คาถาอยากเห็นผี ท่องคาถา ๔ ตัวเท่านั้น “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ คาถาอยากเห็นผี ท่องคาถา ๔ ตัวเท่านั้น “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

“คาถาเห็นผี” หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี เมื่อเดือนมีนาคม๒๕๒๖ ข้าพเจ้าได้ร่วมเดินทางไปกับคณะของพระคุณเจ้าหลวงพ่อพระสุธรรมยานเถระที่บ้านริมทะเลของพันตำรวจเอกเล็ก คุณรสนา ฟอตี้ ที่คลองวาฬจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลวงพ่อท่านให้“คาถาเห็นผี”อยู่ที่คลองวาฬ ข้าพเจ้าไม่กล้าท่องเกรงจะเห็นผีจริงๆ จนกลับถึงบ้านคืนแรกนึกว่านอนอยู่ในบ้านเราเองไม่เป็นไร กำลังง่วงเพลียจากการเดินทางจึงไม่ทันคิดมากนอนนึกว่า “เอ๊ะ เป็นหลวงปู่ปานวัดบางนมโคพระอาจารย์ของหลวงพ่อท่านเอง”

หลวงปู่ปานท่านลืมตาดูข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จ้องหน้าท่านท่านพูดด้วยเบาๆแบบให้พรหรือว่า“ดีแล้ว” ฟังไม่ถนัด หน้าท่านคล้ายหลวงพ่อฤาษีลิงดำมาก คนอื่นเข้าไปกราบทีละคนๆ คนดีท่านให้พรหรือเฉยๆมีบางคนเข้าไปกราบท่านไล่แต่ยังดื้อเข้าไปอีก ท่านตวาดเบาๆคนนั้นกระเด็นไปตั้งไกล แล้วข้าพเจ้าก็ตื่นนอน จึงพิจารณาดูก็รู้ว่าคงเป็นเพราะเราว่าคาถาเห็นผีก่อนนอนนั่นเอง ผีแบบนี้เองไม่น่ากลัวนึกว่าเป็นผีแบบอยู่ๆโผล่ออกมาเลย ได้ชื่อว่าผีใครจะไม่กลัว

อีก ๒-๓ วัน ได้ไปกับคณะหลวงพ่อท่านอีก ที่สวนทุเรียนจันทบุรีของตระกูลเวสารัชชานนท์ เช้าวันแรกข้าพเจ้านั่งมองหน้าหลวงพ่อท่านคิดว่าท่านเหมือนหลวงปู่ปานในฝันจริงๆ เป็นที่อัศจรรย์ข้าพเจ้าเห็นท่านเปลี่ยนเป็นสีขาวด้านๆก่อน แล้วมีประกายออกมาด้วย จึงได้กราบเรียนท่านถึงความฝันที่เกิดจากการท่องคาถา “สุปินานัง” ที่ท่านให้ แต่ไม่ได้บอกบุคคลที่หลวงปู่ปานท่านให้พรและไล่ ถ้าท่านอยากทราบท่านทราบเองได้โดยไม่ต้องมีใครบอก ได้แต่เรียนท่านว่า “หน้าตาท่านคล้ายหลวงปู่ปาน” ท่านรับว่า “ใช่ มีหลายคนเคยพูดกับท่านเหมือนกัน”

ผีของหลวงพ่อปานคือผู้ที่ตายแล้วไม่มีขันธ์ ๕ มีแต่อทิสมานกายจะเป็นพระอรหันต์อยู่พระนิพพานเป็นพรหม เป็นเทวดา เปรต อสุรกาย สัตว์นรก เรียกว่าเป็นผีหมด รู้ยังงี้ค่อยยังชั่วจึงว่าคาถา “สุปินานัง” ทุกวันเมื่อไหว้พระสวดมนต์กับท่องคาถาบทอื่นๆอีกทุกบทเพื่อป้องกันตัวด้วย เป็นสมาธิด้วย กันลืมด้วย ผีที่เห็นๆด้วยจิตจึงไม่น่ากลัวเหมือนผีเป็นร่างคนที่เคยแกล้งทำหลอกกันสมัยเด็กๆ ท่านที่ฝึกสมาธิอยากเห็นผี คุยกับผีในใจ เอาคาถาของพระคุณเจ้าหลวงพ่อพระสุธรรมยานเถระหรือหลวงพ่อท่านฤาษีลิงดำช่วยด้วยมีผลเร็วดี มี๔คำเท่านั้น “สุปินานัง” ว่าในใจเรื่อยๆจนลืมว่า นี้คือคาถาเห็นผีแล้วผีจะมาปรากฏขึ้นเองตอนเราเผลอ

ข้อสำคัญคนท่องจะต้องทำใจแข็งยึดองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แน่น ข้าพเจ้านึกตามประสาคนช่างฝันเท่านั้น จริงหรือเท็จ ท่านทดลองทำสมาธิแล้วท่องคาถาเห็นผีของพระคุณเจ้าพระสุธรรมยานเถระดู แล้วถามผีเอง ผีไม่โกหก คาถามี๔คำสั้นๆ “สุ ปิ นา นัง” แล้วเราจะได้รู้ว่า การเห็นผีหรือผีหลอก เป็นของปกติธรรมดาๆ เรามีกำลังสมาธิควบคุมอยู่ เห็นแล้วก็รู้สึกเฉยๆ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply