเล” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

คาถามหาจินดามณีมนต์ หลวงพ่อปลอด วัดในปากทะเล เพชรบุรี พระคาถานี้ใช้ได้ ๑๐๘ ประการวิเศษนักแล เป็นของหาได้ยาก ถ้าผู้ใดพบจงเอาไปใช้เถิด สุดแท้แต่เราจะปรารถนาสิ่งอันใดทำเอาได้ทุกประการ

ตั้ง นะโม ๓ จบ

ฉะมัญญา สะพุทธคุณนัง คุณพระพุทธเจ้า ๕๖ ธัมมะคุณนัง อัฏฐะติงสะติ คุณพระธรรมเจ้า ๓๘ สังฆะคุณโน จาตุธะโสเจวะ คุณพระสงฆเจ้า ๑๔ ตรีนิคุณา มะทาคุณนัง คุณแก้วสามประการ นัตธิปะมาโสนา หาที่เสมอมิได้

สิเนรุจะ ปิตาคุณนัง คุณพระบิดาหนักกว่าเขาพระสุเมรุ เมหะปิตะลัง มาตาคุณนัง คุณพระมารดาหนักกว่าแม่พระธรณี สัตถาคุณนัง สมุทฐามิ คุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์หนักกว่าท้องพระมหาสมุทร

หิมะวันตัง ญาติคุณนัง คุณพระญาติทั้งหลายหนักกว่าป่าหิมพานต์

จักกะวาสัง ราชาคุณนัง คุณพระมหากษัตริย์หนักกว่าอนันตจักรวาล อัฎฐะระคุณนัง สมุทฐามิ คุณท่านทั้งหลายแปดประการ โลกะเชษโฐ ในโลกนี้

อะหังวันทามิ สัพพะทา ขอเดชเดชะกุศลของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ระลึกถึงคุณของท่านทั้งหลายแปดประการ ขอคุณท่านทั้งหลายแปดประการนี้ จงมาช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าทำการสิ่งใดก็ขอให้การสิ่งนั้นจงสำเร็จ สมความมุ่งมาดปรารถนา ทุกสิ่งทุกประการด้วยเถิดพระเจ้าข้าฯ

พุทธังเมตตา ธัมมังเมตตา สังฆังเมตตา นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู พระบิดาค้ำชู พระมารดาป้องกัน พระอุปัชฌายะ พระกรรมวาจาจารย์ พระอนุสาวนาจารย์ จงมาเป็นกำแพงเพชรเจ็ดชั้น กางกั้นโพยภัยอุปัทวะศัตรูทั้งหลายอย่าได้เข้ามากล้ำกราย

สัพพะรัตติง หิวัง การิยะเมตตัง กรุณาไมตรีอินทะโมกขัง พิสสะวา มะนามัง ปิยังมะมะ พุทธังเมตตา ธัมมังเมตตา สังฆังเมตตา พุทธังกรุณา ธัมมังกรุณา สังฆังกรุณา พุทธังละลวย ธัมมังละลวย สังฆังละลวย สังฆังละลวย มะละลวย อะละลวย อุละลวย อุละลวย อะละลวย มะละลวย

นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู พระบิดาอุปถัมภ์ พระมารดาค้ำชู ประสิทธิแก่กู สวาโหม ฯสิทธิราชา มหามันตัง จินดาทิโส ภูมิยาโรรัง ทาตัสมิ๊ง ทิกะทะจักขุ อะทิสะเร จันทะเก เอวะสะมุขขี วัตถุติยา มะนีมิหัง มันทะนะ ปัสสะทัง มาตาปุตตังวะโอระสัง มาตาโหนติ มะนุสสะเทวานัง อะมะนุสสะเทวานัง สะมะยะจิตตัง อะสะมะยะจิตตัง เอหิ เอหิ อาคัจฉันติ

จินดามะณี ปิยันมันจะทะนัง ยะสะ ทาสาทาสีโกมัง ปัสสันติสิเนหัง มาตาปุตตังวะโอระสัง นะเวเทวะ นะชาลีติ สิทธิลาภาสะทาโหนติ มาตาปุตตังวะโอระสัง พุทธังเมตตา ธัมมังเมตตา สังฆังเมตตา เทวาเมตตา อินทราเมตตา พรหมมาเมตตา มะเมตตา อะเมตตา อุเมตตา อุเมตตา อะเมตตา มะเมตตา

สะมะณะราชา อิตถีโยเสนาชะนา สัพพะสะเนจะปูชิโต สัพพะโกธาวินาสสันติ มะณีจินดาปิยะปุตตัง อะหังสุตตะวา เอกังอันยะมันยัง อิตถีมะมังทิสสะวา ปิยังทัตตะวา สะมาตะโตโม

หลวงพ่อปลอด ท่านเป็นพระเถระอีกรูปหนึ่งที่สร้างคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์สืบมาถึงปัจจุบัน แม้ท่านได้มรณภาพล่วงเลยไปนานแล้ว ความเคารพเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านก็มิได้เสื่อมคลายลงแม้แต่น้อย นับได้ว่าเป็นพระเถระอีกรูปที่ประดุจดาวจรัสแสงดวงหนึ่ง ควรแก่การจดจารึกไว้ตลอดกาล

“ หลวงพ่อปลอดสร้างลูกอม ข่มศาสตรา สืบวิชาหลวงพ่อแก้ว แววสดใส ทั้งเมตตาคงกระพัน นิรันตรายช่วยคุ้มภัยอยู่ยง คงชาตรี ตามตำนานกล่าวขาน กันนานแล้ว เป็นศิษย์เอกหลวงพ่อแก้ว แพรวผ่องศรีเทพเจ้าแห่งเมืองเพชร เดชคัมภีร์ ด้วยบารมีหลวงพ่อปลอด รอดพ้นภัย ”

เมื่อจะท่องหรือจะใช้พระคาถาใดๆทุกๆพระคาถาจะต้องตั้ง “นะโม” สามจบก่อน การใช้เวทมนตร์คาถานั้น ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ดวงจิตอันสำรวมเป็นสมาธิ และที่สำคัญที่สุดคือ ถือศลี๕ข้อ หมั่นทำความดี สร้างบุญบารมี บุญบารมีและความดีจะช่วยปกป้องคุ้มครองเราตลอดไป

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวของบทพระคาถามหาจินดามณีมนต์ “หลวงพ่อปลอด วัดในปากทะเล”ที่เป็นตำนานเล่าขานที่ได้เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น