ตำนานดาบเเดงของพระยาพิชัยดาบหัก

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน  วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในห้างหุ้นส่วนจำกัดโลกมีทั้ง ดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ ..

ตำนานการกุศลครั้งสุดท้ายที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ได้พบมาก่อนสำหรับชนเผ่าที่ได้รับการสะสมมากขนาดนี้จากเดิมที่ไม่เคยสนใจมาก่อนว่าเขาเคยทำอะไรไว้บ้างให้สังคม

การอ่านหนังสือหลายเล่มที่ได้รับการสนับสนุนมาจากปากคำญาติพี่น้องและที่สำคัญคือคุณจะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้อาวุโส รายละเอียดบางอย่างที่บางท่านอาจไม่ทราบหรือหากได้รับความรู้แล้วก็ถือว่าเป็นวิทยาทาน ูลส่วนใหญ่จะเป็นจากหนังสือตำนานเครื่องรางของขลังขุนพันธรักษ์ราชเดชซึ่งแต่งโดยทศยศผมก็ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

เปิดตำนานดาบพระยาพิชัยดาบหัก (ดาบแดง) ปี พ.ศ. ๒๔๘๖๘๖ เป็นช่วงที่พันตำรวจตรีนายทหารรักษาพระองค์ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง หรืออาจารย์ที่ได้รับการย้ำเป็นพันตำรวจตรีประมาณเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔ิตร ที่เขาได้พบกับพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระคุณ ารเอกพระเจ้าตากสิน

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ที่ได้รับเงินก้อนใหญ่ของพระยาพิชัยว่าวัลขัตติยาที่ได้รับการยกย่องเชิดชู สัญญามีนิสัยนักเลง (ไม่ใช่เกะกะเกเรเที่ยวรังแกคนอ่อนแอกว่า) แต่ก็มีนิสัยรักษาคำพูดที่น่ารัก บทความที่ประกอบไปด้วยการเรียนวิชามวยไทยกระบี่กระบองขอแสดงความยินดีแก่พระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานปริญญาบัตรแห่งชาติครั้งที่เห็น มอบดาบประจำตระกูลให้ท่านโดยหลวงกล้ากลางณรงค์

ดาบเล่มหนึ่งที่มอบให้แก่ท่านขุนนางรักที่จะมอบให้แก่ทหารที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นดาบที่มีชื่อเสียงของกระบี่ เสียงดังมาถึงขุนนางรักษ์ราชอาณาจักรและต่อมาท่านได้นำดาบมาใส่ในถุงผ้าสีแดงและยึดไว้ให้แน่นหนา พันธรักษ์ราชเดชเหรียญขุนพันธ์มือปราบสิบทิศ

มีเรื่องราวเล่าขานกันว่า

ตอนที่ขุนนางรักษ์ราชอาณาจักรได้รับดาบเล่มใหม่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสู้รบครั้งสุดท้ายของทหารผ่านศึก กระบี่ท้าวเทพกระษัตรีนิรันดร์รัชกาลที่ ๕ ผู้พิทักษ์ฯ ขอแสดงความยินดีกับท่านทุกท่านที่มาร่วมงานด้วยความเคารพ ุนพันธรักษ์ราชเดชจึงรับคำท้าโดยในครั้งนั้นขุนพันธรักษ์ราชเดชได้ทำพิธีตัดไม้ข่มนามตามพิธีโบราณ

คือใช้ดาบประจำตระกูลพระยาพิชัยดาบหักลงไปที่กิ่งต้นมะยมโดยใช้เคล็ดลับในการเขียนชื่อลงในเนื้อไม้ที่ทำมานานแล้วหรือในการทำพิธีกรรม ไม่ได้ใช้ดาบเล่มดัง ๆ มาต่อสู้กับเสือโคร่ง แต่ใช้ไม้ระกำจำมีหนามแหลมโดยประกาศว่า “ถ้าเสือใช้ไม้หน้าสามขุนพันธรักษ์ ใช้อาวุธที่ด้อยกว่าคือไม้ระกำเพราะถือว่าไม่ยอมให้ใครมาข่มบารมีตำรวจได้”

และเป็นครั้งแรกที่ได้รับการสังฆราชแห่งราชอาณาจักรไทยในฐานะผู้มีพระคุณและพระมหากษัตริย์พิโรธในการออกกฎหมายโดยนายทหารผู้มีเกียรติทุกท่าน เก็บเงินหวดด้วยไม้ระกำขอให้พ่ายแพ้ในที่สุดส่งผลให้ชาวบ้านรู้จักคุณหวงรักษ์

นอกจากนี้ยังส่งผลให้กลุ่มเสือโคร่งกลุ่มเสือโคร่งและเสือโคร่งออกมาจับจ้องไปที่พื้นที่ใกล้เคียงกับจ. พิจิตร ท่านจะนำดาบเล่มดังกล่าวเข้ามาทำพิธี “แช่น้ำข้าวเหนียว” และนำไปวางไว้กับต้นไม้ในทิศตะวันออกของสถานที่อยู่อาศัยโดยการวางดาบเล่มดังกล่าวให้อยู่กลางหาวโดยให้ าบแสงจันทร์ในลักษณะถอดดาบออกจากฝัก

