ตระกรุดสามกษัตริย์ ”ยอดตำรา ยอดวิชา ยอดตะกรุด ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ตระกรุดสามกษัตริย์ ”ยอดตำรา ยอดวิชา ยอดตะกรุด ”  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

” ตะกรุด ๓ กษัตริย์ ” ( บางท่านเรียก ตะกรุดสายสิญจน์ ) ครั้งหนึ่งหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้เอ่ยกับกรมหลวงชุมพรอันเป็นศิษย์รักของท่านว่า ”อาตมาภาพจะทำของวิเศษให้กับพระองค์ของวิเศษนี้ อาตมาภาพให้แก่พระองค์เพียงครั้งเดียวเรียกว่า ”ตะกรุดสามกษัตริย์ ”  ในความหมายทางไสยเวทย์ก็คือ โลหะมงคล ๓ อย่างที่รวมกันเป็นสิ่งสูงค่าเรียกว่า กษัตริย์ทั้งสาม เมื่อรวมกันจึงเกิดเป็นโลหะธาตุมงคล มีอำนาจ จึงบัญญัติศัพท์ทางไสยเวทย์ที่รวมกันว่า ”สามกษัตริย์ ”

ในอดีตครูบาอาจารย์หลายท่านได้สร้างของ๓กษัตริย์ขึ้นมามากมายตามแต่ความถนัดของตัวเอง
เช่น มีดหมอสามกษัตริย์ สร้อยสามกษัตริย์ พระพุทธรูปสามกษัตริย์ ดวงชะตาสามกษัตริย์หรือตะกรุดสามกษัตริย์ ที่มาหนังสือเครื่องรางเมืองสยาม โดยในตำราหลวงพ่อเพยวัดบึงนั้น การสร้างตะกรุดของหลวงพ่อเพย ยันต์ที่ใช้จะเป็นยันต์สายวัดประดู่โรงธรรมที่ท่านได้ศึกษาตำราที่ท่านได้เรียนมา หลวงพ่อจะใช้แผ่นโลหะสามแผ่นจะเป็น เงิน ทองเหลือง และทองแดง รวมกันแล้วในหนึ่งดอกจะต้องมี๓แผ่น๓วรรณะหรือเรียกว่า๓กษัตริย์นั่นเอง ตะกรุดจะมีความความตั้งแต่๕นิ้วไปจนถึง๗นิ้ว แล้วแต่ขนาดของแผ่นโลหะที่นำมาใช้

ในการลงยันต์ในการสร้างแต่ละแผ่น แผ่นที่ ๑ จะเป็นยันต์อิติปิโสแปดทิศ ลงแผ่นเงินพุทธคุณใช้ได้ทุกประการณ์ป้องกันสรรพภัยได้ร้อยแปดแคล้วคลาดคงทน เป็นเมตตา

แผ่นที่ ๒ จะเป็นยันต์มงกุฏพระพุทธเจ้าลงแผ่นทองเหลือง พุทธคุณอยู่ยงคงกระพันชาตรี เป็นเมตตามหานิยม

แผ่นที่ ๓ จะเป็นยันต์ไตรสรณคมน์ ลงแผ่นทองแดง พุทธคุณกันสารพัดได้ทั่งปวง คงทนต่ออาวุธคมหอกคมดาบ แคล้วคลาด

ตะกรุดเมื่อทำการจารย์อักขละเลขยันต์เสร็จแล้วจะนำมาม้วนทั้งสามแผ่น หลวงพ่อจะใช้ด้ายสายสิญจน์ สามเส้นมาร้อยและพันตะกรุดในแต่ละข้อจะมี ๓ สาย สายที่ ๑ จะว่า”พุทธัง” สายที่ ๒ จะว่า”ธัมมัง”
สายที่ ๓ จะว่า”สังฆัง” รวมกันเป็น ๑ ข้อ ในหนึ่งดอกตะกรุดจะมี ๓ ข้อบ้าง ๕ ข้อบ้างและ ๙ ข้อ แต่ละข้อจะมีคาถาในการพันไม่เหมือนกัน แล้วแต่หลวงพ่อท่านจะใช้หัวใจคาถาตัวใดพูก

ถ้าเป็น ๓ ข้อ จะเป็นหัวใจแห่งพระรัตนตรัย “มะ อะ อุ” ถ้าเป็น ๕ ข้อ จะเป็นถาถาพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ “นะ โม พุท ธา ยะ ” ถ้าเป็น ๙ ข้อ จะเป็นคาถานวหรคุณ ก็คือ “อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ” ตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงพ่อ พุทธคุณ แคล้วคลาด เมตตา ป้องกันภัยได้ทั้งปวงแล้วแต่จะอาราธนาได้ทั้ง ๑๐๘ ตามต้องการ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

ข้อคิดท้ายเรื่อง ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำ ลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูครับ”

ใส่ความเห็น