ตำนานยันต์มหาระงับ และพระคาถาตำหรับวัดประดู่ทรงธรรม

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

ยันต์หรือตระกรุดมหาระงับนั้นนับได้ว่าเป็นยันต์หรือตะกรุดสำคัญอันดับต้นๆ ที่มีผู้ไขว่คว้าแสวงหาเพื่อศึกษาและได้ตะกรุดไว้ครอบครอง

ภาพถ่ายอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร

ตะกรุดมหาระงับมีชื่อเสียงโด่งดัง ดังนั้นจึงมีเกจิอาจารย์มากมายหลายท่านทำตะกรุดสำคัญนี้ไว้ให้กับลูกศิษย์ไว้บูชาซึ่งมีรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ที่มาที่ไปของยันต์นั้น สันนิษฐานได้ว่ามาจากแหล่งเดียวกันคือ “สำนักวัดประดู่ทรงธรรม” ตักศิลาใหญ่แห่งพระเวทย์วิทยาคมในอดีต ท่านอ.เทพย์ สาริกบุตรก็ได้รวบรวมยันต์สำคัญนี้ไว้ในตำราของท่าน โดยท่านได้ตำราของสายวัดประดู่ทรงธรรมมามากและท่านก็ยังสนิทสนมกับพระเกจิสายนี้ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อเทียมวัดกษัตราหรือหลวงพ่ออั้นวัดพระญาติ ดังนั้นจึงไม่เป็นที่สงสัยในตำราของท่าน

แต่อย่างไรก็ตามในพระเกจิสายวัดประดู่ทรงธรรมที่เป็นศิษย์ของท่านอ. จาบ สุวรรณไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อกี๋วัดหูช้าง หลวงพ่อเทียมวัดกษัตราหรือแม้กระทั่งของหลวงพ่อสละ วัดประดูทรงธรรมเองก็ยังไม่เหมือนกันทีเดียว การถ่ายทอดยันต์ที่สำคัญนี้มาจากท่าน อ.มนัส สิวาภิรมย์รัตน์ โดยท่านอาจารย์ได้รับการครอบและเรียนมาจากหลวงพ่อสละ วัดประดู่ทรงธรรมโดยตรง ซึ่งรูปที่ลงให้ท่านได้ชมนั้นเป็นตำราเก่าของหลวงพ่อสละ ท่านอ.มนัส กรุณาเล่าให้ฟังว่า ท่านไปสอบทานมาทั้งหลวงพ่อกี๋ หลวงพ่อเทียม ซึ่งได้ทราบที่มาที่ไปและความแตกต่างกันของแต่ละท่าน โดยหลวงพ่อสละเองท่านก็ยังลงไม่เหมือนกันทุกครั้ง

อุปเทห์แห่งการใช้ยันต์นั้น ท่านใช้ระงับดับเหตุร้าย ป้องกันโจรผู้ร้ายเข้าบ้าน โดยในอดีดท่านใช้เข้าปล้นตีค่ายเมื่อครั้งสงคราม และยังใช้ระงับคดีความต่างๆ โดยใช้ทำน้ำมนต์ทั้งกินและอาบ ฯลฯ

หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้างท่านพรรณาถึงคุณวิเศษของตะกรุดนี้ให้อ.มนัส ฟังว่า ถ้าตะกรุดอื่นๆ เช่นตะกรุดมหารูด สามารถคุ้มได้คนเดียว แต่ตะกรุดมหาระงับนั้น คุ้มครองได้ทั้งคันรถ โดยในอดีดเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว หลวงพ่อกี๋ ท่านให้บูชาตะกรุดมหาระงับนี้ ดอกละ ๑๐๐ บาท ซึ่งถือว่าแพงมากในสมัยนั้น

ยันต์มหาระงับนี้ ที่พิศดารกว่ายันต์อื่นๆ ก็คือจะมีเคร็ดการขมวดมุมยันต์ที่ใช้พระคาถากันโจรผู้ร้ายและมีพระคาถา “นมัสการอุณาโลม” ที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังมีเกร็ดย่อยในการเสกองค์พระอีกด้วย

ตะกรุดมหาระงับนี้ มีพระคาถากำกับต่างหากเมื่อจะใช้ ในกรณีที่ไปปล้นค่ายศัตรูข้าศึก ซึ่งเป็นพระคาถาเฉพาะของยันต์นี้โดยท่านใช้ยันต์ตรีนิสิงเห ที่มีสูตรเฉพาะของวัดประดูฯ ประทับหลัง

ในยุคปัจจุบัน มีผู้ที่สืบทอดและศึกษายันต์มหาระงับที่สำคัญยันต์นี้อย่างถ่องแท้นั้นน้อยมาก ท่านอ.มนัส สิวาภิรมย์รัตน์ นับเป็นหนึ่งในจำนวนน้อยมากที่เข้าใจและศึกษายันต์นี้จากต้นตำหรับวัดประดู่ทรงธรรมโดยตรง

ขออานุภาพของยันต์มหาระงับนี้ จงได้ระงับดับโทษภัยให้กับเราท่านทั้งหลายด้วยเทอญฯ

ยันต์มหาระงับระงับอินทรา ระงับพรหมมา ระงับมนุษสา ระงับปีศาจ ผู้ที่ได้เรียนมาโดยตรงจึงจะรู้ความหมายที่แท้จริงผู้ที่อ่านจากตำรามา ยังไม่เคยพบว่า ใครตีความหมายของ 4 ระงับนี้ได้๑ ในยันต์ระดับตำนานของบ้านเรา

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply