“ท่านขุนพันธ์ฯ” ทำพิธีเรียกวิญญาณร่วมไล่ล่าโจรเสือสาย

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “ท่านขุนพันธ์ฯ” ทำพิธีเรียกวิญญาณร่วมไล่ล่าโจรเสือสาย  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

ท่านขุนพันธ์ท่านได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ไว้อย่างชัดเจนว่าปาฎิหารย์มีจริง สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เรื่องล่องหนหายตัวเป็นเรื่องที่มีผู้ที่กระทำได้จริง ซึ่งคำพูดของท่านขุนพันธ์อาจทำให้ผู้บังคับบัญชา รวมทั้งตำรวจสมัยใหม่หลายๆคนเกิดความสับสนไม่แน่ใจ แต่ทุกครั้งที่มีคนถามเรื่องนี้ ท่านขุนพันธ์ก็จะยืนยันทุกครั้ง ว่าไสยศาสตร์มีจริงหมื่นเปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับการเรียกวิญญาณคนตา ยหรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่าวิชาหมอผี ก็เป็นเรื่องจริง ที่ท่านขุนพันธ์ได้ใช้วิชานี้ในการจับโจรมาหลายต่อหลายครั้ง

จนถึงขนาดว่ามีลูกน้องใต้บังคับบัญชาพากันเรียกและขนานนามท่านว่า ขุนพันธ์หมอผี ท่านขุนพันธ์จึงเป็นจึงเป็นนักไสยศาสตร์ครบเครื่องเพราะไม่เพียงแต่จะอยู่ยงคงกระพัน หนังเหนียว กระดูกดี แต่ท่านยังรอบรู้วิชาโหราศาสตร์ และไสยศาสตร์แบบอื่นๆอีกด้วย มองไปชีวิตของท่านขุนพันธ์ก็ดูจะไม่ต่างไปจากชีวิตของขุนแผน เพราะสามารถทำอะไรในทางไสยศาสตร์ได้สารพัด ซึ่งในตำนานขุนแผนก็เคยใช้วิชาโหงพรายผีพรายในการรบทัพจับศึกที่ได้ผลมาแล้วเช่นกัน และที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของการใช้วิญญาณมาช่วยจับโจรผู้ร้ายที่ขุนพันธ์ท่านเคยทำมาแล้วจริงๆ

ในปีพ.ศ.๒๔๘๕ซึ่งเป็นช่วงต้นๆของสงครามโลกครั้งที่๒ ท่านขุนพันธ์ท่านย้ายจากพัทลุงไปดำรงค์ตำแหน่งรองผู้บังคับกองตำรวภูธรที่จังหวัดสุราษร์ธานีและที่นี่เองเป็นที่ๆเกิดเหตุของเรื่องราวมีคดีสำคัญเกิดขึ้น เสือสาย โจรร้ายภาคกลางที่อพยพมาจากจังหวัดปทุมพร้อมกับพรรคพวกราวๆประมาณ๓๐ครอบครัวมาตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านบางใบไม้ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเสือสายเป็นผู้ที่มีวิชาไสยศาสตร์พอตัวหลายๆคนเล่าลือกันว่าเป็นไสยศาสตร์ของชาวมอญ

เสือสายเป็นผู้ที่มีจิตใจเหี้ยมโหดไม่เกรงกลัวต่อกฏหมายซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นกลุ่มโจรที่มาอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมากทำให้เสือสายสามารถแผ่อิทธิพลได้มากและไม่เกรงกลัวใครความเหิมเกริมของเสือสายถึงขั้นลงมือปลิดชีพตำรวจผู้เเป็นลูกน้องของท่านขุนพันธ์ที่มีชื่อว่า พลฯ สังวรณ์ถึงแก่ความตา ย ขณะนำหมายศาลไปส่งให้กับเมีย ของเสือสาย เรื่องนี้สร้างสร้างความโกรธแค้นให้กับขุนพันธ์เป็นอย่างมากถึงกับออกตามล่าเสือสายด้วยตนเองและสาบานว่าจะต้องนำตัวเสือสายมาลงโทษให้ได้ การปลิดชีวิ ตตำรวจตายนั้นเกิดจากเสือสายเข้าใจผิดคิดว่าตำรวจท่านนั้นเป็นท่านขุนพันธ์

หลังจากนั้นเมื่อทราบว่าตำรวจที่ถูกปลิดชีพตายนั้นไม่ใช่ท่านขุนพันธ์อย่างที่เข้าใจ เสือสายก็หนีไปหลบซ่อนตัวที่อื่นแต่ยังไม่วายปากดีท้าทายให้ท่านขุนพันธ์ตามไปจับโดยประกาศว่าหากเจอตัวขุนพันธ์เมื่อใดจะใช้ขวานประจำตัวทุบให้สิ้นลมหายใจคามือ คำท้าทายนี้ยิ่งสร้างความโกรธแค้น ให้กับขุนพันธ์เป็นทวีคูณ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงตัดสินใจใช้เคล็ดวิชาเรียกวิญญาณผีตายโหงมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นครั้งแรก โดยท่านขุนพันธ์ได้ประกอบพิธีเรียกวิญาณของพลฯสังวรณ์ผู้ที่ถูกเสือสายปลิดชีวิ ตให้มาร่วมตามล่าเสือสายด้วยกัน เพราะท่านรู้เคล็ดลับวิชาในการเรียกผีตายโหง ซึ่งเป็นวิญญาณที่ตา ยก่อนอายุขัย ย่อมมีความแค้นและเสียดายชีวิตของตนเอง ที่ไม่มีโอกาสไปผุดไปเกิดได้ทันที และต้องทนทุกทรมานอย่างมาก

ท่านขุนพันธ์เล่าว่า นอกจากจะต้องใช้เครื่องเซ่น พวกอาหารคาวหวาน ข้าวปากหม้อและปลาเป็นตัวมาเซ่นผีตายโหงแล้ว ยังต้องใช้วิชากำกับเรียกเชิญให้มาโดยต้องดูฤกษ์ยามด้วย ผลของการเรียกผีตายโหงในครั้งนั้นถึงกับทำให้ตำรวจหลายๆคนจับไข้หัวโกร๋นเพราะในขบวนตามล่าเสือสาย มีผู้พบเห็นวิญญาณของพลฯสังวรณ์ติดตามนำขบวนไปด้วย ไม่ว่าจะเดินทางทางบกหรือทางน้ำ เดินทางทางบกก็มีคนเห็นพลฯสังวรณ์เดินนำหน้าไปทางเรือก็มีคนเห็นพลฯสังวรณ์นั่งสงบอยู่ที่หัวเรือเป็นอยู่เช่นนี้ตลอดเวลาที่ตามล่าเสือสาย

จนในที่สุดวิญญาณของพลฯสังวรณ์ก็ดลจิตดลใจให้ท่านขุนพันธ์ได้ติดตามไปจนพบเสือสาย เกิดการต่อสู้และสามารถจับเสือสายได้ในสภาพบอบช้ำจากการต่อสู้จนเสือสายถึงกับเป็นไข้ แต่ด้วยความใจเด็ดเสือสายไม่เคยจะร้องโอดโอยหรือแสดงความเจ็บปวดใดๆเลยและได้สิ้นลมหายใจ ในเวลาต่อมาภายหลังจากท่านขุนพันธ์ส่งตัวเสือสายเข้าห้องขังแล้ว ไม่นานท่านขุนพันธ์ได้นำกระโหล กของเสือสายมาทำที่เขี่ยบุหรี่ซึ่งอาจจะเป็นความแค้นไม่หาย ที่เสือสายบังอาจมาปลิดชีพตำรวจ หรืออาจจะเป็นเคล็ดลับสะกดวิญญาณของเสือสาย โจรร้ายที่มีวิชาไสยศาสตร์ ของมอญก็อาจจะเป็นได้

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น