บทส่งท้ายถ้ากำลังใจไม่ดีอย่าริเป็นนักเลง (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

เกิดได้ดาวโจรรับใช้ท่านผู้อ่านติดต่อกันมาเป็นเวลานานด้วยการเรียบเรียงปฏิบัติต่อเรื่องราวที่ไพฑูรย์พันธุ์ เชื้องามได้เล่าให้ฟังเป็นเรื่องที่ผู้เขียนตรวจสอบกับเรื่องราวในจอมอาญากรหมายเลข ๑ ที่ไพฑูรย์เคยเขียนแล้วปรากฏว่าไม่ทำการติดต่อตัดสินใจนำเสนอต่อ บอกอบริหารยาสารแปลก จนได้รับการตีพิมพ์ติดต่อกันมาเป็นเวลานานพอสมควรได้รับการต้อนรับจากท่านผู้อ่านด้วยความอบอุ่นตลอดมามีคำกล่าวพี่เป็นความจริงอยู่เสมอว่าไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกลา

เช่นเดียวกับเกิดใต้ดาวโจรซึ่งเดินทางมาถึงบทสุดท้ายในฉบับนี้ ผู้เขียนต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่มีเมตตาต่อข้อเขียนของผู้เขียนตลอดมามีคำถามว่าทำไมไม่เรียบเรียงให้มีความสนุกสนานแบบระยะนวนิยายแต่กลับใช้การเขียนแบบเดียวกับข้อเขียนของไพฑูรย์พันธุ์ เชื้องามเรื่องนี้ผู้เขียนถือว่าประการแรกเรื่องราวเป็นเรื่องที่ถ่ายทอดจากปากของไพฑูรย์พันธุ์เชื้องามจึงสมควรที่จะคงรูปแบบการเขียนของผู้เป็นเจ้าของเรื่องเอาไว้อาทิสำนวนที่คุ้นตาว่า

แจกกระสุนให้กินคนละนัดสองนัดไม่เห็นมีใครทนได้สักลายล้มตายตามที่ต้องการทุกคนหากท่านเคยอ่านเรื่องราวที่ปรากฏในจองอาชญากรหมายเลข ๑ จำนวน ๖ เล่มจะพบสำนวนนี้บ่อยที่สุดอีกจำนวนหนึ่งคือแล้วได้ร่ายพระเวทย์วิเศษสังข์ถ่วงก่อนทิ้งตัวลงในน้ำรำลึกถึงหลวงพ่อเดิมพุทธสโรวัดหนองโพผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับผู้ยากไร้พันธนาการหลุดออกทั้งหมดเหลือแต่ตัวเปล่าๆว่ายน้ำเพื่อปลูกให้ห่างจากจุดที่กระโดดมาป้องกันการกราดยิงจากตำรวจ

สำนวนลีลาของไพฑูรย์คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวการนำเรื่องราวที่ไพฑูรย์เล่าให้ฟังมาเขียนผู้เขียนจึงใช้ลีลาการเขียนของผู้ไพฑูรย์ไม่เขียนแทนที่จะใช้ถ้อยคำสำนวนที่เป็นของตัวเองอันเป็นการไม่เคารพเจ้าของเรื่องที่ได้ถ่ายทอดมาเพื่อให้เพื่อบันทึกไว้สืบต่อจากจอมอาชญากรหมายเลข ๑ ผู้เขียนกล้าพูดได้เสมอว่าคนแรกที่ถามไพฑูรย์พันธุ์ เชื้องามถึงการที่สามารถรอดชีวิตจากการต่อสู้ชีวิตไพฑูรย์จึงเอามือตบโต๊ะบอกว่าไม่เคยมีใครถามข้อนี้เอาล่ะจะบอกให้

๑. ให้เชื่อถือในเครื่องรางของขลังที่เราเคารพนับถือว่าดีจริงคุ้มครองชีวิตได้จริงอย่าโลเลข้อความโลเลเป็นเหตุให้กำลังใจตกเกิดความหวาดเสียวในอาวุธของฝ่ายตรงข้ามท่านผู้การสร้างเครื่องรางของขลังใช้พลังจิตในการปลุกเสกเราเป็นผู้ใช้ต้องใช้จิตอันเชื่อมั่นต่อท่านเป็นเครื่องเชื่อมต่อเคยเห็นมากับตามีคนมีปืนออโตเมติกกระสุนเต็มแม็กวิ่งหนีคนที่ถือดาบเพราะกำลังใจเสียที่เห็นคนถือดาบเดินเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัวถ้ากำลังใจไม่ดีอย่าริเป็นนักเลงมีแต่ตายกับตาย

๒. ให้ปลุกใจเมื่อมองเห็นอาวุธของศัตรูมองดูปืนแล้วบอกกับตัวเองว่าปืนไม่มีลูกกระบอกมันตันยิงไม่ออกหรอกถ้าออกก็ไม่ถูกถูกก็ไม่เข้ากับที่เห็นเป็นดาบไม้ที่ลิเกใช้แสดงบนเวทีมันไม่คุ้มหรอกมันฟันเราไม่เข้าเพราะของขลังสุดคุ้มครองเรามีดสั้นแหลมปลายมันทื่อแทงเราไม่เข้า ไม้คมแฝกตะพดหัวเลี่ยมมันตีเราไม่ถูกเพราะเรามีความคลาดเมื่อปลูกจิตได้เช่นนี้แล้วรบเถิดชนะแน่

๓. อย่าเปิดประตูทองด่าแม่คู่ต่อสู้จนติดปากเพราะการด่าแม่คนอื่นด้วยเจตนาลบหลู่ท่านว่าของขลังไม่คุ้มอย่าเป็นชู้เมียคนอื่นหากเผลอโดยไม่รู้ตัวถือว่าไม่มีเจตนาแต่เมื่อรู้แล้วอย่าทำอีกท่านว่าตายโหงอย่าลบหลู่ครูบาอาจารย์ผู้อื่นให้ถือว่าทุกคนเป็นศิษย์มีครูสุดแต่ใครจะปฏิบัติได้ถึงเท่านั้น

๔. อย่าข่มเหงรังแก ผู้ที่ไม่มีทางต่อสู้แบบตีหัวหมาด่าแม่คนไม่เว้นแม้แต่คนแก่และผู้หญิงพวกนี้เป็นชายกระโปรงเครื่องรางของขลังจะไม่คุ้มเกรงรักษาเพราะเครื่องรางของขลังสร้างขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้มีไว้ติดตัวไม่ได้สร้างไว้ให้ข่มเหงรังแกผู้อ่อนด้อยกว่า

๕. การฆ่ามนุษย์เป็นบาปมหันต์เพราะก่อความเดือดร้อนให้แก่คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งคนฆ่าและผู้ถูกฆ่ามนุษย์หากยังมีชีวิตอยู่ย่อมประกอบกุศลได้เป็นสัตว์ประเสริฐการป้องกันตัวเป็นหนทางที่ดีที่สุดเพราะเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งมุ่งหมายเอาชีวิตเราหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วจึงป้องกันตัวเอง ๕ ข้อนี้แหละที่ไพฑูรย์ย้ำแล้วย้ำอีกเพื่อเป็นแนวทางในการใช้เครื่องรางของขลังให้ถูกต้องตามโบราณนิยมที่สืบต่อกันมา

ไพฑูรย์กล่าวถึงหลวงพ่อเดิมพุทธสโรวัดหนองโพว่าหลวงพ่อเดิมคือพระอาจารย์ที่ไพฑูรย์มอบกายถวายชีวิตให้หลวงพ่อเดิมจนกว่าชีวิตจะหาไม่แม้จะได้เคยไปนมัสการพระเกจิอาจารย์หลายรูปได้รับเครื่องรางของขลังมาก็จะเก็บไว้ด้วยความเคารพแต่ไม่ได้ใช้ติดตัวเพราะมีผ้ารอยเท้ามีดหมอควาญช้างมีดหมอปากกากระชายดำที่หลวงพ่อเดิมฝังไว้ให้พระเวทย์ที่หลวงพ่อเดิมประสิทธิ์ประสาทให้ใช้ที่ใช้คุ้มครองชีวิตตลอดมา

ไพฑูรย์มักเตือนเสมอว่าใครที่ต้องต่อสู้กับพวกเล่นของต่ำเช่นอีเป๋อกับปลัดขิกเฉพาะที่ใช้ที่อวัยวะเพศหญิงและใช้น้ำจากการร่วมเพศมาทาของพวกนี้หากนำเครื่องรางของขลังไปต่อสู้ด้วยจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สำหรับไพฑูรย์จะไม่ใช้เครื่องรางของขลังแต่เปลี่ยนมาเป็นการกินว่านทางคงกระพันเช่นว่านเฒ่าหนังแห้งว่านสามพันตึงเพราะอำนาจความคงกระพันในบ้านเป็นของดีตามธรรมชาติไม่มีของต่ำใดจะมาทำลายได้แต่ต้องเร่งให้จบโดยเร็วเพราะอำนาจว่านอยู่ได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

ส่วนคาถาอาคมไพฑูรย์ย้ำว่าการร่ายพระเวทย์หรือคาถาอาคมต้องถูกต้องตามอักขรต้นฉบับทุกตัวต้องออกเสียงให้ชัดเจนแม่นยำเพราะหากเพี้ยนท่านเรียกว่าขณะวิบัติคาถาอาคมจะไม่เกิดพลังหรือเกิดก็ไม่เต็มที่คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยใช้คาถาอาคมเพราะเห็นว่าเป็นของเรื่องเหลวไหลแต่ความจริงคาถาหลับไหลเพราะคนมันหลงลืมท่องผิดช่องถูกกับหน้ากับหลังพอถึงที่ทำงานเลยเป็นที่โจ๊กคนจะใช้คาถาอาคมได้ต้องเป็นคนมีสติมั่นคงปราศจากความกลัวปราศจากความลังเลคนที่หลงหลงลืมลืมๆถอดใจง่ายๆไพฑูรย์ว่าป่วยการใช้คาถาอาคมเสียเวลาท่องเปล่าทั้งหมดคือสิ่งที่ไพฑูรย์ได้ ถ่ายทอดผ่านผู้เขียนตั้งแต่สมัยยังเป็นบรรณาธิการนิตยสารพระเครื่องประยุกต์ที่สำนักพิมพ์วัชรินทร์การพิมพ์ที่ตอนนั้น

ไพฑูรย์พันธุ์เชื้องามนำข้อเขียน จากประสบการณ์มานำเสนอเมื่อได้อ่านเรื่องหลวงพ่อเดิมเทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควที่ผู้เขียนเขียนออกวางตลาดให้โทรถามผู้เขียนว่าท่านได้นมัสการหลวงพ่อเดิมหรือไม่ผู้เขียนตอบว่าไม่ทันแต่ที่เขียนได้เพราะเป็นไปเป็นเขยชาวหนองโพและเรียบเรียงจากปากคำของผู้ที่เคยมีชีวิตอยู่ร่วมสมัยกับหลวงพ่อเดิมไพฑูรย์บอกว่าเอาล่ะถือว่าเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันมีอะไรถามได้เลยนับแต่นั้นเป็นต้นมาเรื่องราวที่ปรากฏในเกิดใต้ดาวโจรจึงเกิดขึ้น

ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับผู้อ่านท่านผู้อ่านที่ได้กรุณาติดตามมาอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องกล่าวคำลา ลาทีมิใช่ลาก่อนพบกับเรื่องราวที่ผู้เขียนให้ชื่อว่าแม่ดอกเหมยที่รักเรื่องราวของที่ชักนำไพฑูรย์เข้าไปในชีวิตใช้ชีวิตแบบเป็นผู้พิทักษ์กฎของคณะตั้งยี่กวนอิมเหล็กที่มีแม่ดอกเหมยเป็นที่รักเป็นผู้นำพรรค ไปจนถึงการพรากจากกันด้วยเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกองกำลังของรัฐบาลสยามกับชาวเยาวราชที่เรียกกันว่าเลียะพะแต่จะเป็นที่ไหนเมื่อใดยังตอบไม่ได้เพราะต้องรวบรวมจากความทรงจำจากเรื่องราวที่ไพฑูรย์ถ่ายทอดออกมาจากปากของเขาและการค้นคว้าจากเอกสารที่พอจะนำมาเทียบเคียงกับเรื่องราวจากความทรงจำของไพฑูรย์พันธุ์เชื้องามจึงต้องใช้เวลาพอสมควร

ก่อนจะจบบทส่งท้ายขออาราธนาบารมีองค์พระรัตนตรัยและบารมีดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเดิมท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์วัดหนองโพอำเภอตาคลีจังหวัดนครสวรรค์ได้คุ้มครองท่านผู้อ่านให้ประสบความปลอดภัยนิรันอันตรายในกาลทุกเมื่อ เมื่อคราวคับขันจงระลึกถึงคาถาพระคาถาหญ้าปากคอกของหลวงพ่อเดิมที่ไพฑูรย์ใช้อยู่เป็นประจำในเวลาคับขัน คาถาพระคาถาพระเจ้าอมโลก นะห้าม โมปิด พุทมิดหัว ธาล้อมตัว ยะซ่อนหัวหายตัว ณ บัดนี้ นะจงงง โมจังงัง พุทกำบัง ธาละลาย ยะสูญหาย อนัตตาสูญเปล่า

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

 

ใส่ความเห็น