ตำนานขุนแผนพราย ๕๙ ตนแห่งแดนอีสาน

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ

 

อาจารย์เปล่ง บุญยืน จอมขมังเวทย์มหาเสน่ห์แห่งแดนอีสานใต้ อาจารย์เปล่ง บุญยืน เกิดเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๔๖๐ ปัจจุบัน อายุ ๙๕ ปี อดีตคือผู้บริหารโรงเรียน ในอำเภอท่าตูมจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดคือเรื่องที่ได้อ่านมา จากหลายๆ ที่ และได้ฟังมาจากลูกศิษย์ท่านพี่ชาติผู้เป็นหลานและลูกศิษย์เอกของท่าน รวมถึงผู้พันพี่ใหญ่ ผู้เป็นลูกชายคนโตของท่านด้วยครับ ประวัติย่อๆท่านดังนี้

เมื่อคราวอาจารย์เปล่งยังเป็นหนุ่มๆ อายุครบบวช ท่านได้บวชในบวรพุทธศาสนาและได้พบกับเจอพระอาจารย์ภา อาจารย์เปล่งได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ติดตามเรียนวิชาจากพระอาจารย์ภาและออกธุดงค์ในป่าลึกทั้งในประเทศไทย ลาวและเขมร เกีอบ ๑๐ ปี จึงลาสิกขา คืนเรือน และต่อมาท่านสมัครสอบรับราชการเป็นครูอยู่ที่ อำเภอท่าตูม บ้านเกิดของท่านและก็ก้าวหน้าทางอาชีพการงานมาโดยตลอดจนเกษียณในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยม

ด้วยวิชาอาคมต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมา จากครูบาอาจารย์ทั้งในป่า และพลังจิตของท่าน
ที่ท่านนั่งทำสมาธิตลอดเป็นประจำ ท่านได้นามาช่วยเหลือชาวบ้านที่เป็นทุกข์ จากเมียทิ้งบ้าง ผัวทิ้งบ้าง โดนของบ้าง ผีเข้าบ้าง ท่านต้องทำหน้าที่หมอไสยศาสตร์ประจำหมู่บ้าน ทำของ สร้างของ เสกของ ช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด ตั้งแต่ตามผัว ตามเมีย แก้ของ แก้เสน่ห์ กันของ ไล่ผี ฯลฯ จนมีชื่อเสียงร่ำลือในหมู่ชาวบ้านกระจายไปทั่ว

บางคราวจะมีวัดโดยพระเณรบ้าง กรรมการวัดบ้างมาขอปัจจัยจากท่าน หรือวัตถุมงคลของท่าน เพื่อไปสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เป็นโบสถ์บ้าง,เป็นศาลาบ้างฯลฯ ท่านก็ให้ไปหรือไม่ก็จะสร้างวัตถุมงคลให้ไปจำหน่ายให้เช่าบูชา แ-ละบางคราววัดต่างๆหรือลูกศิษย์ก็หอบพระของอาจารย์ตนเองมาให้ท่านเสกซ้ำอีกทีหนึ่ง

ท่านเป็นฆราวาสที่เหมือนเกจิอาจารย์ดังๆที่เห็นอยู่ในบ้านของท่าน จะมีกองวัตถุมงคลเต็มไปหมด เหมือนเกจิอาจารย์ดีๆนี่เองที่กุฏิรกไปหมด และหาของไม่ค่อยเจอ แต่ก็พอจะแบ่งวัตถุมงคล ออกเป็นส่วนๆ คือส่วนที่ยังไม่เสก,ส่วนที่เสกอยู่แต่ยังไม่เสร็จ และส่วนที่เสกเสร็จแล้วจะเอาไว้ข้างในห้องอีกที วัตถุมงคลต่างๆเช่น

อิ่นหรืออิ้น กุมารทอง นางกวัก เหรียญ นกสาริกาฯลฯ สารพัด เป็นของเกจิต่างในเขตอีสานถึงอีสานใต้ อาทิเช่น หลวงปู่เจียม วัดหนองยาว,หลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน กล่าวยกย่องอาจารย์เปล่งโดยเรียกว่าคำแทนท่านว่าอาจารย์ผู้เฒ่าทุกคำ  หลวงปู่ฤทธิ์ วัดชลประทานรังสฤษฏิ์ หลวงปู่ชื่น วัดตาอี  หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี หลวงปู่คีย์ วัดศรีลำยอง หลวงพ่อชู วัดหินเหล็กไฟ แม้กระทั่ง หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ โคราช จนถึงครูบาเสือสมิงน้อย วัดดาวคะนอง กรุงเทพฯ เป็นเกลอกับท่านซึ่งถ้าจะเสกวัตถุมงคลด้านมหาเสน่ห์ ต้องเสกจนน้ำเคลื่อนกันเลยทีเดียว

ซึ่งพระเกจิอาจารย์ทำไม่ได้ ผิดศีลข้อร้ายแรง ซึ่งคาถาที่เสกแล้วทำให้น้ำเคลื่อน ถ้าพระที่ไม่รู้แล้วไปเสกจนน้ำเคลื่อน ทำได้ไม่ผิดศีลได้แค่ครั้งเดียว แต่พอรู้แล้วครั้งต่อไปเสกไม่ได้แล้ว อย่างหลวงปู่ฤทธิ์ท่านเสกบทนี้ พอใกล้จะจบก็ต้องถอนครับ ได้แค่ประมาณ ๙๐ เปอร์เซนต์เท่านั้นครับ จึงต้องให้ฆราวาสอย่างท่านช่วยเสกต่อครับ เมื่อเสกเสร็จ ก็จะให้เจ้าของมารับของกลับไป เจ้าของวัตถุมงคล ก็จะยกให้ท่านอาจารย์เปล่งบางส่วนเป็นการตอบแทน ที่ทราบก็เพราะเห็นวัตถุมงคลหลวงพ่อต่างๆที่เอ่ยนามมา ในบ้านของท่านอาจารย์เปล่งครับ

การปลุกเสกวัตถุมงคลของท่าน

ท่านจะเสกจนครบเครื่องทุกอย่างครับ และเสกให้เฉพาะตามรูปลักษณ์ต่างๆของวัตถุมงคลนั้นๆ อีก อาทิเช่น การปลุกเสกกุมารทอง ที่ทำขึ้นจากผงพราย หรือจะต้องมีส่วนประกอบของผงพราย ท่านจะเสกแบบอัดพลังเข้าไป จนกุมารพวกนี้เฮี้ยนและแรง เวลาเสกท่านจะเสกจนตัวกุมารลุกขึ้นตั้งได้ ท่านจะหยิบออกจากกลุ่ม เสกครั้งละประมาณไม่เกิน ๑๐ ตัว และเสกไปทุกวันจนลุกขึ้นตั้งหมด ท่านจะเสกในที่เงียบสงัดคือ เวลาหลังเที่ยงคืนจนถึงเช้า

และตอนเสก ท่านจะอัญเชิญเทพต่างๆ ที่หิ้งบูชาใหญ่ของท่านมีพระอิศวรหรือพ่อใหญ่ พระพิฆเณศ์หรือครูใหญ่ เป็นต้น และครูบาอาจารย์ทั้งหลายทั้งครูพระและครูฆราวาส เวลาเสกจะมีเสียงเด็กวิ่งวนอยู่รอบบ้านเป็นจำนวนมาก มาเคาะแท๊งก์น้ำบ้าง ทำเสียงดังบ้าง โดยที่บ้านของท่านไม่มีรั้วและไม่เคยปิดประตูหน้าบ้าน ของในบ้านก็ไม่เคยหาย สุนัขหรือวัวควายของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้เดินผ่านหน้าบ้านของท่านก็ไม่เคยเข้าไปในบ้านท่าน ของที่ท่านทำจะเสกอยู่ประมาณเป็นเดือน คืออัดพลังเข้าไปจนเต็มจนท่านพอใจ แบบที่เรียกว่าเสกจนเป็นตัว วัตถุมงคลบางอย่างเสกเป็นปี คือเก็บจนลืม แล้วก็เสกจนลืมด้วยครับ

หลวงพ่อและหลวงปู่ที่ท่านยอมรับและนับถือว่าเก่งๆนั้นก็มี อาจารย์ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน อาจารย์หงษ์ วัดเพชรบุรี สุรินทร์ อาจารย์พรหมมา วัดสวนหินผานางคอย อุบลฯ อาจารย์ไสว วัดปรีดาราม นครปฐมฯลฯ ตอนที่อาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ อยากจะทดสอบว่า พระอาจารย์ไสว วัดปรีดาราม เก่งจริงหรือไม่ ได้พาอาจารย์เปล่งไปหาหลวงพ่อไสวที่วัด ที่กุฏิหลวงพ่อไสว กำลังลงนะหน้าทองให้ลูกศิษย์อยู่ อาจารย์เปล่งก็เข้าไปคนเดียว นั่งที่มุมกุฏิ พอหลวงพ่อไสวยกมือขึ้นกำลังจะตบทองเข้าหน้าผากลูกศิษย์นั้น ก็หันไปมองชาวบ้านคนหนึ่งที่มุมกุฏิ จ้องตากันสักพักนึง จากนั้นอาจารย์เปล่งก็ลุกออกมาจากกุฏิ หลวงพ่อไสวก็ตบทองต่อไป เหมือนท่านรู้ว่าชาวบ้านนั่งมุมนั้น มาลองของอุดวิชาของท่านอยู่ ส่วนอาจารย์ชินพร ก็เข้ามาถามอาจารย์เปล่ง เมื่อลงมาจากกุฏิว่า เป็นอย่างไร อาจารย์เปล่ง ตอบว่า พระองค์นี้เก่งแค่ไหนฉันไม่รู้ แต่ไม่แพ้ฉัน แปลว่า อาจจะเสมอหรือเก่งกว่า…


อาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ ก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่เสาะหา เกจิอาจารย์เก่ง ๆ เพื่อสร้างวัตถุมงคล ต่อจากหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ หลวงปู่แก้ว เกสาโร ฯลฯ จนมาถึง อาจารย์เปล่ง บุญยืน อาจารย์ชินพร ก็ได้สร้างพระให้อยู่ ๑ รุ่นคือ รุ่นที่โดงดัง และมีการโฆษณาในหนังสือพระเครื่องหลายเล่ม เช่น นะโม และพระเกจิ ก็นำประวัติของอาจารย์เปล่งมาลง นั้นก็คือ ขุนแผนรุ่นพราย ๕๙ ตน ช่วงเดียวกันก็ได้สร้างพระให้หลวงปู่ธรรมรังษีหลายๆรุ่นครับ และก็มีการปลุกเสกร่วมกันอยู่ครับ

พระหรือวัตถุมงคลที่ท่านสร้างนั้นมวลสารหลักๆคือว่านยาและผงพราย พระของท่านนั้นอาจารย์เปล่งบอกว่า ถ้าใครโดนของมา พวกพรายมันจะดึงของออกให้ และกันของได้ด้วย อีกทั้งเป็นมหาเสน่ห์อย่างแรงถ้าใช้เป็น ท่านบอกว่าใช้พระท่านนั้นคุ้มตัวได้แน่นอน และให้ติดตัวตลอดเวลา เคยมีบางคนโดนอุบัติเหตุแต่กลับไม่เป็นอะไรเลยก็มีเยอะ ถ้าเป็นทหาร ตำรวจไปขอพระท่าน ท่านจะให้ฟรีๆ ถ้านับถือในตัวท่าน ขับรถผ่านไปแถวอำเภอท่าตูม ขับรถเร็วแล้วโดนตำรวจเรียกจับ พอบอกว่ามาหาอาจารย์เปล่ง เป็นลูกศิษย์ท่าน ตำรวจก็ยอมผอนปรนให้ ไม่จับปรับครับ สำหรับประสบการณ์นั้นเรื่องผู้หญิงเยอะจริงๆ เล่ากันเฮฮา ๓วัน ๓คืนไม่มีจบครับ เพราะประสบการณ์ มีมาอยู่เรื่อยๆตลอดครับ

ครั้งหนึ่งที่ท่านปลัดพิศาล มูลศาสตร์สาธร สร้างพระรุ่นกริ่งลำน้ำมูล ได้นิมนต์เกจิอาจารย์มาทำพิธีพุทธาภิเษกที่แพกลางแม่น้ำมูล มีหลวงปู่ธรรมรังษีเป็นประธาน และเกจิอาจารย์อีก๔องค์นั่งปลุกเสกล้อมวงกันอยู่ ท่านเป็นฆราวาสท่านเดียวที่ร่วมเสก โดยนั่งอยู่ข้างๆวงเกจิอาจารย์ มีหลวงปู่เจียม วัดหนองยาว หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี หลวงปู่ฤทธิ์ วัดชลประทานรังสฤษฏิ์ และหลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย ขณะที่พระเกจิอาจารย์และท่านได้บริกรรมอยู่บนแพนั้น ได้มีปลาจำนวนมากกระโดดขึ้นบนแพ ตุบตับๆ น่าจะเป็นมหามนต์จินดามณี เรียกเนื้อ เรียกปลา ชาวบ้านที่ไปร่วมพิธีและท่านปลัดพิศาลก็เห็นกันหมด จึงเป็นที่เลืองลือมาจนทุกวันนี้

ครั้งที่ลูกศิษย์ที่กรุงเทพ แขวนพระขุนพราย๕๙ตนติดตัว จะไปหาอาจารย์เปล่งที่จังหวัดสุรินทร์ ได้แวะหากราบหลวงปู่ธรรมรังษีก่อน ลูกศิษย์ท่านนี้คุ้นเคยกับหลวงปู่ธรรมรังษีเป็นอย่างดี ได้นำพระขุนแผนพราย๕๙ตน ให้หลวงปู่ธรรมรังษี ตรวจสอบพลังงานดู โดยนำไปไว้ในมือหลวงปู่และไม่ให้หลวงปู่เห็นว่าเป็นพระอะไร ถามหลวงปู่ว่า ปู่ๆ บอกหน่อยเป็นอย่างไรหลวงปู่ว่าเออ เดี๋ยวก่อน พระองค์นี้พุทธคุณดีมาก แรงดี เมตตาดี มีพรายเยอะเสียด้วย เป็นของใครเหรอ ลูกศิษย์ก็ว่า อ่าวปู่ดูซิเป็นของใคร

สักพักหลวงปู่ก็บอกว่า อ๋อเป็นของอาจารย์ผู้เฒ่านั่นเอง แล้วปู่ก็เสกต่อให้ พอส่งกลับคืน หลวงปู่บอกว่า ปู่ปล่อยพรายไปเกิด๒ตนนะ ได้เวลาของเขาแล้ว ฮือ ลูกศิษย์คนเดียวกันนี้ เคยนำพระขุนแผนพรายกุมารหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ให้หลวงปู่ธรรมรังษีตรวจสอบ พุทธคุณดู โดยทำเหมือนกัน หลวงปู่ธรรมรังษี บอกว่าพระขุนพรายกุมารของหลวงปู่ทิม ใช้ดีทางคุ้มครองลูก คุ้มครอง ไม่ใช่ทางเสน่ห์นะครับ อย่าเข้าใจผิด

ตรวจสอบกุมารทอง ลูกศิษย์คนเดียวกันนี้ เคยนำกุมารทอง ๑๐ กว่าตน ไปให้อาจารย์เปล่งตรวจสอบพุทธคุณ โดยนำมากองรวมกัน ให้อาจารย์เปล่งดูปุ๊บ อาจารย์เปล่งก็แยกปั๊บ โดยไม่ต้องนิ่งหรือทำสมาธิแต่อย่างใด กุมารออกทันทีเป็น กองๆคือ กองที่หนึ่ง มีผงพราย กุมารทองเสกเป็นตัว ลูกศิษย์เฉลยว่าเป็นของ กุมารทองของหลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม


กองที่สอง ไม่มีผงพราย แต่ผู้เสกมีครูบาอาจารย์ดี บวงสรวงดี ครูบาอาจารย์มาช่วยเสกกุมารให้เป็นตัว ลูกศิษย์เฉลยว่าเป็นกุมารทองของหลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี อาจารย์เปล่งพูดขึ้นว่า อ๋อ เป็นอาจารย์หงษ์ อาจารย์หงษ์เก่งจริงลูก

กองที่สาม ไม่มีผงพราย ผู้เสกไม่มีครูบาอาจารย์มาช่วยเสก เสกด้วยตนเอง เสกกุมารเป็นตัว ลูกศิษย์เฉลยว่าเป็นกุมารทองของหลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม อาจารย์เปล่งตอบว่า อ๋อ อาจารย์ไหว อาจารย์ไหวเก่งจริงๆลูกกองที่สี่ กองนี้เสกไม่เป็นตัว อย่าเฉลยเลยว่าของใครครับ

อาจารย์เปล่งขุนแผนยุคโลกาภิวัฒน์ตัวจริง ท่านมีเมียหลายคน เมียเด็กๆเสียด้วย ครั้งหนึ่ง ลูกศิษย์จากกรุงเทพไปหา เจอเด็กสาวๆบ้านๆหน้าตาดี มาบ้านอาจารย์เปล่ง ลูกศิษย์คนนี้เรียกตาเปล่ง ลูกศิษย์ถามว่าใคร เผื่อจะจีบ ตาเปล่ง บอกว่าเมียตา เฮอ… ครับ เมียตามีมากเป็นเด็กสาวๆ หน้าตาดี ฐานะทางบ้านก็ดี ไม่ต้องให้ตาเลี้ยงดู และก็เข้าใจดีว่าตามีเมียหลายคน ไม่กวนใจตา จะมาหาก็ได้ ไม่มาหาก็ได้ครับ แจ๋วจริงๆ


**เคล็ดหัวใจพระคาถา** ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูครับ” ท่านใดทราบแล้วจะต้องร้องสั่งข้าวว่าขอเป็ดจาน!!

เคล็ดวิชาอาคมนี้แล้วจะทราบได้ด้วยตัวเองครับถือเป็นเคล็ดชั้นสูงเลยทีเดียว

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนจึงขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชพรหมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)

 

ใส่ความเห็น