“ตี๋ใหญ่” กับเครื่องรางของขลังที่ไม่เปิดเผยที่ไหนมาก่อน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ  “ตี๋ใหญ่” กับเครื่องรางของขลังที่ไม่เปิดเผยที่ไหนมาก่อน นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เมื่อวันที่๒๖กุมภาพันธ์๒๕๒๔ ตี๋ใหญ่หรือกรประเสริฐช่างเขียนได้จบชีวิตลงใกล้กับวัดกาหลงจังหวัดสมุทรสงคราม ตี๋ใหญ่ถูกกระสุนปืนนาๆชนิดยิงเข้าใส่ในขณะที่อยู่ในรถปิกอัพ ชื่อเสียงของตี๋ใหญ่ระบือไปทั่วเมืองว่า มีวิชาอาคมของขลังและหนังเหนียวเคยแหกวงล้อมตำรวจนับครั้งไม่ถ้วนแต่ที่สำคัญคือการผ่าวงล้อมที่บ้านพักภารโรงจังหวัดนนทบุรี และตี๋ใหญ่นั้นได้ยิงตำรวจตายไป๑นายก่อนจะหลบหนีไปได้สำเร็จ

และตำรวจได้ตั้งสกัดตรวจตราอย่างเต็มที่แต่ก็คว้าน้ำเหลว คั้นข่าวที่ออกไปนั้นสู่ประชาชนและทำให้เกิดข่าวลือว่าตี๋ใหญ่นั้นมีวิชาอาคมหายตัว บางคนก็ว่าตี๋ใหญ่นั้นคงกระพันชาตรีใช้วิชากำบังไพร เนื่องจากตำรวจได้ค้นศาลเจ้าแม่ทับทิมซึ่งอยู่ในซอยวัดกำแพง ได้พบใบมะละกอ๔ใบถูกขย้ำและนำมาวางไว้ที่ศาล ซึ่งข่าวแจ้งไว้ก่อนที่ตี๋ใหญ่จะจบชีวิตลงเขาได้ลืมตะกรุดโทนและเขี้ยวเสือที่ได้รับมาจากหลวงพ่อสุดอยู่ในช่องมหาชัย แต่ก็ไปค้น ค้นหาเท่าไรก็ไม่เจอ

จึงต้องบากหน้ามาที่วัดกาหลงและวันนั้นตี๋ใหญ่เดินทางมาที่วัดกาหลงเพื่อกราบนมัสการหลวงพ่อสุดเพื่อให้ท่านปลุกเสกตะกรุดโทนดอกใหม่ให้โดยที่ตนเองนั้นไม่ระแคะระคายเลยว่า มีตำรวจเครื่องแบบนั้นอยู่นับร้อยคนจับตาดูอยู่เป็นระยะที่วัดกาหลงนั้น ตี๋ใหญ่ไม่พบหลวงพ่อสุดอาจจะเป็นว่าพระคุณเจ้านั้นสามารถรู้ด้วยญาณสิทธิ์จะมาหาและหยั่งรู้ชะตาของสิทธิ์ขาดสะบั้น เพราะการดำเนินชีวิตนั้นเบียดเบียนผู้อื่นจึงออกไปทำกิจนอกวัด เพื่อให้สิทธิ์เดินไปตามคำรองของกฎแห่งกรรม ความขมังเวทย์ของหลวงพ่อสุดแห่งวัดกาหลงซึ่งตี๋ใหญ่นั้นได้ให้ความนับถือ ว่ามีวิชาอาคมหลายอย่างเช่น วิชากำบังตัว ซึ่งกล่าวกันว่าวิชานี้ตี๋ใหญ่นั้นได้เรียนคาถาจนขึ้นใจ หลายครั้งที่ตำรวจล่อจับจนมุมแทบจะไม่มีที่หนีเขาก็จะกำเอาเศษดิน เศษใบไม้ใบหญ้าขึ้นอาราธนาแล้วโปรยหว่านรอบๆตัว

เอาปืนเหน็บเอวเดินฝ่าวงล้อมตำรวจโดยที่ไม่มีใครมองเห็น ตะกรุดโทนของหลวงพ่อสุดนั้นเป็นตะกรุดดอกใหญ่ทำมาจากตะกั่วลงมือจารด้วยมือท่านเอง เป็นการจารทีละตัวและท่องคากำกับและปลุกเสกอีกครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นเอาด้ายมาหุ้มมัดตะกล้ออีกทีหลังจากนั้นว่าคาถากำกับเป็นอันเสร็จพิธี สำหรับตะกรุดโทนที่ทางตี๋ใหญ่นั้นใช้หลวงปู่สุดใช้เวลาปลุกเสกนานถึง๓ไตรมาสและตะกรุดโทนนี้เองซึ่งทำให้ตี๋ใหญ่คลกระพันชาตรี นอกจากตะกรุดโทนแล้วยังยันต์ตะกร้ออีกด้วย หลวงพ่อสุด มรณภาพในปีพ.ศ.๒๕๒๖ ภายหลังจากตี๋ใหญ่ถูกสังารไปแล้ว๒ปีรวมสิริอายุได้๘๑ ปี

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply