ตำนาน “หลวงปู่เณรคำ” องค์จริง

ความลี้ลับมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ยังคงปรากฏอยู่ทุกยุคทุกสมัย ท้าทายความเชื่อตามหลักวิทยาศาสตร์ของคนยุคปัจจุบัน หากแต่ปาฏิหาริย์ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินั้นมักปรากฏเป็นเหตุการณ์เฉพาะตัวบุคคลที่ทางพระเรียกว่า “ปัจจัตตัง” เท่านั้น

และหนึ่งในเรื่องราวหลากร้อยหลายพันเรื่องปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นภายใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนานั้น เรื่องของคุรุหรือครูผู้วิเศษในโลกเรานี้มี ๕ ท่านคือ ๑. หลวงปู่เทพโลกอุดร ๒. บรมครูพู่พู่อ่อง ๓. มหาอวตารบาบาจี(ฮินดู) ๔. สำเร็จลุน ๕. หลวงปู่สรวงเทวดาเดินดิน หากใครได้พบหนึ่งใน ๔ ท่านนี้และได้ร่ำเรียนวิชากับท่านบุคคลผู้นั้นจะเป็นผู้วิเศษ มีอภิญญาเป็นอมตะไม่มีวันตาย

เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังดังนั้นแล้วก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จนทราบว่าแท้จริงแล้วคุรุผู้วิเศษของโลกนั้นมีมากกว่า ๕ ท่าน อย่างในจีนนั้นจะมีเรื่องราวของเซียนทั้ง ๘ ที่ถือว่าเป็นยอดบรมครู เซียนทั้ง ๘ มักนิยมแปลงร่างเป็นกระยาจกเข็ญใจมีพฤติกรรมเที่ยวขอทาน หากพบใครใจบุญมีวาสนาถึงจะสั่งสอนให้ได้รับความเป็นเซียน ผู้สำเร็จเป็นเซียนก็มีฤทธิ์และมีอายุยืนนานผิดคนธรรมดาสามัญ นับเป็นเรื่องหนึ่งที่อยู่ในกระแสแห่งความสนใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงนักปฏิบัติกรรมฐาน

สำหรับเรื่องราวของหลวงปู่โลกอุดรเป็นเรื่องที่เล่าลือเป็นเวลานานกว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวประสบการณ์ของผู้ที่ได้พบเจอ อาทิเช่น ได้ใส่บาตร ได้พบในนิมิต ได้ฟังหลวงปู่เทศนาสั่งสอน อย่างใดอย่างหนึ่งมาโดยตลอด โดยระบุว่า หลวงปู่โลกอุดรเป็นพระภิกษุลี้ลับไปมาไร้ร่องรอย ปรากฏกายได้ทุกรูปแบบ ทรงซึ่งอภิญญาสูงสุดมีอายุยืนนานหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว ไม่อาจคำนวณนับได้แม้แต่ชื่อเรียกท่านเองก็เป็นเพียงชื่อสมมุติเท่านั้น ไม่มีใครรู้จักนามท่านจริง ๆ ว่าคือใคร

แต่นอกเหนือตำนานของ “บรมครู” ผู้ลึกลับที่เป็นเล่าขานแล้วยังมีเรื่องของ “เณรน้อย” หรือ พระหนุ่มที่ได้ร่ำเรียนกับ “บรมครูหลวงปู่เทพโลกอุดร” จนเกิดฤทธิ์อภิญญาอายุยืนยาวเช่นกัน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นคู่ “อาจารย์ – ศิษย์ ที่อายุยืนยาว”

“เณรคำ” คือ หน่อพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมี เป็นพระหนุ่มผู้ฝึกอภิญญาเก่งมาก มีตบะสูง ทว่ายึดติดในการฝึกมากเพลิดเพลินอยู่ฤทธิ์อภิญญา จึงส่งผลให้ยังไม่หลุดพ้นยังคงอยู่บนโลกและจรไปมายังร่างของ “พระหนุ่มๆ”หรือ “เณร” ที่ชอบฝึกวิชาอภิญญา โดยที่สังขารนี้อาจไม่รู้ตัวก็ได้ และที่สำคัญคือ “เป็นจิตวิญญาณเก่าแก่ที่ยังไม่มีใครโปรดได้” จึงอยู่มานานและจรผ่านใช้ร่างสังขารแล้วสังขารเล่าไป ๆ มา ๆ ทำให้พระหลายรูปมีประวัติคล้าย ๆ กัน เช่น ธุดงค์ตั้งแต่ยังเป็นเณร มีอาจารย์เก่งวิชาอาคมดูแล

เล่ากันว่า “เณรคำ” มี”อาจารย์คือหลวงปู่เทพโลกอุดร” ดังนั้น ท่านจึงมีสายธรรมต่อมาจากหลวงปู่เทพโลกอุดร เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ท่าน ซึ่งมีบุญบารมีไม่เท่ากัน ท่านเหล่านี้ ได้ตั้งปณิธานบำเพ็ญพุทธภูมิแล้ว ได้บุญวาสนาร่วมกับสายหลวงปู่เทพโลกอุดรส่วนที่ดูแลพระโพธิสัตว์ จึงบำเพ็ญบารมีในสายนี้ฯ

ดังนั้น เณรคำจึงมีอายุมากเหมือน “หลวงปู่”เมื่อเทียบกับมนุษย์โลกปกติ แต่สำหรับสายหลวงปู่เทพโลกอุดรนี้ ท่านเหมือนสามเณรเท่านั้นเอง เหมือนเทวดาที่มีอายุได้ ๕,๐๐๐ ปี ช่วง ๑,๐๐๐ ปีแรกก็ยังเทียบได้กับเด็ก แต่โลก มนุษย์นั้น ๑,๐๐๐ ปี คือ “หลวงปู่แล้ว”

แต่ในบางตำนานก็เล่าถึงเณรสองรูป เณรแก้ว เณรคำ สองรูปนี้เป็นศิษย์สมเด็จลุนประเทศลาว ซึ่งเป็นพระที่ทรงอภิญญามีปฏิปทาทางพระโพธิสัตว์ หวังพุทธภูมิเป็นเบื้องหน้าคือ ท่านไม่ได้หวังเอานิพพานในปัจจุบันชาติ แต่ท่านหวังจะสำเร็จเป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในภายภาคหน้า ประวัติความเป็นมาของท่านลี้ลับยิ่งนัก บางคนเชื่อว่าท่านมีอายุยืนยาวมานานนับพันปี การตายของท่านนับเป็นการตายหลอก ๆ เท่านั้น มีความเชื่อกันว่าท่านมีตัวยาอายุวัฒนะ ที่ทานเข้าไปแล้วจะมีอายุขัยยาวนาน ได้ถึง ๓ พันปี ซึ่งเมื่อสิ้นสมเด็จลุน (ตายหลอก ๆ ) เณรคำก็หายไปพร้อมกับคัมภีร์คาถาอาคม คนอีสานและคนลาวรอการกลับมาของเณรคำ

ดังนั้น ถ้าใครอยากดังก็ต้องอ้างตัวว่าเป็นเณรคำ คนที่อ้างตัวว่าเป็นเณรคำก็มีหลายคนแล้ว

บทความที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมารุ่นปู่ย่าตายาย เผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

ใส่ความเห็น