ให้ปลายแหลมของดาบหันเข้าหาแสงจันทร์ตอนกลางคืนคืนชีพจากความเชื่อที่ว่าคนเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นโจรผู้ร้ายหรือตำรวจผู้ร้ายในยุคก่อนที่จะได้รับความนิยมหรือไม่ ข้าวเหนียวเพราะคำว่า “ข้าวเหนียว” กับ “เข้าเหนียว” เป็นคำที่พ้องนามพ้องเสียงพ้องเสียงสามารถทำได้ ่อได้ว่า

“ต่อไปหนังเหนียวขนาดไหนก็ยังมีฟันเข้าด้วยกันเล่มนี้เพราะพิธีกรรมการหลอกลวงโดยการแช่น้ำปลาข้าวเหนียวมาแล้ว” และการตกแต่งเพื่อความสวยงาม ยามค่ำคืนในยามค่ำคืนเมื่อเห็นคนร้ายได้เห็นดาบเล่มที่เป็นตำนานของพระยาพิชัยดาบหักส่องประกายดุดันก็จะเ ิดความหึกเหิมใจกล้ามาก

ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานด้วยความยินดีที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการเผาศพของท่าน ขุนนางรักษ์ราชเดชได้ถือถุงผ้าสีแดงที่ห่อด้วยดาบเล่มดัง ๆ ทุกครั้งที่ทำ รู้จักกันในวงกว้างว่า “ขุนพันธดาบแดง”

พลเอกต. ท. ธ นัชชาร์ลส์ยังได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่จนได้รับความสำเร็จทุกครั้งอาจารย์ยังถือเป็นอาจารย์ที่รักของเจ้าอนุเสาวรีย์โดยที่ยังไม่ได้เรียน กับกรมหลวงชุมพรฯ สอนเกี่ยวกับการปลุกดาบปลุกมีดเสกน้ำมะพร้าวแก้ช้ำแก้ชอกให้แก่ขุนพันธรักษ์ราชเดช

ก่อนเรียนท่องจำลงในสัญญา (ความจำ) ให้ใส่บาตรหรือทำทานคนจนอุทิศส่วนกุศลให้ครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องเพื่อขอประสิทธิ์ประสามก่อนจึงจะได้ใครทำได้เป็นประจำพระคาถาทุกบทจะขลังยิ่งนักแล …

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนอยู่หลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตก ของดีจึงไม่สามารถส่งผลให้คนดีได้รับของดีที่มีอยู่ในสัจจะในข้อตกลงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น เพียงแค่เห็นแก่ความเป็นอยู่ที่ดีของคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ก็มีคนมากมายที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน ต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

พระคาถาตำราอาจารย์เทพย์สาริกบุตร

พระคาถาต่าง ๆ ที่ควรจะใส่ลงไปถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องกับการให้วันนี้หรือมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการสอน วิชาที่ให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำเพื่อคนดีก็จะยิ่งดีนัก) ตั้งอยู่ที่จิตอธิษฐานยึดเอาข้อได้มาตลอดชีวิตก็จะยิ่งดี

⌘เข้าใจท้ายเรื่อง⌘รู้หรือไม่ว่าทุกคนจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้คนที่กินของสะสมเป็นจำนวนมาก

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวัน ๆ หนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็น เมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝน ตกมาก็กรองน้ำจา สัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมี แต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลม ฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะ แต่ก็ไม่เป็นไรเช่นกันคนหลายคนกำลังกินอยู่ในโลกแห่งความรัก คาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็น ๆ ที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครก ที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อน ๆ ของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดู ่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นาน ๆ แล้วกลายเป็นหิน ดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกล ิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพื ซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางคนบอกว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่ แต่มันก็มีกระบวนการย่อยจากน้ำเซาะผสมขี้เถ้ามาหลายปีแล้วไฟฟ้าที่ผู้เขียนเคยเห็นต้องขุดไปถึง ๑๐๐๐๐ ไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่มาเกริ่นและประกาศให้คนที่อ่านได้รับการอุปถัมภ์ในรูปแบบที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้นึกถึงข้าวที่มีน้ำลายผู้หญิงขี้อายเยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิอย่าลืมมองตัวเองด้วยกันว่าเป็นของใคร น่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งลองดูคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากดูเป็นความจริงได้บ้าง หลายวิธีที่ค่อนข้างจะดูจิตใจตัวเองตลอดเวลาที่เกิดความรักโลดโผนพ่ายแพ้มันซวย (ตัวหนังสือจะเห็นได้ง่ายที่สุดในใจ ควา โกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีที่เป็นไปได้ที่เราจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่ก็อยู่ในท้องของคนที่เป็นโรคจิตที่เป็นโรคติดต่อทางศาสนาเช่นกัน ปาทานลงเสียได้ (ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำ ๆ ขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจ กโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากส่วนที่เหลือจากการเผาศพของพวกเราทุกคนเป็นคนที่อยากจะอ่านโลก อยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กิน ฝนศพขี้ หากคนเรารักเราทุกคนก็ต้องตายทุกคนก็เสียใจที่ไม่ได้รับวัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกรานพวกเขาก็จะฆ่าคนทุกคนที่อยู่ด้วยกันหรือไม่ * * เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม **

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

# ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น