ชาวลาวที่ว่าแน่เรื่องหนังเหนียวยังโดน “หลวงปู่สนธิ์” พระเถราจารย์ลุ่มน้ำโขงปราบจนร้องขอชีวิต

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ชาวลาวที่ว่าแน่เรื่องหนังเหนียวยังโดน “หลวงปู่สนธิ์” พระเถราจารย์ลุ่มน้ำโขงปราบจนร้องขอชีวิต นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงปู่สนธิ์ (พระครูสันธานพนมเขต) วัดท่าดอกแก้วพระเถราจารย์ลุ่มน้ำโขงผู้มีตะบารมีแก่กล้ามีพุทธาคมอันเข้มขลัง เมื่อครั้งที่ท่านดำรงธาตุขันธ์อยู่หลวงปู่สนธิ์ท่านขึ้นชื่อมากในเรื่องการขับไล่ภูตผีกำจัดคุณไสย์มนต์ดำวันนี้ “ทีมปาฏิหารย์” ใคร่ขอนำเอาประวัติของหลวงปู่สนธิ์(พระครูสันธานพนมเขต)ที่มีผู้เรียบเรียงไว้ดีแล้วมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา นามเดิมชื่อสนธิ์ คงเหลาเกิดเมื่อวันที่๒๐มิถุนายนพ.ศ.๒๔๒๒ที่บ้านท่าดอกแก้วเหนือต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนมเป็นบุตรคนที่๒ของนายแสงและนางทุม คงเหลา โดยมีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน๖คน ในปฐมวัยอายุได้๑๔ปีจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท่าดอกแก้วใต้(วัดโสดาประดิษฐ์ ในปัจจุบัน)

เมื่อบรรพชาแล้วก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเล่าเรียนอักษรธรรม(ไทยน้อย) ลาว ขอม และสวดมนต์สูตรต่างๆอยู่ในสำนักของท่านอาจารย์นนท์จนมีวิชาความรู้ตามสมควรแก่ภาวะการศึกษาอยู่ในสมัยนั้น พอสามเณรสนธิ์อายุครบ๒๐ปีก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดท่าดอกแก้วใต้เมื่อวันที่๕มีนาคมพ.ศ.๒๔๔๒ โดยมีพระอาจารย์ภูมีเป็นพระอุปัชฌายะ,พระอาจารย์นนท์ เป็นกรรมวาจาจารย์และพระอาจารย์สมเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ในสมัยนั้นโดยได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับท่านพระอาจารย์สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน (สุวรรณมาโจ) ศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระที่วัดป่าอรัญญคามวาสี(วัดพระธาตุท่าอุเทนในปัจจุบัน)

ศึกษาอยู่ได้๑พรรษาจนนับได้ว่าเป็นศิษย์ผู้มีความรู้ความสามารถองค์หนึ่งของพระอาจารย์ หลังจากนั้นก็อำลาพระอาจารย์ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดห้วยออนแขวงเมืองบ่อสะแทนประเทศลาว อยู่กับพระอาจารย์โสดาซึ่งเป็นลุงของท่านเป็นเวลา ๓ ปี แล้วจึงได้ย้ายกลับมาจำพรรษาที่วัดท่าดอกแก้วซึ่งเป็นสำนักเดิมของท่าน โดยการอาราธนาของอุบาสกอุบาสิกาบ้านท่าดอกแก้ว ต่อมาเจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้วถึงแก่มรณภาพลง ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้วตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๒ ปรกติเป็นผู้ร่าเริงอยู่เสมอมีเมตตาจิตอยู่เป็นประจำ ฉะนั้นจึงทำให้ประชาชนทั้งหลายเคารพนับถือท่านมากทั้งใกล้และไกล

ตั้งอยู่ในฐานะเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของศิษยานุศิษย์ทุกคนจนพากันเรียกท่านว่า “หลวงพ่อ” อย่างสนิทปากสนิทใจทุกคำไป เมื่ออายุเข้าวัยชราโรคภัยไข้เจ็บเข้าเบียดเบียนสังขารร่างกายของท่าน บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างก็ได้พยายามเอาใจใส่ดูแลถวายการรักษาพยาบาลเรื่อยมา ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เวลา ๑๕.๓๐ น. หลวงปู่พระครูสันธานพนมเขตก็ได้แก่ถึงมรณภาพลง ณ วัดท่าดอกแก้ว ด้วยอาการสงบ ท่ามกลางศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมากนับอายุโดยปีได้ ๘๘ ปี โดยพรรษาได้ ๗๔ พรรษาหากนับตั้งแต่เณร เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังวิทยาคมเข้มขลังรูปหนึ่งของ จ.นครพนม

จากคำบอกเล่าถึงเรื่องอิทธิฤทธิ์ของหลวงปู่สนธิ์วัดท่าดอกแก้วเหนือ โดยท่านพระครูธรรมสารวิลาสเจ้าอาวาสวัดศรีชมชื่น บ้านคำพอก ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ท่านเป็นพระลูกศิษย์องค์หนึ่งที่ได้ศึกษาวิชาอาคม ข้อวัตรปฏิบัติในครั้งหลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ได้กรุณาเล่าให้ฟังมีดังเรื่องราวต่อไปนี้กิจวัตรของหลวงปู่สนธิ์ท่านเป็นพระที่เคร่งในศีลวัตร ข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ และมีครรลองหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท่านคือท่านจะนั่งสมาธิทุกวันตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น.ทุกวันเป็นปรกติ และเมื่อครบเวลากำหนดท่านจะตีฆ้อง ๓ ทีและเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์และผู้สนใจเรียนศาสตร์วิชาอาคมเข้ามาเรียนกับท่านโดยไม่เว้นแต่ละวันนอกเสียจากป่วยไข้ไม่สบายหรือไม่อยู่

วิชาอาคมท่านมีเยอะใครที่จะเรียนตามท่านแล้วจบ ต้องเรียนกับท่านอย่างน้อย ๕ ปี ซึ่งคนที่เรียนจากท่านเยอะสุดคือ ลุงจารย์จอม บ้านปากทวย ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปแล้วก็เรียนจากท่านได้แค่ครึ่งเดียว ส่วนการรักษาคนผีเข้า เจ้าทรง ไสยศาสตร์ มนต์ดำ มีคนเป็นจำนวนมากที่มารักษากับหลวงปู่สนธิ์ในสมัยนั้น ท่านเสกเป่าโดยคาถาวิชาที่หัว ที่ขมับ คนที่ผีเข้า ก็จะดิ้นชัก ดิ้นงอ และสลบไปไม่นานก็จะลุกขึ้นได้เองอัตโนมัติหายเป็นปรกติ ยังความอัศจรรย์ผู้พบเห็นและญาติๆของผู้ที่มารักษายิ่งนัก

อีกเรื่องที่กล่าวขานกันเป็นเรื่องที่ท่านเอ่ยเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดได้ฟังเท่านั้น การปราบพยศไทข่าประเทศลาวในครั้งหนึ่งท่านได้ไปธุดงค์ในฝั่งประเทศลาวได้พบชนเผ่าไทข่าซึ่งเต็มไปด้วยมนต์ดำ ไสยศาสตร์ ว่าน หรือพวกเล่นของ ซึ่งในครั้งนั้นท่านได้ปักกดใกล้หมู่บ้านได้มีคนที่เก่งวิชาในหมู่บ้าน เมื่อเห็นท่านก็จะลงของกับท่านโดยเขาว่าเขาคงกระพันฟันแทงไม่เข้า ในขณะนั้นเขาได้แสดงโชว์หลวงปู่สนธิ์ก่อน ท่านได้ดูแล้วขีดเส้นบนพื้นดินแล้วให้คนนั้นเดินเลยเส้นที่ขีดเข้ามามาแสดงใหม่ ปรากฏว่าฟันเข้าจนเลือดไหลเป็นจำนวนมากและท่านก็ได้เมตตาใช้คาถาคัดห้ามเลือดให้หยุดในทันที ทำให้คนนี้ก้มกราบ และขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ท่าน

หลังจากการธุดงค์ในครั้งนั้นยังผลชื่อเสียงท่านเป็นที่รู้จักเกียรติคุณท่านในหมู่บ้านที่เป็นไทข่าและหมู่บ้านใกล้เคียง ทำให้พวกที่เก่งวิชาอาคมในแถบนี้ต้องการเอาคืนต้องการพิสูจน์ใครแน่จริงจึงมีการตามมาที่วัด โดยหลวงปู่สนธิ์ท่านก็ให้ไปพักที่กุฏิ รับรอง แขก ในเวลาค่ำคืน การแสดงฤทธิ์ก็เกิดขึ้น ไทข่าที่มาพักก็นำเบ็ดออกมาตกที่หน้าต่างที่พักซึ่งอยู่ในวัดบนพื้นดิน และเขาก็ได้ปลาติดเบ็ดเป็นพวกปลาดุกขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เมื่อหลวงปู่สนธิ์รู้แล้วท่านจึงกำหนดจิตให้ปลานั้นกลายเป็นงูตัวใหญ่ติดเบ็ดขึ้นมาจึงทำให้ไทข่าผู้นั้นตกใจร้องตะโกนลั่นวัดกลัวงูและหนีกลับกลางคืนเลย และเมื่อรุ่งเช้าชาวบ้านไปวัดก็มาบ่นว่าปลาที่หามาได้นำมาขังไว้ในแอ่ง ในโอ่งหาย หลวงปู่สนธิ์ก็ยิ้มให้และนิ่งสงบโดยไม่ได้บอกชาวบ้าน นอกจากเล่าแก่ลูกศิษย์ฟัง

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น