ตำนานลูกอัณฑะทองแดง (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดไม่สวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีล้วนมีข้อดีและเสียแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

ลูกอัณฑะทองแดงนี้เป็นของที่เกิดมาจากธรรมชาติ บุคคลที่มีลูกอัณฑะเพียงลูกเดียวนั้นเป็นของกายสิทธิ์แม้จะถูกคมอาวุธทั้งหลายจะเป็นมีดหรือปืนไม่อาจระคายผิวหนังเป็นของที่ผู้อื่นจะแย่งเอาไปไม่ได้นิตยสารต่างๆได้ลงเรื่องเครื่องรางของขลังยังไม่มีใครรู้จักคุณวิเศษของลูกอัณฑะทองแดง

ข้าพเจ้าได้รู้จักกับครอบครัวหนึ่งผู้มีอัณฑะทองแดง

ผู้เป็นสามีชื่อคุณประกอบ โพธิไทรงาม สำนักตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลจระเข้สามพัน จังหวัดสุพรรณบุรี มีภรรยาชื่อนางละเอียด มีบุตรด้วยกัน ๑ คน แต่ผู้ผัวเป็นคนเจ้าชู้มาก ผู้เป็นเมียค้าขายหาเลี้ยงชีพทำงานช่วยเหลือผู้ผัวชนิดอาบเหงื่อต่างน้ำ

แต่ทางฝ่ายผู้เป็นผัวเงินเดือนที่ได้มากลับนำไปใช้จ่ายกินเหล้าสำมะเลเทเมาสร้างความโกรธแค้นมาสู่ผู้เป็นเมียได้แต่กล้ำกลืนความทุกข์โศกไว้ภายใน

เธอได้ค้าขายของเล็กๆน้อยเก็บเงินเอาไว้ส่วนหนึ่งเพื่อเอาไว้รักษาลูกเวลาเจ็บป่วยเธอเป็นคนมัธยัสถ์เธอได้กำไรในการค้าขายจนสามารถหาสายสร้อยทองคำหนัก ๑ บาทมาใส่เพื่อประดับความสวยงามที่เธอชอบ

ทางฝ่ายผู้ผัวด้วยความเป็นคนเจ้าชู้ซึ่งได้ไปพบนางสาวสำอางค์ซึ่งเป็นเพื่อนของเมียตัวนั่นเองซึ่งมาแย่งผัวเธอ

การติดต่อระหว่างผัวกับนางสาวสำอางค์นั้นเกือบจะเป็นผลสำเร็จซึ่งทางฝ่ายผู้ผัวนั้นพอถูกเมียรู้เข้าก็ตัดพ้อต่อว่า แต่ก็ไม่อาจที่จะทำให้คนทั้งสองเลิกติดต่อกันได้

ในเย็นวันหนึ่งนางสาวสำอางค์ได้พูดกับผัวเพื่อนว่าพี่ถ้ามีความรักตัวฉันโดยบริสุทธิ์จริงใจแล้วฉันขอสายสร้อยทองคำหนัก ๑ บาทเป็นเครื่องสินสอดและให้หมั้นหมายเข้าตามตรอกออกตามประตูถูกต้องตามกฎหมาย

นายประกอบตอบว่า ฉันมีความรักเธอจริง เธอต้องการสิ่งใดฉันจะหามาให้จะเป็นเครื่องสินสอดทองหมั้นฉันยินดี นางสาวสำอางค์ก็รอวันและเวลาที่นายประกอบจะหาสิ่งของที่ต้องการมาให้

นายประกอบจึงหาอุบายวิธีขอหย่าขาดจากเมียรักโดยอ้างเหตุผลต่างๆนานาจนผลสุดท้ายเมียของนายประกอบก็ได้หย่าขาดจากกันโดยปริยายแต่ผู้เป็นเมียบอกว่าก่อนจะจากกันขอให้นอนด้วยกันอีกสักคืนซึ่งเป็นคืนสุดท้าย

นายประกอบเห็นว่าเมียรักจะยอมหย่าด้วยเพียงแต่ต้องการหลับนอนด้วยกันอีกคืนเป็นคืนสุดท้าย

นายประกอบไม่รู้ทันความคิดของผู้เป็นเมียซึ่งวางแผนร้ายเอาไว้

ดังนั้นในคืนนั้นเวลาตีสองระหว่างที่นายประกอบพร่ำพรอดบทอยู่กับผู้เป็นภรรยาสมปรารถนาแล้วก็นอนกรนหลับใหล

นางละเอียดเห็นสามีจอมเจ้าชู้นอนหลับไม่รู้สึกตัวเธอจึงไปนำมีดโกนตราตาซึ่งเป็นของเยอรมันชนิดคมกริบแมลงวันเกาะยังขาดเป็นสองท่อนมาถือไว้แล้วค่อยๆเดินไปหยิบชามกะละมัง

จากนั้นค่อยๆย่องไปเปิดมุ้งเอากะละมังวางแล้วเธอก็ค่อยๆเลิกผ้าห่มกับผ้ากะม้าจนพบไอ้นั้นเธอจึงจับอย่างแน่นเต็มพวงใช้มีดโกนจ่อแล้วกระชากอย่างแรงถึงสองสามครั้งจนนายประกอบผู้เป็นผัวตกใจดิ้นร้องโวยวายเธอจึงตกใจรีบวิ่งหนีออกจากมุ้งไปทันที

คมอาวุธมีดโกนมิอาจทำอันตรายได้ก็เพราะนายประกอบมีลูกอัณฑะอาถรรพ์เพียงเม็ดเดียว

ตอนนี้จะสั้นสักนิดผู้เขียนเลยแถมให้นะครับอาจจะอ่านยากไปสักนิดแต่ก็เข้าใจครับ

ไข่ทองแดง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ครับ คนมีไข่ข้างเดียวถือกันว่ามีมหาอุดติดตัวมาแต่เกิด… มหาอุดมีทั้งความหมายเรื่องแคล้วคลาด และมหาอุตม ที่หมายถึงอุดมสมบูรณ์ และมหาอุจ ที่หมายถึงมีอำนาจวาสนา

แม้เเต่บุคคลมีฟันที่งอกบนเพดานปากอีกก็เชื่อว่าใครมีฟันแบบนี้ ย่อมคงทนต่ออาวุธทั้งปวง ฟันบนเพดานปากนี้จะขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อขึ้นมาแล้วจะไม่ผุไม่กร่อนเหมือนซี่อื่นๆ จะมีความคงทน และอยู่กับเจ้าของไปตลอด และห้ามบอกใคร เพราะอาจจะโดนทุบ และยึดฟันไปทำของขลังได้

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อ ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานยึดเอาข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น