“จอมพล ป.”รอดชีวิตด้วยมีดหมอ”หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “จอมพล ป.”รอดชีวิตด้วยมีดหมอ”หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

หลังจากที่หลวงพิบูลฯ(ตำแหน่งในขณะนั้น)ถูกนายยังไล่ล่าเอาชีวิตแต่แคล้วคลาดไปได้ ทางนายทหารคนสนิทได้ปรารภกับท่านว่าท่านมีชีวิตอยู่ในระหว่างความเป็นความตายเสมอ อย่ากระนั้นเลยจะต้องหาเครื่องรางที่มีอานุภาพสูงมาให้ท่านไว้ติดตัวในที่สุดก็ตกลงกันว่าจะไปขอให้หลวงพ่อเดิมบรรจุมีดหมอสามกษัตริย์ให้กับท่าน มาถึงตอนนี้ก็คิดว่าท่านนั้นต้องออกทำงานเป็นประจำ มีดหมอที่ให้ทำนั้นต้องมีขนาดเล็กใส่กระเป๋าได้สะดวก

นายทหารคนสนิทของหลวงพิบูลฯได้เดินทางไปยังวัดหนองโพเพื่อติดต่อกับกรรมการวัดเพื่อสั่งทำมีดหมอสามกษัตริย์ทางกรรมการวัดได้บอกระเบียบว่าต้องสั่งทำและวางเงินไว้หนึ่งชั่ง(๘๐บาท)ในสมัยนั้นเงินหนึ่งชั่งมากมายเหลือเกินเพราะข้าวเปลือกราคาเกวียนละ๒๘บาทเท่านั้น ก็ตกลงกันเรื่องขนาดมีดทว่ามีดที่ทางวัดมีนั้นขนาดใหญ่แม้จะเป็นขนาดปากกาก็ยังไม่เหมาะจึงได้ปรึกษาให้ตีมีดขนาดจิ๋วที่เรียกว่ามีดสาริกาขึ้นมาพิเศษคือรวมปลอกแล้วขนาดสองนิ้วกว่าๆสำหรับที่กันนั้นขอให้ใช้แผ่นทองคำรีดเพื่อลงอักขระสอดกำกับเอาไว้ เมื่อตกลงกันได้ทางวัดนัดว่าอีกสองเดือนกลับมารับ

มีดเล่มนี้เดินลายเป็น ทอง นาก เงิน อย่างสวยงามและแผ่นตะกรุดทองคำที่ลงอักขระนั้นได้สอดไว้และส่วนที่โผล่ขึ้นมาตีพับไว้นอกกั่นอย่างสวยงาม ช่างทำสุดฝีมือเพราะทางผู้สั่งบอกไว้ว่าจะทำไปให้หลวงพิบูลสงคราม หลวงพ่อเดิมท่านก็ปลุกเสกให้อย่างเต็มที่เมื่อเสร็จแล้วก็นำกลับมากรุงเทพฯและมอบให้กับท่าน ท่านรับมาดูด้วยความพอใจ เพราะฝีมือการทำละเอียดสวยงามและมีขนาดเล็ก ท่านให้คนเย็บผ้ากำมะหยี่หุ้มไว้มีปากรูดเปิดปิดเวลาท่านจะออกจากบ้านก็จะใช้เข็มกลัดติดไว้ในกระเป๋าเสื้อด้ายซ้ายตลอด

จะขอเอ่ยถึงนายลี(ขอสงวนนามสกุล)คนสำคัญ นายลีเป็นคนขุขันธ์เคยรับราชการทหารเมื่อปลดประจำการได้เข้ามาเป็นคนสวนของบิดาหลวงพิบูลฯและต่อมาได้เข้ามาเป็นคนรับใช้ในบ้านของหลวงพิบูลฯ ท่านรักใคร่และเมตตามากเพราะถือเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงและประกอบกับขณะนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ศัตรูทางการเมืองมีมากจึงต้องหาคนที่ไว้วางใจมาขับรถจึงให้นายลีมาขับรถส่วนตัว ให้เงินเดือนไม่รวมเบี้ยเลี้ยงพิเศษเดือนละ๒๕บาททั้งยังได้จัดพิธีแต่งงานให้เป็นฝั่งเป็นฝาอีกด้วย

แต่อยู่ดีๆนายลีก็หายออกไปจากบ้านโดยไม่มีร่องรอยหลวงพิบูลฯก็ร้อนใจแต่คิดว่าคงไปเยี่ยมบ้าน ในที่สุดนายลีก็กลับมาท่านจึงเรียกไปสอบถามนายลีตอบว่าไปเที่ยวภูเขาทองแล้วก็เพลินไปกับเพื่อนคนบ้านเดียวกัน จากวันนั้นมานายลีเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกินเหล้าจนเมามายทุกวันและมีอาการเหม่อลอยอีกด้วย แต่ท่านก็ไม่ได้ใส่ใจคงไปไหนมาไหนกับนายลีเหมือนเดิม

จากบันทึกของกรมตำรวจระบุไว้ว่าวันที่ ๙พ.ย.๒๔๘๑ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐น. หลวงพิบูลฯมีราชการจะต้องไปงานเลี้ยงข้าราชการทหารไปต่างประเทศจึงได้อาบน้ำเตรียมตัวจะไปงาน ท่านกำลังแต่งตัวใส่เสื้อแขนยาวเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่กางเกงกำลังหวีผมอยู่หน้ากระจกในกระเป๋าเสื้อนั้นมีมีดหมอสามกษัตริย์ของหลวงพ่อเดิมกลัดอยู่เรียบร้อยพลันหูได้ยินเสียงแป๊กจึงหันกลับไปดูก็เห็นนายลียืนถือปื นจ้องมาที่ท่านเสียงดังแป๊กที่ได้ยินก็คือเสียงเหนี่ยวไกสับลงบนจานท้ายกระสุนแต่อัศจรรย์กระสุนด้าน หลวงพิบูลฯจึงวิ่งสวนนายลีออกนอกห้องไป นายลีก็ไล่กวดลั่นไกไปเรื่อยๆในระยะประชิดแต่กระสุนกลับไม่ถูกตัวท่าน เหมือนกับมีมือวิเศษมาปัดกระสุนให้เบี่ยงไปทางอื่น

หลวงพิบูลฯวิ่งไปจนมุมตรงห้องคุณหญิงละเอียดศรีภรรยาขณะนั้นคุณหญิงละเอียดอยู่ในห้องพอดีหลวงพิบูลฯก็วิ่งเข้าไปโดยมีนายลีไล่ตามเข้ามา ห่างจากหลวงพิบูลฯประมาณวากว่า ทูตนรกในมือนายลีถูกเล็งอย่างบรรจงและเหนี่ยวไก”ปัง”กระสุนไม่ถูกอีกเช่นเคยทั้งที่ระยะเผาขนขนาดนั้น กระสุนไปถูกกระจกแตกกระจายเกลื่อนห้องเสียงปืนทำให้ตำรวจที่อารักขาประกอบด้วย ส.ต.ท.ผล ส.ต.ท.เปล่ง จ.ส.ต.ทองดี และ ร.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์วิ่งตามเสียงปืนขึ้นมาและช่วยกันควบคุมตัวนายลีไว้ได้พาไปสอบสวนเพื่อหาตัวคนบงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

สรุปแล้วสิ่งที่หลวงพิบูลฯมีติดกระเป๋าเสื้อมีเพียงชิ้นเดียวก็คือ มีดหมอขนาดจิ๋วเท่านั้นเองและก็ปรากฎผลดังนี้ “ในนัดแรกที่นายลียิ งจากด้านหลังนั้นกระสุนปืนไม่ลั่นออกมาเพราะมีผลเป็นมหาอุตม์” “แต่เมื่อหันหน้ามาเผชิญกันแล้วยิ งอีกคราวนี้ท่านคงตกใจทำให้กระสุนลั่นออกมา แต่ด้วยกฤติยาคมที่แฝงไว้ในมีดหมอเทพศาสตราจึงเบี่ยงกระสุนให้เป็นผลทางแคล้วคลาด”เป็นเหตุให้ท่านรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชอย่างหวุดหวิด ทั้งที่นายลีเคยผ่านการฝึกใช้อาวุธมาเป็นอย่างดีตอนเป็นทหาร

แสดงให้เห็นเด่นชัดว่ากฤติยาคมของมีดหมอเทพศาสตรานั้นยอดเยี่ยมเพียงใด แม้เป็นมีดหมอที่ถูกย่อส่วนมาจนเหลือเท่าตะกรุดดอกนึงเท่านั้น ท่านที่เคารพกำลังใจอันแน่วแน่เป็นสิ่งหนึ่งที่เสริมความเข้มขลังของวัตถุมงคลอีกด้วย ดังรายของหลวงพิบูลฯตอนแรกที่ท่านยังไม่รู้มีคนลอบทำร้ายกำลังใจท่านยังไม่เสีย ปื นจึงไม่ลั่น ข้อนี้ยืนยันได้ เพราะท่านได้พูดกับนายทหารที่ไปร่วมงานเลี้ยงหลังจากที่ท่านถูกยิ งมาหมาดๆว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจมากตัวสั่นเทิ้ม ไม่ใช่กลัวตายแต่ประสาทเสียหมด เพราะนึกไม่ถึงว่า ศัตรูที่จะมาเอาชีวิตครั้งนี้จะเป็นคนที่ข้าพเจ้าไว้วางใจที่สุดและปืนกระบอกนั้นก็เป็นปืนของข้าพเจ้าเองด้วย”

จึงขอให้ทุกท่านระลึกไว้เสมอว่า หากเข้าที่คับขันอย่าตกใจ ควบคุมสติไว้ให้มั่น ให้นึกในใจว่าตายเป็นตาย เครื่องรางของขลังจะต้องคุ้มครองท่านแน่นอน

คาถาอาราธนาหลวงพ่อเดิมตั้งนะโม ๓จบ อิติอะระหัง สุขะโต พุทธสโร หลวงพ่อเดิม นามะเต อาจาริโยเม อายัสมา อาจาริโยเม ภันเตโหหิ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply