จอมขมังเวทย์มหาเสน่ห์แห่งแดนอีสาน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

อ.เปล่ง บุญยืน อดีตคือผู้บริหารโรงเรียนในอ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ พระเกจิอาจารย์สายอีสานใต้ กล่าวยกย่อง อ.เปล่ง โดยเรียกว่าคำแทนท่านว่า “อาจารย์ผู้เฒ่า” ทุกครั้งประวัติอาจารย์เปล่ง บุญยืน จอมขมังเวทย์มหาเสน่ห์แห่งแดนอีสานใต้ ท่าน เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๔ ขึ้น๒ค่ำ เดือน๗ ปีระกา ที่ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ อาจารย์เปล่งท่านแต่งงานกับนางยอน บุญยืน

มีบุตรธิดาร่วมกัน ๗คน ๑)ด.ต.ผดุง บุญยืน(เสียชีวิตแล้ว) ๒)นายเสน่ห์ บุญยืน ๓)นางเสนาะ บุญยืน ๔)นายวรวุฒิ บุญยืน ๕)ด.ต.ทองอยู่ บุญยืน ๖)นายวรศักดิ์ บุญยืน ๗)นางเพ็ญศรี บุญยืน
อาจารย์เปล่งท่านถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาลสุรินทร์ด้วยโรคปอดบวมรุนแรงเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๑๗:๒๐น. สิริอายุ ๘๗ปี

ท่านเคยเล่าว่า สมัยที่ท่านเป็นนักศึกษา ได้หลบหนีเข้าป่าเนื่องจากขณะนั้นมีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองรัฐบาลได้กวาดล้างคนที่มีความคิดเห็นต่างและท่านถูกกล่าวหาว่า เป็นพวกคอมมิวนิสต์ ท่านจึงหลบหนีเข้าป่าไปเจอท่านอาจารย์ภา มีเชื้อสายเขมรและเป็นพระที่มีวิชาอาคมแก่กล้าและขลังมาก อาจารย์ภาได้ชักชวนให้บวชด้วยกัน

ท่านจึงตัดสินใจบวชออกเดินธุดงค์ไปทั่วป่าลึกทั้งในเขตสุรินทร์ ศรีสะเกษ กระทั่งฝั่งเขมรและลาว ท่านฝึกจิตเจริญวิปัสสนากรรมฐานอยู่กลางป่าเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี เมื่อถึงเวลาอันสมควรท่านจึงขอลาสิกขากลับมาสู่เพศฆราวาสอีกครั้งเมื่อปี ๒๔๙๒ หลังจากนั้นอีก ๖ เดือนต่อมาท่านก็สอบบรรจุเป็นครูเริ่มชีวิตข้าราชการแต่นั้นมาจนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนมัธยม

ด้วยความสามารถทางจิตของท่าน ทำให้ท่านเสกอะไรก็ขลังมีพลังไปหมด ทำแบบรู้แจ้งเห็นจริงเชื่อถือได้พิสูจน์ได้ คนในเขตอีสานใต้ต่างรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของท่านดี มีครั้งหนึ่งชาวบ้าน ได้เชิญท่านเป็นเจ้าพิธีในงานเปิดสะพานแม่น้ำมูล ท่านได้นั่งบริกรรมอยู่บนเรือ ขณะที่นั่งท่านบริกรรมอยู่นั้นได้มีปลาจำนวนมากกระโดดขึ้นเต็มลำเรือเลย ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากที่มาร่วมพิธีต่างตะลึงไปตามๆกัน จนเป็นที่เลืองลือระบือไกล เป็นที่รักใคร่และศรัทธาของชาวบ้านมาจวบจนทุกวันนี้ เครื่องรางหรือวัตถุมงคลที่ท่านสร้างนั้นมวลสารหลักๆ คือผงพราย ท่านบอกว่า ถ้าใครโดนคุณไสยมา พรายจะถอนออกให้ และกันคุณไสยมนต์ดำได้ด้วย อีกทั้งเป็นมหาเสน่ห์อย่างแรง ท่านบอกว่าใช้พระท่านนั้นคุ้มครองตัวได้แน่นอน

ย้อนไปในระหว่างที่ท่านบวชได้ธุดงค์ติดตามพระอาจารย์ภาอยู่นั้นท่านได้ศึกษาวิชาอาคมจาก “พระอาจารย์ภา” จนหมดสิ้นทั้งคงกระพันและเมตตา ว่านยาต่างๆ วิชาที่สำคัญอีกอย่างคือ วิชาทางพราย ซึ่งน้อยคนนักที่จะเรียนสำเร็จ วิชาทางพรายของท่านอาจารย์เปล่งนั้นท่านทำเพื่อสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์และเป็นการสร้างกุศลแก่พรายเอง (พรายที่นำมาทำผงพรายเป็นพรายที่พลีด้วยความสมัครใจไม่ได้บังคับแต่ประการใด) ท่านอาจารย์เปล่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางไสยเวทย์ท่านได้สยบวิญญาณก่อนและให้วิญญาณนั้นๆรับศีลรับพรทำให้เขาได้อยู่ดีมีสุข แล้วจึงนำกระดูกมาบดเสกกำกับด้วยคาถาให้มีผลทางด้านเมตตา มหานิยม

ท่านอาจารย์เปล่งท่าน สร้างด้วยเมตตาธรรม จึงปลอดภัย ไม่เข้าตัว

บางเรื่องทางคุณพระท่านสงเคราะห์ไม่ได้เพราะติดข้อบังคับพระธรรมวินัย บางอย่างฆราวาสจึงเสกได้ขลังกว่าพระอย่างเช่นมหาเสน่ห์ดลจิตดลใจคนประมาณนั้น ท่านอาจารย์เปล่งได้ใช้วิชาอาคมต่างๆ ที่ร่ำเรียนมาสงเคราะห์ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากมากมายอาทิ สมัยที่ท่านยังรับราชการอยู่มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งถูกงูกัด จะไปโรงพยาบาลแต่ก็ไม่ทัน พ่อแม่จึงพามาหาท่านให้ช่วยรักษา ท่านก็เมตตาเสกเป่าพ่นให้เป็นที่อัศจรรย์เด็กหายจากพิษร้ายรอดตาย หลังจากนั้นมากิติศัพท์ของท่านก็แพร่ออกไปชนิดที่เรียกว่าไม่ว่างูชนิดไหนจะมีพิษมากน้อยเท่าไรถ้าสามารถมาถึงมือของท่านได้รับรองว่ารอดทุกราย

ส่วนทางด้านเมตตาก็มีปรากฏอยู่เนืองๆ ครั้งหนึ่งมีเพื่อนครู(ขอสงวนนาม)ไปหลงรักสาวแต่สาวเจ้ากับไม่เล่นด้วยเสียใจจนคิดฆ่าตัวตาย อาจารย์เปล่งเมื่อทราบเรื่องโดยตลอดแล้วจึงขอคำมั่นสัญญาจากเพื่อนครูและรับปากที่จะช่วยเหลือ จากนั้นท่านก็เสกสิ่งของให้ไป เพื่อนครูของท่านก็สมหวังในระยะเวลาต่อมา ความรู้ความสามารถของท่านไม่แสดงออกมากนักติดที่เพื่อนเป็นครู

กลัวจะเป็นที่ครหานินทาว่า งมงายไร้สาระจนกระทั่งท่านเกษียณอายุ ท่านอาจารย์เปล่งจึงสร้างพระเครื่องและเครื่องรางของขลังอย่างจริงจังจนเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ คนสิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, จีน รวมถึงฮ่องกงก็ศรัทธาท่านบูชาวัตถุมงคลและเครื่องรางของท่านแล้วต่างมีประสบการณ์มากมาย พระเครื่องที่ท่านอาจารย์เปล่งสร้างครั้งแรก เป็นพิมพ์พระขุนแผน ผู้ที่ได้รับแจกไปจากท่านต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าเป็นสุดยอดทางเมตตาจริงๆ กรรมวิธีการสร้างและเสก

และเมื่อพระขุนแผนรุ่นแรกหมดไปลูกศิษย์หลายคนหลายคณะที่ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของจึงขอร้องให้ท่านสร้างขึ้นอีก ซึ่งท่านเมตตาก็สร้างให้ตามประสงค์จนถึงปัจจุบันมีมากถึง ๖ รุ่น แล้วเรียงตามลำดับดังนี้
๑.พระขุนแผนมหาเสน่ห์(ป.๑) ๒.พระขุนแผนชมตลาด(ป.๒) ๓.พระขุนแผนสยบมาร ๔.พระขุนแผนสะกดทัพ ๕.พระขุนแผนพราย ๕๙ ตน ๖.พระขุนแผนจอมสุรินทร์ แต่ที่เป็นที่นิยมมากสุดคงหนีไม่พ้น ขุนแผนพราย๕๙ตน ซึ่งถ้าเป็นของแท้ๆแล้วนั้น ถ้าไม่เกินกรรม ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง

พระขุนแผนของท่านทุกรุ่นนับว่าไม่เคยสร้างความผิดหวังให้ใครเลยผู้ที่เคยใช้แล้วต่างยอมรับทุกราย รุ่นที่ศิษย์ขอร้องให้ท่านสร้างให้โดยเฉพาะในปีนี้ (พ. ศ.๒๕๔๓) ท่านได้สร้างพระสมเด็จจอมสุรินทร์ขึ้นตามคำเรียกร้องของคณะศิษย์ที่อยากได้พระเครื่องที่มีพุทธคุณทางด้านค้าขายและโชคลาภโดยเฉพาะ ส่วนเครื่องรางของขลัง ท่านสร้างไว้มากมายหลายชนิด อาทิ อิ้นคู่มหาเสน่ห์ ที่มีอานุภาพทางเมตตามหาเสน่ห์อย่างสูงสุด ใครเห็นใครรัก หญิง ชายหลง ผู้ใหญ่เมตตา นับเป็นวัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงให้ท่านเป็นอย่างมาก รัก–ยม ท่านอาจารย์เมตตาปลุกเสกจนมีฤทธิ์ช่วยผู้บูชาทำมาหากิน ทำมาค้าขาย เรียกลูกค้าเรียกคนเข้าร้าน เรียกงาน เรียกเงินเรียกทอง เฝ้าบ้านและตาม จะเรียกใช้

สีผึ้ง จะเน้นทางเมตตาค้าขายผสมผงกุมาร ลูกอมเพชรกลับ คุณพิเศษด้านกลับร้ายกลายเป็นดี ตะกรุดโทน มีพุทธคุณครบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นมหาเสน่ห์ มหาโชค มหาลาภ มหาอุด ตะกรุดพญางูเหลือม ดีทางเรียกเงินเรียกทอง ทำมาหากินสะดวกสบาย โชคลาภเงินทองเข้ามาหาเอง เหมือนพญางูเหลือมที่สัตว์เล็กใหญ่พากันมาให้กินโดยไม่ต่อสู้ขัดขืน ปลัดขิก เมตตา ค้าขาย กันเขี้ยวงา นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายชนิดเช่น ผ้ายันต์ต่างๆ ซึ่งระยะหลังๆท่านได้เลิกทำแล้วเพราะอายุมาก เครื่องรางทุกชนิด พระเครื่องทุกรุ่นทุกพิมพ์ ท่านสร้างด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอน อาจารย์เปล่งกล่าวว่าเวลาท่านทำวัตถุมงคลหรือเครื่องรางให้คนเอาไปใช้ ท่านต้องทำให้เต็มที่ ไม่ให้เสียชื่อ ท่านเรียนรู้จริง ทำได้จริงจึงกล้ารับประกัน

