จอมโจร จันทร์เจ้า โจรระดับตำนานแห่งสยาม ผู้ที่กรมพระยาดำรงฯสนพระทัยยิ่ง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ จอมโจร จันทร์เจ้า โจรระดับตำนานแห่งสยาม ผู้ที่กรมพระยาดำรงฯสนพระทัยยิ่ง นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

หากย้อนไปในรัชสมัยล้นเกล้าฯ ร.๕ พระปิยมหาราชมีโจรร้ายกลุ่มหนึ่งแขวงเมืองปทุมธานี,อยุธยาและสุพรรณบุรี ออกปล้นสะดมวัว,ควาย,บ้านเรือนทั้งเศรษฐีและชาวบ้าน เป็นที่หวาดเกรงไปทั่วมณฑลนครไชยศรีสมัยนั้น ชาวบ้านเรียกโจรกลุ่มนี้ว่า“จันทร์เจ้า” ใน พ.ศ.๒๔๔๖ พระยาสุนทรบุรีฯ(ชม สุนทราชุน)สมุหเทศาภิบาล มณฑลนครไชยศรีจับกุมพวกโจรได้ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเสด็จไปนครปฐม ทรงทราบและร่วมไต่สวน

จอมโจร จนทร์เจ้า

โจรจันทร์รับสารภาพ ก็ทรงแปลกพระทัยเพราะโจรจันทร์มีบุคลิกภาพสุภาพ รูปร่างหน้าตาพูดจาเรียบร้อย ไม่ส่อว่าจะมีใจคอโหดเหี้ยมพอจะเป็นหัวหน้าโจร โจรจันทร์สารภาพว่าเคยเฝ้าเจ้านายหลายพระองค์และยังเคยรับใช้ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นมาก่อน กรมพระยาดำรงฯมีรับสั่งถามว่า แกเป็นโจรเจ้านายท่านไม่รังเกียจหรือ โจรจันทร์ตอบว่า ไม่มีใครรู้ว่าเป็นโจรเพราะโจรต้องระวังตัวกลัวถูกจับจึงรู้กันแต่ในหมู่โจรเท่านั้น ชาวบ้านรู้แต่ว่าเป็นนักเลงโตผู้กว้างขวางมีพวกมาก นักเลงที่ไม่เป็นโจรก็มี

กรมพระยาดำรงฯทรงบันทึกกระบวนการโจรกรรมไว้ว่า การปล้นทรัพย์บ้านเรือนแต่ละครั้งจะต้องมีสายโจรซึ่งอาจเป็นผู้รับใช้ในบ้านต้องการเงิน,เพื่อนบ้านที่เป็นอริกันต้องการล้างแค้นและญาติเจ้าทรัพย์โกรธแค้น ที่ขอทรัพย์สินเงินทองแล้วไม่แบ่งปันให้ เป็นต้น โจรจันทร์เล่าถึง ประเพณีโจรเมื่อปล้นเรือนต้องจับคนในบ้านเพื่อข่มขู่ให้บอกที่เก็บทรัพย์มิฉะนั้นจะเสียเวลามาก การปล้นทรัพย์แต่ก่อนต้องใช้ดินหม้อทาหน้าเพื่อมิให้เจ้าทรัพย์จำหน้าได้ แต่เมื่อมีกำนันผู้ใหญ่บ้านแล้วมาสอบสวน บางคนล้างหน้าไม่ทันถูกจับได้ ระยะหลังๆเลยใช้สมุนโจรซึ่งเป็นคนต่างถิ่นขึ้นบ้านแทน

การเรียก“อ้ายเสือ”มิได้หมายถึงผู้เป็นโจรแต่เป็นคำสั่งเป็นหัวหน้าโจรสั่ง “อ้ายเสือเอาวา”หมายถึงพวกโจรบุกยิ งปื นและเข้าพังประตู “อ้ายเสือขึ้น”หมายความว่าให้โจรที่แฝงตัวอยู่ขึ้นเรือนได้ “อ้ายเสือถอย”หมายถึงให้รีบลงเรือน “อ้ายเสือล่า”หมายถึงต่างคนต่างหนี กรมพระยาดำรงฯทรงพอพระทัยมากที่โจรจันทร์สารภาพกราบทูลศาสตร์โจรทุกเรื่องอย่างละเอียดแทบทุกเย็น ในระยะเวลาหนึ่ง ณ ตำหนักนครปฐมจนเป็นที่คุ้นเคย

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

โจรจันทร์ต้องการขออภัยโทษและสัญญากับเสด็จในกรมฯว่า หากพ้นโทษจะละทิ้งความชั่วไม่เป็นโจรอีกตลอดชีวิต โจรจันทร์ได้รับโทษประมาณ๑๐ปี กรมพระยาดำรงฯทรงรับเรื่องโจรจันทร์ขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์สมัยนั้นอยู่ในพระราชอำนาจของพระเจ้าอยู่หัวล้นเกล้าฯ ร.๕ จึงพระราชทานอภัยโทษให้โจรจันทร์ในที่สุด โจรจันทร์ไม่ผิดคำมั่นสัญญานำบุตรภรรยาจากปทุมธานีมาอยู่นครปฐมถวายการรับใช้เฝ้าตำหนักนครปฐมของกรมพระยาดำรงฯและตั้งร้านขายของ

ส่วนลูกชายก็ฝากเจ้าคุณเทศาฯพระยาสุนทรบุรีฯให้เล่าเรียนจนได้เข้ารับราชการในที่สุด ลูกหลานของโจรจันทร์ต่างก็ประกอบสัมมาอาชีวะเจริญรุ่งเรืองตามฐานานุรูป ว่ากันว่าลูกหลานบางคนเป็นถึงผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในศาลอุทธรณ์ก็มี “โจรจันทร์ กลับใจ”เฝ้าตำหนักของกรมพระยาดำรงฯอยู่๒๐ปี จนแก่ชราทำงานไม่ไหวมีอายุ๘๐กว่าปีจึงออกจากหน้าที่ และเมื่อมีพ.ร.บ.นามสกุลในรัชสมัยล้นเกล้าฯร.๖พ.ศ.๒๔๕๖ กรมพระยาดำรงฯประทานนามสกุลให้ว่า “จิตรจันทร์กลับ”

เรื่องเล่าชาวสยาม

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น