ตำนานความเชื่อ “เงินปากผี”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ตำนานความเชื่อ “เงินปากผี” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

เงินปากผีคือ หนึ่งในวัตถุอาถรรพ์หลายๆอย่างที่คนโบราณมักเสาะแสวงหากัน แต่ผู้ที่จะเป็นเจ้าของได้นั้นต้องมีวิชาความรู้ทางด้านไสยศาสตร์เพื่อป้องกันตนเอง และเมื่อได้มาแล้วจะนำมาผสมผสานกับขั้นตอนพิธีกรรมที่โบราณจารย์ได้บันทึกไว้ตามตำรา เพื่อสร้างเป็นเครื่องรางของขลังต่อไป ที่กล่าวว่าเงินปากผี เป็นวัตถุที่อาถรรพ์นั้นเพราะต้นกำเนิดของวัตถุชนิดนี้มาจากปากของผีหรือศพนั่นเอง ที่มาของประเพณีการใส่เงินในปากผีเริ่มมาตั้งแต่ครั้งโบราณหรืออาจจะมีขึ้นพร้อมๆกับประเพณีการทำศพก็ว่าได้ เพราะมีหลักฐานปรากฏในเรื่องของความเชื่อประเภทนี้ในหลายชนชาติเช่น กรีก ฮินดู จีน ยิว ฯลฯ แต่ที่จะกล่าวในที่นี้เป็นประเพณีความเชื่อของชนชาติไทย

คนไทยโบราณเชื่อว่าเมื่อญาติพี่น้องเสียชีวิตลงจะต้องมีการจัดพิธีกรรมต่างๆให้ถูกต้อง การใส่เงินในปากของผู้ตายเป็นขั้นตอนก่อนนำศพลงโลง ญาติของผู้ตายมักจะเย็บถุงผ้าเล็กๆ พอที่จะใส่เงินหรือของมีค่าต่างๆ แล้วแต่ฐานะของผู้ตายลงไปในถุง จากนั้นก็จะใช้เชือกมัดปากถุงให้เหลือปลายเอาไว้แล้วบรรจุถุงนั้นลงไปในปากของศพ ให้ปลายเชือกที่มัดไว้ห้อยออกมาพ้นจากปาก จากนั้นจึงกระทำพิธีกรรมต่างๆ ต่อไปจนนำศพลงโลงที่ส่วนใหญ่เรียกกันว่า เงินปากผีนั้นเพราะต้องใส่เงินหรือเงินพดด้วงในสมัยก่อนลงในปาก ส่วนเชือกที่ผูกกับถุงไว้ นัยว่าเพื่อไม่ให้ถุงหรือเงินนั้นล่วงหล่นไปในคอของศพ

การกระทำเช่นนี้แสดงถึงภูมิปัญญาในการสั่งสอนเกี่ยวกับธรรมะทางพุทธศาสนาว่า ทรัพย์ภายนอกเช่นทรัพย์สินเงินทอง แม้ตายแล้วเขาเอายัดใส่ปากแล้วยังเอาไปไม่ได้ จึงหมั่นแสวงหาทรัพย์ภายในคือ การบำเพ็ญบุญไว้ซึ่งสามารถนำติดตัวไปได้ตลอดเวลา  ส่วนเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับอาถรรพ์ของเงินปากผีนั้น เกิดจากความหวาดกลัวของคนสมัยก่อน ซึ่งมักจะพบกับปรากฏการณ์ที่อยู่เหนือคำอธิบายถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีวิชาอาคมจริงๆก็ไม่สามารถจะนำมาครอบครองได้ อาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่ว่า การทำศพในสมัยโบราณมักจะนำศพไปฝังไว้ที่ป่าช้า(ถ้าไม่เผา) ซึ่งสถานที่แห่งนั้นเป็นแหล่งรวมของอาถรรพ์ต่างๆ มากมาย

ทั้งที่สามารถสัมผัสได้(ซากศพ)และสัมผัสไม่ได้เช่น วิญญาณ ปิศาจ การที่จะนำเอาเงินปากผีมาทำพิธีกรรมต่างๆ เพื่อผสมสร้างเป็นเครื่องรางของขลังจะต้องมีการทำพิธีที่ถูกต้อง ถ้าทำโดยสุ่มสี่สุ่มห้าอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้(เจ้าของเงินปากผีคือ วิญญาณของผู้ตายอาจจะมาทวงคืนได้) จริงอยู่ที่มีผู้เสียชีวิตตามธรรมดาของโลก แต่ในการทำพิธีเกี่ยวกับความตายเช่น การใส่เงินปากผีก็ไม่ได้ทำกันทั่วไป เนื่องจากสมัยโบราณเงินทองเป็นของที่หายากและมีค่า ผู้ที่มีฐานะไม่ดีจึงไม่ใส่เงินในปากของศพแต่อาจจะตำหมากใส่แทนก็ได้

ความเชื่อเรื่องเงินปากผีในปัจจุบันอาจจะยังมีอยู่ในท้องถิ่นที่ยังคงรักษาความเชื่อนี้เอาไว้ แต่ในเมืองหลวงที่มีความเจริญสิ่งเหล่านี้ได้สูญสิ้นไปจากคนในสังคมเมืองหมดแล้ว เพราะฉะนั้นการกระทำความดีเสาะแสวงหาทรัพย์ภายในคือ การทำบุญ เจริญสมาธิ รักษาศีล จึงเป็นการแสวงหาทรัพย์ที่ถูกต้องที่สุดเพราะเป็นทรัพย์ที่สามารถนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติ ไม่มีใครสามารถแย่งชิงนำไปได้ คิดง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากแม้แต่เงินในปากแท้ๆอมก็อมอยู่ยังเอาไปไม่ได้ ผู้ที่มีความรู้วิชาดียังมาเอาไปและเมื่อมีชีวิตอยู่นับประสาอะไรกับทรัพย์สินเงินทองที่แสวงหามาโดยชอบก็ดี มิชอบก็ดี คนอื่นเขาจะมาเอาไปไม่ได้เล่า

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply