“ตำนานวิชาพรหมสี่หน้างาแกะกำจัดและงากำจาย”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

วัตถุมงคลประเภทพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง มีน้อยมากที่ฆราวาสจะสร้างแล้วได้รับความนิยมในหมู่นักสะสม ในอดีตที่สร้างแล้วได้รับความนิยมสุดๆ ตกมาถึงปัจจุบัน ก็ต้องยกให้ “อาจารย์เฮง ไพรยวัล” ฆราวาสจอมขมังเวท ผู้ที่เปิดตำนานการสร้างวัตถุมงคลจนโด่งดัง บางชนิดมีสนนราคาเล่นหาสูงถึงหลักแสน

วัตถุมงคลที่อาจารย์เฮงจัดสร้าง อาทิ ประคำทองคำพร้อมเหรียญพระพรหม พระพรหมงาแกะขนาดบูชา เหรียญพรหมสี่หน้าแบบอาร์ม และเหรียญพรหมสี่หน้าพิมพ์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด คชสีห์งาแกะ เป็นต้น

“อาจารย์เฮง ไพรยวัล” เป็นฆราวาสผู้เรืองวิชา และสร้างเครื่องรางของขลังได้อย่างประณีตวิจิตรบรรจง อีกทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่อมใสกันอย่างมากจนกระทั่งปัจจุบัน และเป็นที่รู้จักกล่าวขานกันมากที่สุด มีลูกศิษย์ลูกหาที่มีวิชาคาถาอาคมต่างๆ ท่านก็ได้เรียนจากอาจารย์ต่างๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากตำราของวัดประดู่โรงธรรมทั้งสิ้น ประกอบกับในยุคที่อาจารย์เฮง มีชื่อเสียงอยู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ความไม่มั่นคงในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนนั้นมีมาก จึงมีผู้ต้องการขวัญและกำลังใจในเรื่องเครื่องรางของขลังนั้นมีมาก ซึ่งในยุคนั้นฆราวาสที่มีชื่อเสียงในการสร้างเครื่องรางของขลังคืออาจารย์เฮงนั้นเอง

ภาพประกอบเนื้อหาเหรียญพรหมสี่หน้าอาจารย์เฮงไพรวัล

อาจารย์เฮง ไพรยวัล ท่านเกิดเมื่อวันพุธ เดือนแปด ปีพ.ศ.๒๔๒๘ ที่จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา เกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง มีไร่นาและบ้านหลายหลัง เมื่ออายุ ๒๗ ปี จึงได้อุปสมบทที่วัดประดู่โรงธรรม ซึ่งมี “อาจารย์ม่วง” เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ดังในเรื่องคาถาอาคม และสักยันต์ อีกทั้งเป็นผู้ที่มีความรู้ในสรรพวิทยาต่างๆ ของวิชาอาคมต่างๆ ของวัดประดู่โรงธรรมได้อย่างแตกฉาน และอาจารย์ม่วงได้ถ่ายทอดวิชาอาคมทั้งหมดให้กับหลวงพ่อกลั่น เป็นพระอุปัชฌาย์ จึงได้ไปศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อกลั่น

ภาพถ่ายหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ

โดยก่อนบวชอาจารย์เฮงมีพื้นฐานความรู้ในด้านพุทธาคมจากสำนักวัดเลียบมาก่อน และขณะบวชสนิทสนมใกล้ชิดกับหลวงปู่สี วัดสะแก เพราะศึกษากับหลวงพ่อกลั่นด้วยกัน โดยอาจารย์เฮงมีอายุแก่กว่าหลวงปู่สี ๑๐ ปี เนื่องจากเมื่อท่านบวชอยู่ ท่านมักทดลองในสรรพเวทวิทยา และร้อนวิชา ท่านจึงสึกมาเป็นฆราวาส เปิดสำนักสักยันต์ก่อนจึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมายภายหลังจึงได้สร้างเครื่องรางของขลังขึ้นมาหลายอย่าง โดยแต่ละอย่างที่สร้างนอกจากก่อให้เกิดคุณในด้านอภินิหารแล้วยังวิจิตรบรรจงสวยงามอีกด้วย อาจารย์เฮง เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ รวมอายุได้ ๘๕ ปี

ภาพเครื่องรางคชสีห์อาจารย์เฮงไพรวัลจากคุณ Lek X Treme-Sound Phaisali

หลังจากอาจารย์เฮงสึกมาเป็นฆราวาส ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากโดยในเริ่มแรกเป็นอาจารย์สักก่อน หลวงปู่สีเคยเล่าว่า เมื่อครั้งกบฏบวรเดช พ.ศ. ๒๔๗๖ มีทหารและข้าราชการชั้นสูงมาให้ท่านสักเป็นจำนวนมาก โดยตั้งพิธีที่วัดหันตรา โดยได้นิมนต์หลวงปู่สี มาสวดพุทธมนต์ในพิธีสักด้วย เนื่องจากเคยลงมาศึกษาที่สำนักวัดเลียบ กรุง เทพฯ ด้วยกัน

ดังนั้น ต่อมาลูกศิษย์ที่กรุงเทพฯได้เชิญท่านมาโดยเช่าบ้านอยู่ พ.ศ.๒๔๘๔ จึงกลับอยุธยาโดยสร้างเรือยนต์และพักอยู่ในเรือนั้นเพื่อเป็นที่อยู่และสะดวกในการสัญจร โดยมากมักจะจอดลอยลำอยู่บริเวณใกล้กับวัดสะแก อยุธยา เพราะได้ร่วมกันทำเครื่องรางของขลังและสนทนากับหลวงปู่สี วัดสะแก

เครื่องรางของขลังที่อาจารย์เฮงสร้างมีหลายอย่างคือ พระพรหม จะทำด้วยงากำจัดและงากำจาย โลหะเงินทองนาก ตะกรุดมหาจักรพรรดิ แหวนโลหะ ปลัดขิก ผ้ายันต์ ภาพวาดเป็นรูปเทพและลงอักขระ คชสีห์ สิงห์ เสือ เนื่องจากอาจารย์เฮง มีอัจฉริยะในด้านการช่างอย่างน่าอัศจรรย์ ดังจะเห็นว่าเครื่องรางของขลังแต่ละชิ้นนั้นวิจิตรงดงามมาก หากสังเกตรอยจารลายมือสวยมาก การเขียนภาพต่างๆ มีมิติลึกซึ้ง การแกะสลักจะได้สัดส่วน ยากที่จะมีอาจารย์ใดเสมอเหมือน

ด้านพุทธคุณมีความเชื่อกันว่าสุดยอดของคงกระพัน และแคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันภูตผีปีศาจ เพิ่มพูนในเรื่องของเมตตามหานิยม ส่วนเรื่องราคาต้องว่ากันด้วยราคาแพงมากๆ บ้างครั้งเจอของอาจารย์เฮง ชิ้นหนึ่งแต่ก็ไม่สามารถตีราคาเป็นเงินได้ เพราะในโลกนี้มีชิ้นเดียว

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในกาอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply