ตำนานหางช้างเผือกและแก้วเข้าแก้ว “คตแก้วกายสิทธิ์”

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ

ห า ง ช้ า ง เ ผื อ ก  ช้างเผือกนั้นโบราณท่านถือว่าเป็นสัตว์ที่มีบุญญาบารมี เป็นของคู่บุญของพระมหากษัตริย์ไทยเราตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันธรรมชาติของช้างจะใช้หาปัดแมลงที่เข้ามารบกวน บุรพาจารย์ท่านถือเคล็ดว่าหางช้างนั้นเป็นของดีที่ใช้ปัดรังควาญ เสนียดจัญไร สิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง
จึงนิยมนำหางช้างมาทำเป็นแหวนพิรอดหรือกำไลข้อมือ

และทำวิชาลงอาคม ซึ่งเมื่อทำถูกต้องตามตำรับไสยเวทย์แล้วจัดเป็นของวิเศษที่เรืองอำนาจมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหางของช้างเผือกนั่นเองคนเก่าคนแก่ยังเชื่ออีกว่า ถ้าบูชาดีๆ ขนจากหางช้างจะทำให้สามารถหยั่งรู้พิษภัยต่างๆล่วงหน้าด้วยอย่างสัมผัสที่หกและป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้ และยังมีดีทางด้านโชครางว่าจะทำให้กลับร้ายกลายเป็นดี ค้าขายดี มงคลโชคลาภ มีแต่ความร่ำรวย เสี่ยงโชค ได้ผลดี
ขนหางช้างแบ่งเป็น ๒ ประเภท

๑. ขนหางช้างสีดำ เป็นขนหางช้างที่หาได้ทั่วไป

๒. ขนหางช้างสีขาว (บางท่านเรียกว่าขนหางแก้ว ขนหางดอ ขนหางช้างเผือก) เป็นของหายาก คล้ายกับกำจัดกำจาย มีความเชื่อว่าเป็นของแรงในตัวมีอานุภาพทวีคูณกว่าห้างช้างสีดำจัดเป็นเป็นกายสิทธิ์ที่หายากชนิดหนึ่งของสิ่งมีชีวิตครับ

แร่เหล็กน้ำพี้ พุทธคุณของแร่เหล็กน้ำพี้นั้นเทียบเคียงได้กับเหล็กไหล และน้ำเหล็กชนิดหายากที่เรียกกันว่า ไหลดำเหล็กน้ำพี้เป็นเหล็กอาถรรพณ์ ใช้ล้างอาถรรพณ์ได้นับนานาประการแม้ผู้มีวิชาอาคมแกร่งกล้าฟันแทงไม่เข้า ก็ถูกแร่เหล็กน้ำพี้ล้างอาถรรพณ์ โดนยิงโดนฟันโดนแทงตายมานักต่อนักแล้ว
เหล็กน้ำพี้สามารถป้องกันภูติผีปีศาจได้ วิญญาณป่า สิ่งชั้วร้าย หรือภูติผีพราย ก็ไม่กล้าเข้าใกล้
แร่เหล็กน้ำพี้ยังสามารถกันอาถรรพ์มนต์ดำ วิชาเดรัจฉานวิชา คุณไสยเวทย์ ป้องกันได้ทั้งสิ้น

ผู้ที่นำเหล็กน้ำพี้พกติดตัวจะสามารถป้องกันสิ่งเลวร้ายเสนียดจัญไรได้ตลอดกาลแล้วถ้าหากผ่านการปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาด้วยแล้วก็จะเป็นวัตถุมงคลเมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพันชาตรี และแก้กันโรคภัยไข้เจ็บ ปกป้องคุ้มครองตนเองให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่างๆได้ทั้งปวงอีกด้วย
แร่เหล็กน้ำพี้นั้นหาได้จากตะกรันขุดจากเตาหลอมโบราณ จังหวัดอุตรดิตถ์ นำมาหลอมใหม่
ซึ่งจะต้องแยกตะกรัน และเหล็กน้ำพี้ออกจากกัน จึงจะได้เหล็กน้ำพี้แท้ๆร้อยเปอร์เซนต์
ซึ่งเหล็กน้ำพี้มีคุณสมบัติคล้ายแม่เหล็ก มีแรงดึงดูดในตัว

แต่โดยมาก เหล็กที่ได้จากบ่อเหล็กก็ไม่ใช่เหล็กน้ำพี้แท้แต่เป็นเหล็กธรรมดาที่มีส่วนของเหล็กน้ำพี้ติดอยู่ไม่มากก็น้อย จึงต้องนำมาแยกเนื้อเหล็กก่อน เพื่อคัดส่วนที่เป็นเหล็กน้ำพี้ล้วนๆ
หล็กจากบ่อเหล็กน้ำพี้เป็นเหล็กที่มีความแกร่ง มีความเหนียวและเกิดสนิมยาก จากตำราพิชัยสงครามได้กล่าวไว้ว่า เหล็กน้ำพี้เป็นโลหะมหัศจรรย์อานุภาพ
ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ พบว่าแร่เหล็กน้ำพี้มีองค์ประกอบของแร่ธาตุที่หาได้ยาก เป็นแร่เหล็กที่มี

คุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวมีความแข็งและเหนียวเป็นพิเศษ มีคุณลักษณะอ่อนในแข็งนอก
และยืนยันว่าแหล่งแร่เหล็กที่ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์
เป็นแหล่งแร่เหล็กที่มีคุณภาพดีที่สุดของประเทศไทย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติดีเยี่ยมไม่แพ้เหล็กกล้าชั้นดีของต่างประเทศเลยทีเดียวปัจจุบัณ หายาก และมีราคาที่สูงมากๆครับ เป็นสมบัติของชาติไปแล้ว

แก้วเข้าแก้ว(คตแก้วกายสิทธิ์)มาต่อกันด้วยลักษณะของแก้วเข้าแก้วตามตำราหายากที่ว่ามีพลังแรงกว่าแก้วเข้าแก้วปกติ

๑ แก้วเข้าแก้วแฝด

๒. แก้วเข้าแก้วเง่า ติดสีสนิมประกายทอง

๓. แก้วเข้าแก้วเง่า แทงติดสลักเสี้ยน ตามตำรา

๔. แก้วเข้าแก้วหกเหลี่ยมปลายแหลม ตามตำรา

๕. แก้วเข้าแก้วซ้อนแก้วกลางดงกอแก้ว ผลึกใสแวววาวเล่นแสงไฟ เป็นแก้วเข้าแก้วขั้นเทพเหนือเทพ หายากสุดๆ

๖. แก้วเข้าแก้วทรงเจดีย์ตามตำรา มังคละจุฬามณี เป็นกายสิทธิ์ขั้นเทพ ติดสีสนิมประกายทอง แถมยังแทงสูงทะลุกลุ่มหมอกวิฑูรย์ขึ้นไปจัดเป็นแก้วเข้าแก้วขั้นเทพเหนือเทพอีกชิ้นครับ หายากสุดๆ

(ใช้ภาวนาจนได้อุปจารสมาธิเสดาะได้จริง)

**เคล็ดหัวใจพระคาถา** ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูครับ”

เคล็ดวิชาอาคมนี้แล้วจะทราบได้ด้วยตัวเองครับถือเป็นเคล็ดชั้นสูงเลยทีเดียว

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)

ถ้าสายพวกเล่นว่านเองจะให้ดีต้องปลูกและดูแลเสกพระคาถากับกำเองเลี้ยงด้วยความรักเมตตาจึงจะขลังเพราะต้นไม้ทุกต้นเองก็มีชีวิตเช่นเดียวกับเรา

พระคาถาทั้งหลายต้องใช้พลังจิตเป็นพลังเพื่อให้เกิดอำนาจ การจะฝึกจิตให้นิ่งติดอยู่กับคำภาวนานั้นไม่ใช่ของง่าย ต้องหมั่นฝึกฝน เพราะธรรมดาจิตของคนเราเพียงเเค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถนึกคิดไปได้หลายต่อหลายเรื่องจนนับไม่ถ้วน

ต้องทำให้จิตนิ่งติดอยู่กับคำภาวนาไม่ให้จิตส่งออกไปที่อื่นพยายามระลึกรู้ตามร่างกายส่วนต่างๆเพื่อไม่ไห้ส่งจิตออกไปข้างนอก

เมื่อจิตเพ่งอยู่ในจุดๆเดียวไม่วอกแวกเที่ยววิ่งไปนึกคิดเรื่องใดเเล้ว ขั้นนี้สามารถเพ่งภาวนาพระคาถาให้เกิดฤทธิ์อานุภาพตามอำนาจแห่งพระคาถาได้

หากท่านจิตไม่นิ่ง คิดโน่นคิดนี้ไม่ฝึกจิตเเล้วต่อให้ท่องยังไงก็ไม่เกิดผลดังที่ใจประสงค์ เมื่อจิตเป็นหนึ่ง ภาวนาอะไรๆมันก็จะขลังไปหมด สิ่งสำคัญในการฝึกจิต คือศีลครับ หากไม่มีศีลเเล้วจะฝึกสมาธิจิตได้ยากมากเพราะจิตมัวนึกคิดถึงอบายกิเลสต่างๆ หากมีศีลเเล้วจิตก็บริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งใดการทำสมาธิจิตให้เป็นหนึ่งจึงทำได้ง่าย

หากไม่สามารถภาวนาจนจิตถึงสงบขั้นฌานได้เพียงแต่สามารถยึดถือสัจจะคำพูดหรือสัจจะในข้อศีลที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานได้อย่างแน่วแน่มั่นคงแม้ตัวจะตายก็ไม่ยอมเสียสัจจะที่พูดไว้แล้วเมื่อจวนตัวในยามคับขันการภาวนาท่องบ่นพระคาถาต่างๆก็สามารถทำให้พระคาถาบทนั้นๆบังเกิดฤทธิ์อาถรรพ์มีอานุภาพตามที่จิตระลึกรู้ได้เช่นกัน

ศีล๕เข้าใจง่ายแต่กลับรักษาได้ยากยิ่งหากแม้ใครที่สามารถยึดมั่นในข้อศีลทั้ง๕ได้มากกว่าสามข้อขึ้นไปอย่างมั่นคงแล้วอานุภาพแห่งพระคาถาอาคมหรือแม้แต่เครื่องรางต่างๆที่ยึดถือนั้นก็สามารถบังเกิดความความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพอาถรรพ์ได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น