ตำนาน “เสือผาด ทับสายทอง” จอมโจรผู้มีคุณธรรม คนส่วนใหญ่เรียก “คุณพระ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ตำนาน “เสือผาด ทับสายทอง” จอมโจรผู้มีคุณธรรม คนส่วนใหญ่เรียก “คุณพระ”  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เสือผาด ทับสายทองหรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าคุณพระ เป็นคนหนองขาหยั่งนครปฐมถือเป็นเสือที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทยระหว่างปีพ.ศ.๒๔๙๐-๒๔๙๔ ชื่อเสียงของเสือผาดโด่งดังทั่วประเทศไทยจนถึงขนาดที่นายตำรวจมือปราบประจันหน้ากับเสือผาดยังไม่กล้าแสดงตัวจับเสือผาด เสือผาดเป็นคนจริงเคยติดคุกเมื่อออกจากคุก ก็ได้วิชาหมอตำแยและวิชาสมุนไพรแผนโบราณเกี่ยวกับการรักษาโรคผู้หญิงที่ผู้ชายซุกซนชอบเป็นกัน

เสือผาดเมื่อออกจากคุกก็ได้ใช้วิชาแพทย์ช่วยเหลือผู้คนแถวละแวกบ้านและใกล้เคียง จนชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นับถือของชาวบ้านกันมาก จริงๆแล้วเสือผาดเป็นคนรูปร่างเล็กหน้าตาไม่น่ากลัวเหมือนชื่อเสียง ถ้าบอกว่าเสือผาดเป็นครูโดยดูจากหน้าตาก็ไม่เกินเลยจากความเป็นจริง แต่ชีวิตผกผันทำให้เสือผาดต้องมีชีวิตผกผันมาเป็นเสือร้ายที่ผู้คนเกรงกลัว แม้แต่ชื่อของเสือผาดยังไม่กล้าเรียกหรือเพราะความเป็นคนจริง มีเมตตาช่วยเหลือผู้คนก็เหลือที่จะเดาได้แต่ผู้คนในยุคนั้นเรียกกันว่า คุณพระ

พระนาคปรก หลวงพ่อรุ่ง วัดดอนยายหอม

เสือผาดเกิดวันศุกร์ที่๒๑กรกฎาคมพ.ศ.๒๔๔๘เวลา๒๒.๓๐น.ตรงกับวันแรม๕ค่ำเดือน๘ปีมะเส็ง ตามรูปดวงชะตาเกิดของเสือผาดตกอยู่ในเพ ชฆ าตฤกษ์และราชาฤกษ์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อดวงชะตาชีวิตของเสือผาดทำให้มีชีวิตผกผันแบบหน้ามือเป็นหลังมือถ้าไม่ดีก็จะกลายเป็นร้าย ชะตาตกอยู่ในเพ ชฆ าตฤกษ์ทำให้เสือผาดเป็นคนเด็ดเดี่ยวทำอะไรทำจริงไม่เกรงกลัวใคร ชะตาตกอยู่ในราชาฤกษ์ทำให้เสือผาดเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นับถือรักใคร่ต่อผู้คน ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเสือร้ายแต่เสือผาดก็เป็นคนจริง

ก่อนที่จะออกปล้นบ้านใดจะมีหมายไปติดที่หน้าบ้านที่จะทำการปล้นถ้าเจ้าของบ้านยินยอมก็จะนำข้าวของมาวางไว้ที่หน้าบ้านเสือผาดก็จะไม่ทำอะไร แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่นำข้าวของมาวางไว้หน้าบ้าน เสือผาดก็จะเข้าทำการปล้นถ้าเจ้าบ้านไม่สู้ก็จะไม่ทำอะไรแต่ถ้าสู้ก็ต้องต าย เคยมีคนเก่าเล่าให้ฟังว่า เสือผาดได้ทำการปล้นคณะลิเกที่มาแสดงแถวดอนตูมจับลิเกทั้งคณะให้ไปเล่นที่ชุมโจร โดยลิเกทั้งคณะต้องแก้ผ้าเล่น หรืออีกครั้งหนึ่งเสือผาดได้ทำการปล้นบ้านหลังหนึ่งกวาดทรัพย์สินไปหมดแต่เจ้าของบ้านอ้อนวอนขอเงินคืนส่วนหนึ่งเพราะเจ้าของบ้านจะทำการบวชลูก เสือผาดก็ให้คืนมาพร้อมกับส่งคนมาดูว่ามีงานบวชจริงหรือเปล่า

ในชีวิตจริงเสือผาดเป็นคนที่นับถือและศรัทธาในพุทธคุณของพระเครื่องเล่ากันว่า ก่อนที่เสือผาดจะออกเดินทางออกจากบ้านหรือชุมโจรจะทำการสวดมนต์อยู่ในห้องคนเดียวเป็นเวลานานนับชั่วโมงโดยสวดมนต์และทำการปลุกเสกพระเครื่องที่ใช้ประจำติดตัวจึงมีหลายครั้งที่ตำรวจล้อมจับเสือผาดจนมุมแต่ก็หาตัวเสือผาดไม่เจอ ในชีวิตของเสือผาดเกจิที่เสือผาดนับถือมากที่สุดและไม่เคยขาดพระเครื่องของเกจิองค์นั้นไปจากตัวของเสือผาดเลยก็คือ หลวงพ่อรุ่ง วัดดอนยายหอม พระเครื่องของหลวงพ่อรุ่งพิมพ์นาคปรกเป็นพระเครื่องที่เสือผาดไม่เคยขาดไปจากคอจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต ไม่เพียงแต่เสือผาดเท่านั้นพระพิมพ์นาคปรกนี้หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม เองก็นำติดตัวตลอดเวลาในระหว่างออกเดินธุดงค์ในสมัยที่ยังเป็นพระหนุ่ม

ในสมัยที่มีการตกลงที่จะมอบตัวครั้งแรกต่อหน้าหลวงพ่อเงินเสือผาดได้นำพระนาคปรกหลวงพ่อรุ่งออกมาอวดต่อหน้านายตำรวจใหญ่เมืองนครปฐมและผู้ติดตามหลายคนแล้วเล่าว่า ชีวิตของตนรอดตายหลายต่อหลายครั้งก็จากพุทธคุณของพระพิมพ์นาคปรกหลวงพ่อรุ่งวัดดอนยายหอมถึงขนาดที่เคยถูกล้อมจับไม่มีน้ำกินเคยอาราธนาพระพิมพ์นาคปรกหลวงพ่อรุ่งทิ้งลงไปในน้ำที่จะตักมาดื่ม ผลปรากฏว่า บริเวณที่พระตกลงไปน้ำจะใสสะอาดทันที วัดดอนยายหอม ในอดีตชื่อว่าวัดโคกยายหอมตั้งอยู่ในที่ลุ่มทำให้เวลาในหน้าฝนน้ำจะท่วมวัด พระสงฆ์ได้รับความลำบากมากในการดำรงค์ชีวิต จวบจนกระทั่งหลวงพ่อทรัพย์ วัดงิ้วรายได้ชักชวนให้ชาวบ้านมาช่วยกันย้ายวัดมาตั้งใหม่ในที่ดอน และช่วยกันสร้างจนสำเร็จและเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า วัดดอนยายหอม

แต่หลวงพ่อทรัพย์ท่านไม่รับเป็นสมภารเจ้าอาวาสและท่านพร้อมกับชาวบ้านได้เดินทางไปยังวัดทอง(สุวรรณาราม) บางกอกน้อยนิมนต์ พระวินัยธร(ฮวบ พรหมศร)ให้มาเป็นสมภารเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดดอนยายหอม ใน ปีพ.ศ.๒๔๐๐ในขณะนั้นหลวงพ่อฮวบมีอายุได้เพียง ๒๕ปีและท่านยังเป็นญาติกับหลวงพ่อเงินโดยมีศักดิ์เป็นลุง หลวงพ่อฮวบท่านเป็นสหธรรมิกรุ่นพี่ร่วมสำนักเดียวกันกับหลวงพ่อทับ วัดทองโดยท่านมีอายุมากกว่าหลวงพ่อทับ ประมาณ๑๕ปี คนเก่าคนแก่แถววัดดอนยายหอมที่อยู่ในยุคหลวงพ่อฮวบเล่าต่อกันว่า ในสมัยที่หลวงพ่อฮวบเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมได้มีการสร้างพระปิดตาภคัวมบดีแบบเดียวกับหลวงพ่อทับเททองหล่อที่วัดดอนยายหอมด้วยเนื้อทองผสมมีทั้งแก่เงินและสัมฤทธิ์แบบเดียวกับหลวงพ่อทับ โดยที่การสร้างพระของหลวงพ่อฮวบสร้างก่อนหลวงพ่อทับวัดทอง แต่ปัจจุบันไม่มีใครเล่นหาเป็นของหลวงพ่อฮวบแต่เล่นเป็นของหลวงพ่อทับกันหมด

หลวงพ่อฮวบเกิดพ.ศ.๒๓๗๕เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมในปีพ.ศ.๒๔๐๐มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๖๕สิริรวมอายุได้๙ปี ครองวัดดอนยายหอมได้๖๕ปี หลวงพ่อรุ่งวัดดอนยายหอมเดิมชื่อรุ่ง วัดแก้วเกิดในระหว่าง ปีพ.ศ. ๒๔๙๖หลังจากที่หลวงพ่อฮวบได้มรณภาพในปีพ.ศ.๒๔๖๕ หลวงพ่อรุ่งได้อยู่ในตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมได้เพียง๑ปี หลวงพ่อรุ่งได้ลาสิกขาบทในปีพ.ศ.๒๔๖๖ขณะที่ท่านมีอายุได้๗๐ปีและหลวงพ่อเงินได้ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อจากหลวงพ่อรุ่งโดยที่หลังจากลาสิกขาบท หลวงพ่อรุ่งได้ใช้ชีวิตฆราวาสอยู่หลายปี และได้มีภรรยาหนึ่งคนและมีบุตรชาย๓คนหญิง๑คน

หลวงพ่อรุ่งเป็นศิษย์ก้นกุฎิของหลวงพ่อฮวบท่านมีความเจนจัดในด้านวิปัสสนากรรมฐานและพุทธาคมมากเรียกได้ว่า ท่านเป็นพระที่ร้อนวิชาองค์หนึ่งทีเดียว เฉกเช่นกับหลวงพ่อแช่มวัดตาก้องท่านได้สร้างพระเครื่องไว้หลายรูปแบบด้วยดินขุยปูแต่ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดได้แก่ พระพิมพ์นาคปรกนอกจากนั้นท่านก็ได้สร้างตะกรุดไม้รวกไว้แจกแก่ศิษย์เช่นเดียวกัน หลวงพ่อรุ่งถือได้ว่าเป็นอาจารย์ใหญ่ของหลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอมที่มีความใกล้ชิดกันมาก พุทธาคมที่หลวงพ่อเงินเรียนรู้ส่วนใหญ่จะได้มาจากหลวงพ่อรุ่ง ในช่วงที่หลวงพ่อรุ่งยังมีชีวิตอยู่ในเพศฆราวาสท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากไม่แพ้หลวงพ่อฮวบอาจารย์ของท่าน สาเหตุหนึ่งที่คาดกันว่าหลวงพ่อรุ่งต้องลาสิกขาบทอาจเป็นเพราะว่า ถ้าท่านยังอยู่ในเพศฆราวาสคนแถววัดดอนยายหอมจะไม่เชื่อถือหลวงพ่อเงินที่เป็นเจ้าอาวาสในขณะที่มีวัยเพียง๓๓ปีเท่านั้น

เสือผาด ทับสายทองให้ความเคารพและนับถือหลวงพ่อรุ่งวัดดอนยายหอมมาก นอกจากได้พระนาคปรกจากหลวงพ่อรุ่งไว้คุ้มครองแล้วยังได้วิชาจากหลวงพ่อรุ่งไว้ป้องกันตัวโดยเฉพาะวิชากำบังกายถึงขนาดที่ว่า เสือผาดเดินผ่านตำรวจมือปราบได้ โดยที่นายตำรวจผู้นั้นไม่เห็นและก็เป็นที่ยอมรับของตำรวจว่าหลายครั้งที่ล้อมจับเสือผาดแล้วหาตัวไม่พบ ในวันที่๑๒กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๔๙๔ เสือผาดได้ถูกตำรวจล้อมจับบริเวณสถานีรถไฟหนองปลาดุกต.ปากแรต อ.บ้านโป่งนายตำรวจและผู้ติดตามนับสิบคนได้เข้าล้อมจับเสือผาดที่จนมุมอยู่กลางทุ่งนาพร้อมกับเสือสังวาลย์สมุนคู่ใจ แต่ทั้งคู่ไม่ยอมแพ้ได้เกิดการต่อสู้กับตำรวจจนกระทั่งเสือสังวาลย์ถูกยิ งตา ย ยังคงเหลือแต่เสือผาดแต่ตำรวจก็ไม่กล้าเข้าล้อมจับ

จนกระทั่งมีเสียงปื นดังขึ้นหนึ่งนัดหลังจากนั้นตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่าเสือผาดได้ใช้ปื นยาวพระรามหกกรอกปา กตัวเองด้วยกระสุนนัดสุดท้ายที่เหลืออยู่เพราะไม่ยอมจนมุมและไม่ยอมต ายด้วยเงื้อมือตำรวจแต่ขอปลิดชีพตัวเอง ก่อนที่เสือผาดจะปลิดชีพตัวเองได้ถอดพระเครื่องที่แขวนติดตัวทั้งหมดฝังเอาไว้ในรูปูโดยหลังจากที่ตำรวจเข้าชันสูตรศ พเสือผาดได้นำพระของเสือผาดมาไว้ที่หน้าอกและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่ผลจากการชันสูตรพบว่าเสือสังวาลย์โดนปื นร่างพรุน แต่เสือผาดมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆทั่วทั้งตัวจากการที่โดนกระสุนปื นจากตำรวจและคณะแต่ไม่เข้าเลยแม้แต่นัดเดียว ผลจากการที่เสือผาดถูกยิ งทั่วร่างถึงแม้จะไม่มีนัดใดเข้าเลยแต่ฤทธิ์จากความแรงของกระสุนปื น ก็ทำให้เสือผาดเกิดอาการเจ็บช้ำไปทั่วทั้งตัว ไม่สามารถหนีการจับกุมได้เฉกเช่นเคยทำให้ต้องตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง

ในชีวิตของเสือผาดแม้จะเป็นที่กล่าวขวัญและยำเกรงของผู้คนรวมไปถึงตำรวจแต่เสือผาดก็นับถือศาสนาพุทธหลังจากสิ้นหลวงพ่อรุ่งเสือผาดถูกตามล่าตัวจนอยู่ไม่เป็นที่เป็นทางแต่เสือผาดเองก็ยังแอบไปหาเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนครปฐมหลายต่อหลายองค์ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอมและหลวงพ่อเต๋วัดสามง่ามเพื่อให้หลวงพ่อเต๋สักให้แต่เป็นยามพลบค่ำหลวงพ่อเต๋ไม่สะดวกจึงให้ลูกศิษย์ของท่านองค์นึงมาสักให้เสือผาด โดยที่หลวงพ่อเต๋จะทำการประสิทธเมให้หลังจากที่ทำการสักยันต์เสร็จแล้ว และในปัจจุบันนี้ลูกศิษย์หลวงพ่อเต๋องค์นั้นได้กลับมาจำพรรษาที่วัดสามง่ามพระองค์นั้นคือ หลวงตาขวัญ ในปัจจุบัน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ใส่ความเห็น