เรามาทำความรู้จักกับคำว่า”พราย”กัน

“พราย” คือ ผีจำพวกหนึ่ง ผีที่จะนำมาเป็นพรายได้ต้อง เป็นผีตายโหง ยิ่งตายท้องกลมยิ่งเฮี้ยน ผีเหล่านี้จะมีพลังงานมีฤทธิ์เดชและเฮี้ยนต่างจากการตายแบบธรรมดา ลักษณะการตายโหงวิญญาณจะมีอาถรรพ์และเฮี้ยนกว่าปกติ ยิ่งผ่านการปลุกเสกจากผู้มีอาคมแก่กล้ายิ่งทำให้มีฤทธิ์มาก สามารถดลบันดาลให้เกิดอิทธิฤทธิ์และสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุผลนี้อาจารย์เปล่งท่านจึงได้นำคุณพรายเหล่านั้นมาสถิตย์อยู่ในวัตถุมงคลและเครื่องรางของท่าน

จุดมุ่งหมายคือให้พรายเหล่านั้นได้มาช่วยผู้ที่ครอบครอง เพื่อให้พรายได้เกิดบุญและกุศลไปด้วย พรายไม่สามารถทำบุญเองได้ต้องอาศัยคนช่วยเหลือหรือทำบุญให้ การใช้พรายส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปทางเรื่อง “มหาเสน่ห์” และช่วยเหลือผู้ครอบครองให้สมความมุ่งมาดปรารถนา ในสิ่งที่ไม่เกินกรรมของบุคคลเหล่านั้นสายพรายนี้มีมาแต่โบราณกาลก่อนที่จะมีศาสนา ผู้คนสมัยก่อนจะนับถือ ผีสาง-เทวดา

หลวงปู่ทิมวัดละหารไร่เคยพูดว่าคุณพรายให้ผลไวกว่าคุณพระ เพราะพรายมีภพภูมิใกล้ชิดติดกับเรา มีกิเลสเหมือนกันกับเรา ดังจะเห็นได้ว่ามีการบนบานหรือขอเมื่อสำเร็จตามความมุ่งมาดปรารถนาจะมีการแก้บนหรือเซ่นไหว้พราย

วัตถุมงคลหรือเครื่องรางผงพรายที่ท่านทำนั้นท่านปลุกเสกผงพรายเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และเป็นกุศลแก่พรายด้วย ไม่ใด้ใช้พรายไปทำร้ายใคร กุศโลบายของท่านเพื่อให้คนและพรายร่วมกันสร้างบุญใช้วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของท่านแล้วหมั่นทำบุญถวายสังฆทานท่านจะพบแต่ความสุขความเจริญ

มาดูประสบการณ์ของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ใช้เเล้วประสพผลกับตัวเองมาแล้

ปาฏิหาริย์วัตถุมงคลอ.เปล่งเรื่องและประสบการณ์จริง!‘นพอนันต์’ปาฏิหาริย์วัตถุมงคล อ.เปล่ง บุญยืนเรื่องและประสบการณ์จริง!ของ‘นพอนันต์ เสนาคำ’“ผมเล่นพระสายป่า สายปฏิบัติมาตลอด ชนิดที่เรียกว่าแอนตี้ฆราวาสแบบสุดๆ ไม่เชื่อและไม่นับถือด้วย แต่มาถึงจุดพลิกผันเพราะโดนผู้หญิงคนหนึ่งทำเสน่ห์ ชนิดที่เรียกว่ามีอะไรยกให้เขาหมดแบบไม่มีเหตุผล ไปหาพระดี หมอเก่ง ที่ไหนก็แก้ไม่ได้ สุดท้ายมาได้เครื่องราง อ.เปล่ง บุญยืน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปชนิดที่เรียกว่า จากหลังเท้าเป็นหน้ามือเลยทีเดียว”

นี่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความศรัทธา อ.เปล่ง บุญยืน ฆราวาสจอมขมังเวทย์แห่งเมืองสุรินทร์ของนายนพอนันต์ เสนาคำ นักธุรกิจส่งออกสินค้า ผู้นิยมสะสมพระเครื่องและวัตถุมงคลสาน อ.เปล่ง บุญยืน ฆราวาสผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “จอมขมังเวทย์มหาเสน่ห์แห่งแดนอีสาน”

ปาฏิหาริย์วัตถุมงคลอ.เปล่งเรื่องและประสบการณ์จริง!‘นพอนันต์’

นายนพอนันต์ เล่าให้ฟังว่า ใช้พระเครื่อง เครื่องราง และวัตถุมงคลของ อ.เปล่ง มาทุกรุ่น ซึ่งแต่ละอย่างล้วนมีประสบการณ์ทั้งสิ้น แต่ที่ถูกโฉลกมากที่สุด คือ กุมารทองในขวดน้ำมัน ซึ่งครั้งหนึ่งเมียเคยถามว่า “แขวนพระมา ๓๐ ปี แล้วเอาอะไรมาแขวนมันจะได้ผลหรือ” แต่เป็นเรื่องสุดจะเหลือเชื่อเพียง ๒ อาทิตย์ เมียกลับเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า “พี่ๆ ใครมาขอแบ่งอย่าให้นะ ต่อให้มีเงินล้านก็ตาม”

ของๆท่านจะเด่นและดังด้านมหาเสน่ห์เมตตามาก จนมีประสบการณ์มากมายให้เล่าขนานกัน

แอดมินนำเรื่องราวมาลงไว้เพื่อเชิดชูเกียรติบูชาครู มิได้มีเจตนาชักจูงผู้ใดให้คล้อยตาม เพราะบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่หากมองดีๆแล้ว ประเพณี ความเชื่อการบูชาผีหรือ ความเชื่อเรื่องวิญญาณอยู่รอบตัวเราไปหมด เช่นการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ผลของบุญเหล่านั้น เราก็ย่อมอุทิศให้ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว

จึงนำลงให้รู้ว่าวิชาเหล่านี้ ใช่ว่าจะเป็นมนต์ดำของต่ำกระทำย่ำยีเสมอไป จะขาวจะดำอยู่ที่ใจเรากำหนด ลงให้รู้ว่ามีวิชาแบบนี้จริงๆ ปัจจุบันคงหาคนรู้จริง เสกเป็นจริงๆ ที่ให้ผลด้านดียากมากแล้ว

อีกทั้งวัตถุมงคลที่สร้างจากผงพรายของท่าน อ.เปล่ง บุญยืน เป็นที่เสาะแสวงหาอย่างมาก เรียกว่าเป็นตำนานด้านมหาเสน่ห์เลยก็ว่าได้ จึงทำให้ราคาเช่าหา ของแท้ๆในปัจจุบันสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้มีของปลอมระบาดออกมาหนักมาก อีกทั้งยังมีพวกโลภมากทำของเก๊ออกมายัดว่าเป็นของ อ.เปล่ง หลอกผู้ที่ศรัทธาเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง

ย้ำอีกทีใครที่สนใจด้านนี้ ควรศึกษาให้มาก อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะของแท้นั้นหายาก และมีน้อยมากแต่ใช่ว่าจะไม่มี เพราะฉนั้นราคาจึงสูงเอาเรื่องจึงไม่อยากให้ผู้ที่ศรัทธาตกเป็นเหยื่อของคนชั่ว

ขอบพระคุณข้อมูล และประสบการณ์จริง จากคุณนพอนันต์ เสนาคำ ด้วยครับ

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply