ท่องคาถาผิดพระเสื่อม

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ท่องคาถาผิดพระเสื่อม นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

คล้องพระเครื่องเป็นประจำแต่ก็ยังท่องคาถาหรือบทสวดในการอาราธนาพระผิดๆถูกๆอยู่เสมอ หลายคนที่คล้องพระเครื่องเป็นประจำแต่ก็ยังท่องคาถาหรือบทสวดในการอาราธนาพระผิดๆถูกๆอยู่เสมอจึงเกิดข้อสงสัยกันว่า หากเราท่องคาถาผิดๆถูกๆพระเครื่องนั้นจะคุ้มครองเราได้หรือเปล่าจึงขอนำมาตอบให้ฟังได้ว่า พระจะขลังหรือไม่ขลัง ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์ มิได้อยู่ที่การใช้ภาษาว่าสวดผิดหรือถูกแต่อยู่ที่จิตของผู้ใช้เป็นสำคัญ

ดังมีตัวอย่างเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาว่า ในสมัยโบราณมีฤาษีตนหนึ่งอยู่ในป่าลึกได้ร่ำเรียนวิชาจากอาจารย์แต่ฤาษีรูปนั้นหูไม่ดี อาจารย์ท่านสอนให้ภาวนาคำว่า“พุทโธ”แต่ฤาษีรูปนั้นได้ยินว่า“พุทธือ” แต่ด้วยความเชื่อและศรัทธาในคำสอนของอาจารย์ จึงได้สวด“พุทธือ”มาโดยตลอดจนจิตเป็นสมาธิ จึงมีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้ อยู่มาวันหนึ่งฤาษีตนนั้นได้เหาะไปในอากาศและได้พบกับฤาษีกลุ่มหนึ่งที่นั่งสนทนากันอยู่ ฤาษีกลุ่มนั้นจึงถามว่าท่านภาวนาอย่างไรจึงสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ฤาษีตนนั้นจึงตอบว่า“พุทธือ”ฤาษีกลุ่มนั้นจึงบอกว่าท่านท่องผิดแล้วที่ถูกต้องคือ“พุทโธ”

ฤาษีตนนั้นเกิดความสงสัยและกังวลขึ้นในใจว่าตายละวาเราเผลอท่องคาถาผิดมาตั้งนานเมื่อคิดได้ดังนั้นจิตจึงขาดสมาธิ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าฤาษีตนนั้นจะภาวนาคาถาว่า“พุทธือ”หรือ“พุทโธ”ก็ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อีกเลย ด้วยเหตุนี้เองแม้บางท่านจะท่องคาถาผิดๆถูกๆหรือหลุดบางคำออกไป แต่ด้วยใจที่มีความศรัทธาและเชื่อมั่นใจที่มีความบริสุทธิ์สะอาด นึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์อยู่เสมอแล้ว ไม่ว่าจะสวดคาถาผิดหรือถูกก็ไม่มีผลในการอาราธนาบุญบารมี ความศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเครื่องและเครื่องรางของขลังต่างๆเหล่านั้นแต่อย่างใด

แต่อาจจะมีผลเสียในบางกรณีเช่น การสืบทอดวิชาจากครูบาอาจารย์หรือจากสำนักต่างๆที่อาจทำให้อักขระเลขยันต์และความหมายของคาถามีการผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับเดิม ซึ่งมีปรากฎให้เห็นอยู่ไม่น้อยในปัจจุบันคือครูบาอาจารย์ใช้คาถาอย่างหนึ่ง แต่ลูกศิษย์ใช้อีกอย่างหนึ่งเพราะในสมัยก่อนเป็นการสืบทอดด้วยการท่องแบบปากเปล่าไม่ได้มีการจดบันทึกซึ่งบางครั้งหูฟังผิดเพี้ยนไป ภาษาหรือสำเนียงจึงเพี้ยนไปหลายคนจึงสับสนว่าอันไหนผิดอันไหนถูก แต่สุดท้ายแล้วทุกคาถาถูกหมดเพราะล้วนไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นั่นเอง

ดังนั้นหากเป็นไปได้เราควรสวดคาถาให้ถูกต้องจะดีกว่า เพื่อรักษาตัวอักษรและความหมายต่างๆที่ครูบาอาจารย์สร้างไว้ให้สืบทอดอยู่คู่ลูกหลานต่อไป ถึงแม้หากท่องผิดพลาดก็ไม่ต้องกังวลใจว่าพระที่เราคล้องบูชาองค์เทพหรือเครื่องรางต่างๆนั้น จะไม่คุ้มครองเราเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่จิตของผู้ใช้ ว่ามีศีลธรรม มีจิตเชื่อมั่นศรัทธาใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือไม่ ถ้าจิตโน้มถึงพระจริงๆไม่ว่าพระคาถาจะเป็นภาษาใดก็ศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่างกันทั้งสิ้น

ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply