นางกวัก ส.ข.๑ “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” นั่งปรกปลุกเสกเองทั้งวันเดียวตลอด ๗ วัน ๗ คืน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ นางกวัก ส.ข.๑ “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” นั่งปรกปลุกเสกเองทั้งวันเดียวตลอด ๗ วัน ๗ คืน นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

นางกวักพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เนื้อว่านชานหมาก ส.ข.๑ พระเนื้อว่านพ่อท่านคล้ายวัดสวนขัน ส.ขง๑เป็นพระเนื้อว่านของพ่อท่านคล้ายที่สร้างขึ้นที่วัดสวนขันเป็นการสร้างพระเครื่องครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพ่อท่านคล้ายในบรรดาพระเครื่องที่ท่านสร้างไว้ทั้งหมดเพราะทำการปลุกและสมโภชที่วัดสวนขันเองตลอด๗วัน๗คืน ว่านที่ใช้ในการสร้างพระเครื่องหลวงพ่อเดชซึ่งเป็นรองเจ้าอาวาสต่อจากพ่อท่านคล้ายในสมัยนั้นได้ทำการสะสมรวบรวบรวมเป็นเวลานานนับ๑ๆปี และประกอบกับผงว่านต่างๆที่อาจารย์ขุนพันธ์ได้มอบถวายให้จึงเป็นมูลเหตุแห่งการสร้าพระผงรูปเหมือนและ ส.ข.พิมพ์ต่างๆของพ่อท่านคล้ายเพราะคำกล่าวของพ่อท่านคล้ายที่ว่า “เราอยากจะสร้างพระไว้เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่และเป็นปฐมฤกษ์ไว้ให้ลูกหลาน”

โดยจัดพิธีให้เป็นทางการสักครั้งหนึ่งโดยนิมนต์พระเกจิอาจารย์ที่สนิทสนมกันมากเป็นผู้ปลุกเสกด้วยอาทิ อาจารย์ทิม วัดช้างให้ อาจารย์นำ วัดดอนศาลา หลวงพ่อแดง วัดภูเขาหลัก ท่านอาจารย์หมุนวัดเขาแดงและเกจิเขาอ้ออีกมากมาย แม้กระทั่งพราหมณ์ช่วยในการประกอบพิธีพ่อท่านคล้ายก็เป็นคนเลือกเอง โดยพราหมณ์ที่จะเข้ามาในพิธีต้องถือศีลมาก่อนก่อนจะเข้าพิธีได้ โดยพ่อท่านคล้ายนั่งปรกปลุกเสกเองไม่ขาดเลยแม้กระทั้งวันเดียวตลอด ๗ วัน ๗ คืนจำนวนการสร้างนั้นไม่มากเพราะผงว่านวิเศษต่างๆมีน้อยหลายๆท่านอาจยังไม่ทราบข้อมูลประวัติการสร้างรุ่นนี้

อนึ่งข้อมูลประวัติในการสร้างนั้นมีบันทึกตลอดจนภาพถ่ายต่างๆก็ยังอยู่แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่พ่อท่านคล้ายเซ็นกำกับลายและห้ามเผยแพร่(จากคำบอกเล่าของพราหมณ์ที่อยู่ในพิธีตลอดซึ่งตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่และยังเป็นลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์นำและพ่อท่านคล้ายด้วย) ในการทำพิธีนี้ได้วัตถุมงคลไม่มากเพราะผงว่านพิเศษมีน้อยอาทิเช่น พระรูปเหมือนพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก นางกวัก และพระประจำวันพิมพ์ต่างๆ โดยพิมพ์พระพุทธ(นางพญา)จะให้ไว้สำหรับผู้ชายที่จำวัน เดือน ปีเกิดตัวเองไม่ได้และพิมพ์น้ำเต้าไว้สำหรับผู้หญิงทีจำวัน เดือน ปีเกิดตัวเองไม่ได้ ฉะนั้นวัตถุมงคลในพิธีนี้จึงเป็นที่น่าบูชาและพกติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวเพราะพ่อท่านตั้งใจทำมาก

พ่อท่านคล้ายได้ทำการปลุกเสกเดี่ยวตลอด ๗ คืนเต็ม ๆ ซึ่งพอเสร็จพิธีแล้วท่านก็ได้มอบสายสิญจน์ที่ใช้ในการปลุกเสกทั้งขดแก่พ่อท่านเดช (สำหรับพ่อท่านเดชนี้ ภายหลังเมื่อพ่อท่านคล้ายได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดพระธาตุน้อยแล้ว ก็ได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแทนพ่อท่านคล้าย)โดยท่านได้บอกให้พ่อท่านเดชเอาสายสิญจน์ที่ใช้ในการปลุกเสกพระเนื้อว่านรุ่น ส.ข.๑ นี้แจกแก่ชาวบ้านทั่วไป พ่อท่านเดชสงสัยจึงถามเหตุผล พ่อท่านคล้ายก็บอกว่า “ ต่อไปจะหาพระรุ่นไหนศักดิ์สิทธิ์เหมือนรุ่นนี้ ไม่มีอีกแล้ว “ พ่อท่านเดชก็ยิ่งสงสัยขึ้นไปอีก จึงถามเหตุผลอีกครั้งพ่อท่านคล้ายก็บอกว่า “ ตอนปลุกเสกอยู่นั้นเทวดากี่องค์ต่อกี่องค์ ลงมาช่วยกันหมด “ นี่แหละจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวบ้านภาคใต้เขาถึงได้ศรัทธาพระรุ่นนี้กันมาก ประสบการณ์ของนางกวักรุ่นนี้มีอยู่หลายด้านด้วยกัน แต่ที่เจอกันบ่อยมากที่สุดคือด้าน “ เมตตา แคล้วคลาด ค้าขายดี

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

ใส่ความเห็น