ตำนานเรื่องเล่าอภินิหารเครื่องรางหลวงปู่ศุข

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์นั้นมีประโยชน์ยิ่งเพื่อใช้มองดูทุกสิ่งที่เห็นเป็นสิ่งไม่ดีหรือสวยงามเมื่อลองพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีข้อเสียแล้วทุกสิ่งในโลกย่อมมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอลองเปลี่ยนหาทิศตรงกันข้ามของสิ่งที่สวยและไม่สวยดูให้เป็นดังที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้แล้ว

มีทั้งตะกรุดโทนเเละตะกรุดชุด เรื่องการทำตะกรุดของหลวงปู่ศุขนี้ได้เขียนอธิบายไปบ้างเเล้ว ซึ่งหลวงปู่ท่านได้สร้างไว้มาก เเต่เป็นไปในลักษณะสร้างไปด้วยเเจกไปด้วยไม่ได้ทำออกมาเป็นรุ่นๆ เหมือนอย่างในสมัยปัจจุบัน ตะกรุดส่วนใหญ่ของท่านนั้น จะมีการถักเป็นลวดลายจระเข้ขบฟันเเล้วลงรักปิดทองเเต่ที่เป็นตะกรุดล้วนๆ ก็มี เเละทั้งทำด้วยทองเเดงก็มี ทองฝาบาตร เเละตะกั่วน้ำนมส่วนใหญ่เเล้วท่านจะทำด้วยตะกั่วมากกว่า เเต่ตะกรุดสามกษัตริย์นั้นมีอยู่ดอกเดียวคือที่ท่านทำถวายให้เสด็จในกรมฯ

ประสบการณ์ความศักสิทธิ์ของตะกรุด ที่หลวงปู่ศุขท่านสร้างขึ้นนั้นไม่เป็นสองรองใคร เคยมีคนทดลองนำตะกรุดของท่านมายิงด้วยปืนขนาด 9 มม. ปรากฏว่าถึงกับต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลมาเเล้วเพราะเหตุที่ว่ายิงไม่ออก เเล้วยังดื้อยิงพยายามจะยิงอีก เเล้วก็ไม่ได้ขอขมาก่อนด้วย ผลสุดท้ายยิงออกครับแต่เป็นในลักษณะระเบิดประกายดินปืนเเดงๆ ร้อนๆกระเด็นเข้าเต็มใบหน้าดีที่ไม่เข้าตาไม่งั้นคงต้องตาบอดเเน่ๆเเละลูกกระสุนที่ระเบิดออกไปจากลำกล้องก็ปลิวลอยไปโดนรถยนต์ของพรรคพวกที่มายืนคอยให้กำลังใจเป็นรูโบ๋เลย เคราะห์ดีที่ไม่มีใครอยู่ในรถคันนั้นไม่งั้นคงเกิดเรื่องใหญ่เเน่

นอกจากนี้ยังได้ช่วยซีวิตผู้คนจำนวนมากไว้ได้อย่างมหัศจรรย์หลายรายด้วยกันเเม้กระทั้งผู้เขียนเองก็เคยมีประสบการณ์จากตะกรุดของท่าน โดยมีอยู่วันหนึ่งหลายปีมาเเล้ว ผู้เขียนกำลังตัดหญ้าอยู่ที่หน้าบ้านพัก รองเท้าไม่ได้ใส่ด้วยความประมาท เเล้วเผลอวางมีดตัดหญ้าไว้ในลักษณะหงายเอาคมขึ้นด้วยเเล้วเดินไปดื่มน้ำ พอเดินกลับมาด้วยความเผลอตัวได้เตะเอามีดเข้าเต็มที่ รู้สึกปวดหนึบขึ้นส่วนคมมีดที่หงายอยู่ เเล้วด้ามมีดก็กระดอนขึ้นตีหน้าแข็งอีกเจ็บสองเด้งเลยครับ เเต่ไม่มีเลือดสักหยด เเล้ววันนั้นก็มีเเต่ตะกรุดของหลวงปู่ศุขเพียงดอกเดียวที่ห้อยอยู่บนเอว เดชะบุญที่ไม่เป็นอะไร ไม่งั้นมีหวังนิ้วเท้าขาด ไม่ก็หน้าแข้งยุบเเน่ เรียกได้ว่าแคล้วคลาดมาได้ก็เพราะตะกรุดหลวงปู่ศุขเเท้ๆ เลยครับ ปัจจุบันนี้ได้มอบตะกรุดไว้ให้ลูกชายพกติดตัวอยู่เพราะว่าซนเข้าขั้นลิงเรียกพี่จริงๆ เรียกว่ากันไว้ดีกว่าแก้ครับ

ผ้าประเจียด

หรือผ้าสีเเดงลงอักขระเลขยันต์ หลวงปู่ศุขท่านก็ทำออกมาเรื่อยๆ ครับเเต่จะทำเป็นจำนวนเท่าไหร่ไม่ทราบได้เพราะว่าท่านทำเเจกทั้งชาวเรือ ชาวบ้าน เเละพวกที่มาทำบุญ เเละกราบขอของดีจากท่าน ส่วนอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์หายห่วงได้เลยครับ แม้เเต่เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ท่านยังเคยได้ทดลองนำไปเเจกจ่ายให้กับทหารเรือบนเรือรบหลวงมาเเล้วจนเกิดเป็นตำนาน

นายยัง หาญทะเล อันลือลั่น เเละเล่าขานติดปากผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อนของผู้เขียนรายหนึ่งก็ได้ไว้บูชาเเต่ก็เก่ามากเเล้วจึงต้องเข้ากรอบรูปไว้บูชาที่บ้านเเละได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่าผ้าประเจียดของหลวงปู่ศุข นอกจากจะดีทางเเคล้วคลาด คงกระพันเเล้ว ยังป้องกันไฟได้อีกด้วยเพราะมีอยู่วันหนึ่งเมากลับบ้านเเล้วขี้เกียจเรียกเมียหาอาหารมาให้ จึงได้ติดเเก๊สเพื่อที่จะทอดไข่กิน เเต่พอติดแก๊สเเล้ว วางกะทะใส่น้ำมันเรียบร้อย กลับรู้สึกปวดฉี่จึงเดินเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่ายืนหลับไปเฉยเลย จนควันตลบไปทั้งบ้านเข้าไปถึงห้องนอน เมียก็ลุกขึ้นมาโวยวายลั่นบ้านเลยว่าไฟไหม้ เเล้ววิ่งมาดูที่ในครัวปรากฏว่ามีควันแต่ไม่ติดไฟ ทั้งๆ ที่แก๊สก็ยังเปิดค้างไว้อยู่ไม่มีใครไปปิดสวิตช์ที่หน้าเตาส่วนตัวเพื่อนของผู้เขียนดื่นขึ้นมาตอนหลังเพราะโดนเมียเอาน้ำเย็นราดครับ เรียกว่าหลับลึก เเล้วมานึกทบทวนดูทั้งบ้านก็ไม่มีอะไรที่น่าจะคุ้มครองได้เพราะว่าเป็นคนไม่ค่อยสะสมของขลังอะไร นอกจากผ้าประเจียดที่วางอยู่บนหลังตู้เย็น ซึ่งเป็นของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ผืนเดียว เเละนับจากวันนั้นมาเจ้าเพื่อนคนนี้ไม่กล้าเมาเเล้วกลับบ้านเลยครับเพราะเมียสั้งไว้ถ้าเมาให้นอนที่ร้านเหล้า (เป็นเมียเเอดมินละไม่ได้เชียว)

เสื้อยันต์

ส่วนมากหลวงปู่ศุขท่านจะทำเสื้อกักสีเเดงทั้งเเบบผูกเเละเเบบสวมใส่ได้เลย ลงยันต์ประทับด้านหน้าเเละหลังเป็นรูปยันต์สี่เหลี่ยมบ้าง ยันต์สามเหลี่ยมบ้างไม่มีการกำหนดตายตัว เสื้อยันต์บางตัวมีการลงเป็นรูปราชสีห์ก็มีเป็นรูปองค์พระก็มีประสบการณ์สูงมาก มีความเข้มขลัง เด่นในทางมหาอำนาจ เเคล้วคลาด คงกระพันเหมาะสำหรับติดรถ ติดเรือหรือใส่กรอบรูปบูชาไว้ตามบ้านเรือน หรือร้านค้า ปัจจุบันหาสะสมได้ยากมาก ใครมีไว้ก็หวงเเหนเพราะมีหลงเหลืออยู่ในวงการสะสมน้อยมาก

ธงยอดเสาเเละธงติดหัวเรือ

ในสมัยที่หลวงปู่ศุขท่านยังมีซีวิตอยู่นั้น ท่านมักจะทำธงไว้เเจกจำนวนมากเนื่องจากว่าเป็นที่นิยมของชาวเรือ เเละมีเอกลักษณ์เฉพาะ หากเรือใครมีธงสีเเดงติดอยู่ที่หัวเรือ ก็เป็นที่กันว่าเป็นศิษย์วัดปากคลองมะขามเฒ่า นอกจากนี้ยังมีธงยอดเสาที่จะใช้ชักคือเด่นทางมหาอำนาจ เมตตา ค้าขาย เเละป้องกันลมพายุ ตลอดจนไฟ เเละกันฟ้าผ่าด้วย

ประคำมือ

เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบันนี้ ก็คือประคำมือ ที่หลวงปู่ศุขท่านทำขึ้นมาน้อยมาก เป็นสร้อยประคำ ขนาดเล็กไว้สำหรับชักนับลูกประคำในเวลานั้งสมาธิ ทำด้วยกะลาตาเดียวเเละลูกหวาย ที่นำมาฝนจนมีขนาดเล็กเเล้วเจาะรูร้อยเป็นสร้อยประคำ นอกจากนี้ยังมีประคำที่ทำจากก้านมะลิที่มีขนาดเบามากเเละเส้นเล็กเหมาะสำหรับพกพาเเละสามารถนำออกมาใช้นับได้ง่าย พุทธคุณดีทางป้องกันคุณไสย เเละขับไล่อำนาจมืดมนต์ดำป้องกันภูต ผี พราย ดีมาก นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องรางที่หายากมาก

รูปถ่ายของหลวงปู่ศุข

เดิมทีนั้นท่านเเจกให้บรรดาลูกศิษย์เป็นที่ระลึกเเละมีการจารอักขระเลขยันต์ด้วยหมึก หรือดินสอ เเล้วเเต่ว่าในขณะนั้นท่านหาสิ่งใดได้สะดวก รูปถ่ายของหลวงปู่ศุขมีหลายอิริยาบถ เช่นห่มจีวรเฉียงแบบห่มดองมีพัดยศ ท่านนั้งสมาธิเอามือซ้อนกัน เเละเเบบที่ท่านเอามือข้างขวาวางไว้ที่หัวเข่าภาพถ่ายเป็นแบบขาวดำ ซีเปียปัจจุบันนี้หาของเเท้ยาก เเละมีการทำเลียนแบบออกมาในวงการมากด้วย

พระปิดตา

หลวงปู่ศุขท่านได้สร้างพระปิดตาไว้เยอะมาก ซึ่งแต่ละพิมพ์ล้วนเเล้วเเต่มีความศักสิทธิ์เข้มขลังด้วยพลังเเห่งพุทธานุภาพมากทีเดียว สร้างประสบณ์การณ์ไว้ในวงการนักสะสมมากมายทั้งทางเเคล้วคลาด คงกระพัน เเละเมตตามหานิยม ครบครัน ส่วนพิมพ์นั้นมีอยู่24พิมพ์

พระพิมพ์สามเหลี่ยนเเจกเเม่ครัว

เป็นพระที่หลวงปู่ศุขท่านสร้างขึ้นไว้สำหรับเเจกเเม่ครัวที่มาช่วยงานศพมารดาของท่าน เป็นพระลักษณะสามเหลี่ยมขนาดเล็กทำด้วยเนื้อผงพุทธคุณคลุกรัก มีสองวรรณะ ทั้งที่เป็นสีดำเเละน้ำตาลไหม้ มีทั้งพิมพ์ใหญ่เเละพิมพ์เล็ก ในปัจจุบันเป็นพระที่นิยมเเละต้องการของนักสะสมมากเพราะหายาก

พระพิมพ์สี่เหลี่ยมประภามณฑล

เป็นพระที่หลวงปู่ศุขท่านจัดสร้างไว้มากที่สุด เเละมีอยู่ด้วยกันหลายเนื้อหา เเละพิมพ์ทรง อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของนักสะสมอย่างมากด้วย โดยบางองค์ที่มีสภาพสวย เล่นหากันด้วยเงินหลักเเสนบาททีเดียว ซึ่งพิมพ์ประภามณฑลนี้เป็นพระที่ทำการหล่อเเละโบราณในยุคเเรกๆ นั้นหลวงปู่ศุขท่านสร้างด้วยตะกั่วน้ำนม เเละมีการจารอักขระพุฒม้วนหางที่ด้านหลังมีองค์พระทุกองค์ ต่อมาจึงได้สร้างขึ้นมาโดยใช้โลหะชนิดอื่นๆอีกหลากหลายชนิด เป็นพระที่มีขนาดเล็กสำหรับห้อยติดตัวพกพาไปในที่ต่างๆได้ง่าย เรื่องพุทธคุณความเข้มขลังนั้น ไม่ต้องพูดถึง เป็นที่สุดเเห่งนิรันอันตรายเเละเมตาเป็นที่สุด

เหรียญรูปเหมือน ปี พ.ศ.๒๔๖๖

หลวงปู่ศุขท่านได้สร้างเหรียญรูปเหมือนท่านเป็นพระรูปไข่หูเชื่อม ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหรียญรุ่นเเรกของท่าน เเละติดอันดับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันเป็นหนึ่งในเบญจภาคีเหรียญยอดนิยมในวงการที่หาได้ยากยิ่ง ลักษณะเหรียญรูปไข่ ตรงกลางมีรูปหลวงปู่ศุขนั้งขัดสมาธิเต็มองค์บนอาสนะกำกับด้วยอุณาโลมทั้งสองข้าง มีตัวหนังสือระบุชื่อ พระครูวิมลคุณากร วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลังมียันต์สาม ประกอบด้วยอักขระขอม นะ มะ อะ อุ เเละ นะ โม พุธ ธา ยะ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง เเละเหรียญที่ไม่มีอุณาโลมกำกับก็มี นักเล่นหามือใหม่ต้องจดจำสังเกตให้ดีด้วย

เหรียญหลวงพ่อธรรมจักร

พระชุดนี้หลวงปู่ศุขท่านสร้างไว้ที่วัดธรรมมามูล ในปี พ.ศ. 2461 เเละพ.ศ.2463 โดยทางวัดเป็นผู้จำลององค์พระหลวงพ่อธรรมจักรซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักสิทธิ์ที่เป็นพระโบราณคู่กับวัด ว่ากันว่าท่านเเสดงอภินิหารเสด็จมาเองเป็นพระที่ชาวจังหวัดชัยนาทให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก พระชุดนี้หลวงปู่ศุขเป็นผู้ปลุกเสกมีอยู่สองเเบบคือ เเบบเหรียญปั๊ม เเละเเบบเหรียญหล่อเเบบโบราณ ที่ทางวัดจัดสร้างขึ้นมีทั้งเเบบหลังยันต์ใบพัด เเละหลังยันต์อุณาโลม ส่วนที่เป็นเนื้อผงคลุกรักเเละเนื้อชินตะกั่วนั้น หลวงปู่ศุขท่านได้สร้างขึ้นมาเองเป็นการส่วนตัว เเละได้เเจกให้กับชาวบ้าน บรรดาลูกศิษย์เป็นพระที่มีความเข้มขลังเเละคุณวิเศษที่น่าสะสมมากด้วย

เหรียญข้าวหลามตัดกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พ.ศ.๒๔๖๖

เป็นเหรียญที่หลวงปู่ศุขท่านได้ทำการปลุกเสกให้กองกษาปณ์เป็นกรณีพิเศษ เพื่อใช้เป็นของเเจกในที่ระลึกในงานออกพระเมรุ พระศพกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง ในวันที่24 ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๖ มีทั้งเนื้อทองคำ ซึ่งสร้างน้อยมาก เนื้อเงิน เนื้อทองเเดง เเละเนื้อกะไหล่ทอง ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนของเสด็จในกรมฯที่ด้านหลังเป็นรูปเทวดาทรงราชรถซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ เป็นเหรียญที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยหลวงปู่ศุขท่านตั้งใจปลุกเสกให้อย่างเต็มที่เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับลูกศิษย์เอกของท่านปัจจุบันนี้หาชมยากมากทีเดียว เเละยังมีของปลอมที่ทำเลียนเเบบออกมาระบาดมากด้วย

**เคล็ดหัวใจพระคาถา** ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับ…อะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้กลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูเอานะครับว่าร่างของท่านเดียวนี้ไปอยู่ที่ใด”

เคล็ดวิชาอาคมนี้แล้วจะทราบได้ด้วยตัวเองครับถือเป็นเคล็ดชั้นสูงเลยทีเดียว

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)

ใส่ความเห็น