ตำนานความเป็นมาข้อห้ามคนไทยโบราณ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

ถ้าพูดถึงเรื่องโชคลางความเชื่อแล้ว ก็มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ถึงแม้ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่อย่างเราๆ จะไม่ค่อยเชื่อกับเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ควรลบหลู่ และถ้าหากเราทำตามบ้างก็อาจจะดีไปชีวิตเราก็เป็นได้ครับ
อย่าให้ใครข้ามหัว

นักรบไทย สมัยก่อนชอบลงอาคมไว้บนกระหม่อม พอลงแล้วก็จะขลังเหนียวหนืด ฟันแทงไม่เข้าสุดแล้วแต่อาจารย์ที่เป่ากระหม่อมว่าจะเก่งด้านไหน ผู้ชายยุคนั้นเลยหวงศีรษะเท่าชีวิต ไม่ยอมให้ใครมาข้ามหรือตบหัวไม่อย่างนั้นอาคมจะเสื่อม ยกเว้นจะเป็นบุคคลสูงส่งอย่างพ่อ แม่ หรือเจ้านายที่เคารพเท่านั้นที่ยอมให้จับหัวได้ แต่ถ้าคนอื่นไม่มีทาง

ห้ามนั่งบนหมอนนักรบไทย กว่าจะเรียนคาถาอาคมจนเก่ง ต้องท่องตำรากันจนปากเปื่อย ฉะนั้นลูกผู้ชายหลายร้อยปีก่อนจะยอมนั่งพื้นแข็งๆแต่ไม่ยอมเอาหมอนมารองนั่ง เป็นอันขาด เพราะถ้าทำอย่างนั้นคาถาที่เรียนมาจะไม่ขลัง คงเพราะหมอนเป็นของที่เอาไว้กราบพระก่อนนอน ถ้าเอามานั่งก็เท่ากับลบหลู่ครูบาอาจารย์ วิชาเลยไม่อยู่กับตัว

ห้ามกวาดขยะกลางคืนคนสมัยนั้นยังเชื่อกันว่าคนดีผีคุ้ม แต่ถ้าลุกมากวาดขยะตอนกลางคืน ผีจะย้ายค่ายเลิกคุ้มครองซะงั้น เหตุผลคืออะไรก็ยัง งง อยู่เหมือนกัน
ห้ามผิวปากเวลากลางคืนนักรบไทย ถึงจะบ้าพลังเสียงแค่ไหน แต่ผู้ชายสมัยก่อนไม่ยอมผิวปากโชว์ลูกคอตอนกลางค่ำกลางคืนแน่นอน เพราะยามวิกาลเป็นเวลาที่พวกหมอผีที่ชอบลองวิชา จะปล่อยอาถรรพ์ชั่วร้ายออกมา ถ้าผิวปากอาถรรพ์นั้นก็จะเข้าตัวหรือที่เรียกว่าโดนของนั่นเอง

ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืนเหล่า นักรบไทย เชื่อว่าเล็บ เส้นผม ของใช้ประจำตัวที่ใช้อยู่ทุกวัน สื่อถึงเจ้าของได้ เลยห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน เพราะอาจจะมีคนมาเก็บไปให้คนมีอาคมเอาไปทำพิธี แล้วอาถรรพ์ชั่วร้ายก็จะมาถึงตัวเจ้าของเล็บอีกเหมือนกัน
ห้ามกินฟัก แฟง บวบ น้ำเต้าและปลาไม่มีเกล็ด

รอยสักในสมัยนั้นไม่ได้สักเพื่อความเท่อย่างพ.ศ.นี้ แต่สักแล้วลงอาคมกันเป็นเรื่องเป็นราวให้หนังเหนียว อยู่ยงคงกระพัน แต่หลังจากสักยันต์แล้วคนๆนั้นต้องห้ามกิน ฟักแฟง บวบ น้ำเต้า หรือปลาไม่มีเกล็ดทันที ถ้าเผลอกินเข้าไปอาคมที่ลงไว้ก็จะเสื่อม ความเชื่อนี้ยังอยู่ยั้งยืนยงมาถึงพ.ศ.นี้ด้วย ทุกวันนี้ถ้าใครไปสักยันต์กับอาจารย์ดังๆก็จะถูกห้ามอย่างนี้เหมือนกัน

ห้ามด่าว่ามารดาผู้อื่นนักรบไทย โบราณถือว่าเป็นนักรบแล้วต้องเป็นนักรักด้วยถึงจะครบสูตร หนุ่มๆเลยชอบลงสาลิกาลิ้นทอง พูดอะไรสาวแก่แม่ม่ายจะได้เคลิ้มหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามมาเร็วทันใจ แต่มีข้อแม้ว่าถ้าเจอคู่อริแล้วเปิดฉากด่ากราดสาดน้ำลายใส่กัน ห้ามด่าลามปามไปถึงแม่ของฝ่ายตรงข้ามไม่อย่างนั้นสาลิกาลิ้นทองจะเสื่อม ทันที เพราะมารดาเป็นผู้หญิงที่เหนือผู้ชายทุกคนการไปลบหลู่ก็เหมือนทำชั่ว อย่างหนึ่ง

ห้ามเดินข้ามหนังสือคนโบราณยกย่องหนังสือเป็นครูคนที่สอง ต้องเก็บไว้ในชั้นให้เรียบร้อย ห้ามเอามาโยนเล่น ยิ่งถ้าใครข้ามนี่ถือว่าเป็นการลบหลู่ที่ให้อภัยไม่ได้ เชื่อว่าครูบาอาจารย์จะไม่เมตตาอีกต่อไป เรียนอะไรก็จำไม่ได้ ท่องตำราก็ได้หน้าลืมหลัง หมดอนาคตกันไปเลย

ได้ยินเสียงแปลกๆห้ามร้องทักความแปลกอย่างหนึ่งของคุณไสยก็คือมันจะเข้าตัวเฉพาะคนที่ร้องทักมัน คล้ายกับว่าการร้องทักคือการอนุญาตให้มันเข้ามาได้นั่นเอง คนสมัยก่อนเลยห้ามขาดว่าถ้าได้ยินเสียงอะไรแปลกๆห้ามทักว่า นั่นอะไร นั่นใคร หรือถ้ามีคนเรียกชื่อก็ต้องเปิดประตูออกไปเห็นหน้ากันเสียก่อนถึงจะทักตอบได้ ไม่อย่างนั้นคุณไสยที่คนชั่วปล่อยออกมา อย่างเช่น ตะปู ตะขาบ เศษแก้ว ฯลฯ จะพุ่งเข้าตัวคนๆนั้นทันที

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply