“คาถาพระเจ้าห้าพระองค์” บทคาถาสั้น ๆ อักขระขลังพุทธคุณแรง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

พระคาถา แปลว่า ถ้อยคำที่ร้อยกรอง ถ้อยคำที่ผูกไว้ ถ้อยคำที่ขับร้อง ท่อง สวด วันนี้ #พรานหญิงได้นำบทสวดพระคาถาเพียงสั้นๆ “คาถาพระเจ้าห้าพระองค์” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาได้รับความรู้กันมากยิ่งขึ้น ไปชมกันเลย

ที่สุดแห่งความเข้มขลังอันมากไปด้วยพุทธคุณหลากหลายประการเรียกว่า ครอบจักรวาล โบราณว่าฝอยท่วมหลังช้างก็ไม่หมด ทั้งแคล้วคลาด คงกระพัน เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และอื่นๆอีกมาก นั่นคือ “คาถาพระเจ้าห้าพระองค์” ซึ่งมี ๕ อักขระอันศักดิ์สิทธิ์ คือ “นะ โม พุท ธา ยะ” เป็นอักขระที่ใช้แทนพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ในกัปป์นี้ และยังแทนความหมายของแม่ธาตุใหญ่ที่ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งอีกด้วย

จึงถือได้ว่า เป็นคาถาหลักๆที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีความเชื่อว่า หากผู้ใดบริกรรมคาถาบูชาสรรเสริญพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ สวด “นะโมพุทธายะ” ด้วยจิตอันสงบ มั่นคง แน่วแน่ จะเกิดพุทธคุณครอบจักรวาลทั้งเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ แคล้วคลาด คงกระพัน มีกำลังกาย กำลังใจที่ดี ไม่เกรงกลัวต่อภยันตรายต่างๆ

สำหรับความหมายของ “นะ โม พุท ธา ยะ” มีดังนี้

นะ หมายถึง พระกุกกุสันโธ ใช้เขียนแทน ธาตุน้ำ หรือ อาโปธาตุ มีกำลังเท่ากับ ๑๒ ใช้ในการปลุกเสกให้เกิดพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม

โม หมายถึง พระโกนาคม ใช้เขียนแทน ธาตุดิน หรือ ปฐวีธาตุ มีกำลังเท่ากับ ๒๑ ใช้ในการปลุกเสกให้เกิดพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรี

พุท หมายถึง พระกัสสปะ ใช้เขียนแทน ธาตุไฟ หรือ เตโชธาตุ มีกำลังเท่ากับ ๖ ใช้ในการขับไล่สิ่งอัปมงคลหรือสะเดาะเคราะห์

ธา หมายถึง พระสมณะโคดม (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ใช้เขียนแทน ธาตุลม หรือ วาโยธาตุ มีกำลังเท่ากับ ๗ ใช้ด้านการล่องหน กำบังตน

ยะ หมายถึง พระศรีอารยเมตไตรย (พระพุทธเจ้าองค์ถัดไป หลัง พ.ศ.๕๐๐๐) ใช้เขียนแทน อากาศธาตุ มีกำลังเท่ากับ ๑๐ เมื่อรวมกำลังธาตุทั้ง ๕ ก็จะเป็นคุณพระพุทธเจ้า ๕๖

ฉะนั้นสวด “นะโมพุทธายะ” ทุกๆวัน จะเกิดผลในทุกๆด้าน ทั้งแคล้วคลาด ปลอดภัย เป็นเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ก็ดีนัก เรียกว่าในสมัยโบราณนิยมกันมากจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคาถาพระเจ้าห้าพระองค์นั้นได้มีการใช้อยู่อย่างหลากหลาย เช่น คาถาบูชาหลวงพ่อโสธรอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการสวดคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ เพียงสั้นๆว่า “นะ โม พุท ธา ยะ” ทุกๆวัน วันละหลายๆรอบ แน่นอนว่าเหตุอันใดที่เป็นอันตราย ทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น คุณไสยมนต์ดำต่างๆ จะไม่เข้ามากล้ำกราย แม้สิ่งไม่ดีที่แฝงอยู่ในกายก็จะออกไปได้อย่างน่าอัศจรรย์

ดังนั้น ถ้าอยากให้คาถาขลังมากๆเพียงอาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง สร้างบุญบารมี หมั่นทำความดีบุญและความดีที่เราทำก็จะคุ้มครองเราตลอดไปอีกด้วย วันนี้ได้นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ข้อคิดท้ายเรื่อง

รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิรา

One comment

ใส่ความเห็น