บาปหนาคิดฆ่าพระ เสกหนังควายเข้าท้อง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” เจอหมอผีลองของ ส่งคุณไสยเล่นงาน บาปหนาคิดฆ่าพระ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เป็นที่รู้จักกันอยู่ว่าหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธเกจิอาจารย์ผู้โด่งดังแห่งวัดบ้านไร่ ตำบลกุตพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ท่านเคยผจญกับสิงสาราสัตว์และภูตผีวิญญาณมามากมายหรือแม้แต่พวกพ่อมดหมอผีที่โด่งดังทางไสยศาสตร์มนต์ดำ หลวงพ่อคูณท่านก็เจอมาแล้วเช่นกันและท่านก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้งด้วยศิลปศาสตร์ทางคาถาอาคมที่ล้ำลึกและที่เราจะกล่าวถึงหลวงพ่อคูณในบรรทัดต่อไปนี้จะกล่าวถึงเฉพาะตอนที่ท่านได้ผจญกับหมอผีชาวบ้านป่าที่ลองดีกับท่านในครั้งหนึ่งขณะท่านออกธุดงค์ไปตามป่าตามเขาเพราะไปขัดผลประโยชน์เขานั่นเอง ตอนที่หลวงพ่อคูณบำเพ็ญภาวนา อยู่ที่ภูควายจนมีความคุ้นเคยกับชาวบ้านและผจญกับภูตผีวิญญาณอย่างเอกอุรวมทั้งเสือโคร่งตัวเท่าม้าคอยติดตามอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะเอาชีวิตหรือเป็นอารักขาหรือเปล่าไม่มีผู้ใดได้ล่วงรู้จิตใจเสือ

กับชาวบ้านหลวงพ่อคูณได้รับความศรัทธาเลื่อมใสยิ่งนัก นอกจากท่านจะนำคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกเผยแพร่แล้วหลวงพ่อคูณท่านยังช่วยเยียวยารักษาคนป่วยจากโรคร้ายต่างๆด้วยสมุนไพร ทำให้เกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า
แต่ภายใต้ความศรัทธาของชาวบ้านป่านั้น กลับไปขัดผลประโยชน์กับหมอผีอยู่กลุ่มหนึ่งที่เคยทำมาหากินกับชาวบ้านมาช้านานซึ่งทำการรักษาด้วยวิธีการทางไสยศาสตร์และสมุนไพรที่รู้มางูๆปลาๆ ทำให้อาการป่วยของชาวบ้านไม่หายต้องเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมากมาทุเลาเบาบางลงก็ตอนที่หลวงพ่อคูณเข้าช่วยรักษาเยียวยา นี่แหละคือเหตุแห่งการอาฆาตลองดีหมายเอาชีวิต

ขั้นแรกพวกมันทำด้วยวิธีเบาะๆก่อนคือตกกลางคืนพวกมันจะทำเป็นผีไปหลอกเอาไม้ไปขว้างปาหรือไม่ก็ทำเป็นเสียงเสือคำรามขู่เท่านั้น แต่ต่อมาเรื่องก็ลุกลามใหญ่โตขึ้นพวกหมอผีจึงตกลงกันเรียบร้อยเพื่อเดินทางขึ้นไปหาหลวงพ่อคูณที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่บนภูควาย โดยพวกมันขึ้นไปเป็นกลุ่มอย่างเงียบๆ ในขณะเดียวกันหลวงพ่อคูณกำลังบำเพ็ญภาวนาอยู่ก็มีความรู้สึกว่ามีคนไม่ต่ำกว่า ๒ คนกำลังเดินมายังกลดของท่าน ท่านนิ่งและเงี่ยหูฟังอย่างสงบเพราะยังไม่ค่อยจะมั่นใจว่าจะเสียงเดินทางมานั้นเป็นคนหรือเป็นสัตว์ แทนที่ท่านจะกลัวจนลนลานกลับตรงกันข้ามท่านกลับพินิจพิจารณาเพียงอย่างเดียว หัวใจของท่านหาได้วอกแวกไม่

จากนั้นท่านก็ร่ายพระเวทขับไล่ออกไปแทนที่เสียงนั้นจะหยุดหรือเกิดปฎิกิริยาโต้ตอบกลับเงียบนอกจากเสียงเดินใกล้มาเป็นลำดับ จากนั้นท่านก็ได้ยินเสียงดังงึมงำสลับด้วยเสียงของก้อนหินหล่นลงใกล้กับกลดของท่าน มันเป็นอย่างนี้อยู่เกือบชั่วโมงแรกๆ ท่านก็คิดไปว่าเป็นการกระทำของพวกภูตผีวิญญาณแต่พอมาวิเคราะห์อีกที หากเป็นการกระทำของพวกผีพวกวิญญาณมันก็มีการตอบโต้บ้างแล้ว แต่นี่มันยังไม่ยอมเลิกราท่านจึงมีความมั่นใจว่าเป็นการกระทำของคนที่ไม่หวังดีอย่างแน่นอน ท่านจึงได้ตะโกนสวนกลับก้อนหินที่หล่นลงกระทบพื้นด้วยเสียงงึมงำว่า พวกมึงมีอะไรกะกูก็ออกมาพูดกันดีๆ พวกมึงไม่ต้องมาทำลับๆล่อๆกะกูอย่าอยู่ กูรู้ว่าพวกมึงนั้นเป็นสัตว์ประเสริฐกูคิดว่าพวกมึงก็คงออกมาพูดกะกูรู้เรื่อง

บรรดาหมอผีเมื่อเจอเข้าไม้นี้ก็ชักไม่แน่ใจเสียแล้วเพราะพระรูปนี้ไม่ใช่พระธรรมดาอย่างที่คิด เมื่อพวกมันคิดได้ดังนั้นก็เผ่นลงจากดอยทันที แต่แทนที่พวกมันจะเกรงกลัวกลับกำเริมเสิบสานหนักข้อขึ้นไปอีก อย่างนี้มันต้องเสกหนังความเข้าท้องให้มันตายไปเลย ในเมื่อมันมาทำลายผลประโยชน์ของเรา พวกเราเอาอย่างนี้ก็แล้วกันพรุ่งนี้เราทำกับข้าวไปให้มันกินแล้วเอาหนังควายเสกไปให้มันรองนั่งกินถ้ามันกินเพลินเมื่อไหร่ หนังควายเสกของเราจะห่อตัวให้เล็กลงแล้วเข้าไปในท้องของมัน มันจะได้รับความทรมานที่สุดเมื่อหนังควายเสกไปบานในท้องมัน มันจะปวดอย่างที่สุดแล้วก็ตายและพวกกับข้าวเราก็เอาหนาม เอาพวกก้อนหินเสกเอาพวกก้อนหินเสกบังตามันให้เป็นข้าว เมื่อมันกินเข้าไปหนามก็จะแทงลำไส้ของมันแล้วก็ทรมานตายในที่สุด

พวกหมอผีทำแบบไม่รู้บุญรู้บาปมันไม่สนใจหรอกว่าการฆ่าพระฆ่าเจ้านั้นเป็นบาปมหันต์ มันรู้แต่เพียงผลประโยชน์ที่พึงได้เล็กๆน้อยๆและความศรัทธาจากชาวบ้านคืนมาสู่พวกมันเท่านั้น และในเช้าวันรุ่งขึ้นพวกมันได้เอากับข้าวไปถวายหลวงพ่อคูณบนภูควายด้วยใบหน้าที่ยิ้มระรื่น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นการกลบเกลื่อน หลวงพ่อครับ กระผมนำข้าวปลาอาหารมาถวาย ขอท่านรับและฉันตามสบาย มันพูดพร้อมกับถวายสำรับกับข้าว “เอาเถอะกูจะฉลองศรัทธาของพวกมึง”
แต่หลวงพ่อคูณนั้นท่านผ่านเรื่องราวแบบนี้มากมายท่านจึงรู้เท่าทันทุกอย่าง ก่อนที่ท่านจะรับสิ่งของจากผู้ไม่หวังดีนั้นท่านได้มองสีหน้าและท่าทางด้วยจิตว่าพวกมันมาดีหรือมาร้าย ถึงจะรู้ท่านก็ฉลองศรัทธาอย่างเต็มที่ไม่ปฏิเสธกับข้าวคาวหวานที่อยู่ในถาด

จากนั้นพวกมันได้เอาหนังควายออกมาปูแล้วนิมนต์ให้หลวงพ่อคูณขึ้นไปนั่งเพื่อฉันอาหารที่พวกมันยกมาถวาย ท่านก็ฉลองศรัทธาด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นท่านก็ได้นั่งพิจารณาดูกับข้าวที่อยู่บนถาดอย่างถี่ถ้วนพร้อมกับได้ร่ายพระเวทในใจแล้วเป่าสำทับลงไปเป็นการทำลายมนต์ดำของชาวบ้านแบบหนามยอกก็เอาหนามบง เพราะหลวงพ่อคูณท่านเรียนผูกและเรียนแก้มาแล้ว ท่านจึงไม่หวั่นไหวอะไรแม้แต่น้อยและแน่นอนเมื่อพวกมันเล่นบังตาด้วยอาคมท่านก็บังตาพวกมันบ้าง จากนั้นท่านก็ฉันอาหารอย่างเอร็ดอร่อย “เสร็จกูแน่” พวกมันคิดในใจ แต่หารู้ไม่ว่าขณะที่ท่านฉันอาหารไปนั้นท่านคอยระวังอยู่ตลอดเวลา ท่านไม่ประมาทแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว หนังควายเสกที่ท่านนั่งทับอยู่มันกำลังหดตัวเข้าทีละนิดๆ ท่านก็คอยเป่าอาคมลงไปมันก็คลายออกสู้กันอยู่อย่างนี้จนกระทั่งท่านได้ฉันอาหารเสร็จ พวกมันก็เอาแต่ยิ้มด้วยความคิดที่ว่า เสร็จแน่ๆ

กูฉลองศรัทธาของพวกมึงแล้วอาหารทีเหลือพวกนี้กูฝากไปให้ลูกเมียพวกมึงกินกัน อย่าลืมนะเอาไปกินฉลองศรัทธาของกูบ้างเอ้าเอาไป แล้วพวกมึงกลับไปได้แล้วลูกเมียมึงคอย กูจะทำวัตรสวดมนต์อันเป็นกิจสงฆ์ พวกหมอผีที่เอาอาหารมาถวายหลวงพ่อคูณหวังจะฆ่าให้ตายด้วยคุณไสยหนังควายและหนามเสก แต่ไม่อาจจะทำอะไรได้พวกมันจึงรีบลงจากภูควายกลับไปบ้านแล้วนำอาหารสำรับนั้นให้ลูกเมียกินกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่พอตกบ่ายเท่านั้นเองบรรดาลูกเมียต่างพากันปวดท้องร้องโอดโอยปานจะขาดใจตาย พวกมันพยายามทำน้ำมนต์ให้ดื่มแต่ก็ไม่หาย จึงจำเป็นต้องไปพึ่งหลวงพ่อคูณบนภูควายให้ช่วยรักษาเยียวยา พวกมึงพากันมาหากูอีกทำอะไร เฮ้อ แต่ก่อนทีพวกมึงจะทำทำไมไม่คิดกันบ้างหรือพวกมึงคิดว่าพวกมึงวิเศษกว่าใครๆนะสิ เป็นไงพอโดนเข้าบ้างกูคิดแล้วว่าพวกมึงจะต้องกลับมาหากูอีก

พวกหมอผีได้ก้มลงกราบพร้อมกับสารภาพผิดที่คิดฆ่าพระฆ่าเจ้า พวกผมทั้งหมดสารภาพผิดที่คิดฆ่าพระฆ่าเจ้า
พวกผมทั้งหมดสารภาพผิดครับหลวงพ่อ พวกผมเห็นผิดเป็นชอบไปจริงๆพวกผมขออภัยหลวงพ่อยกโทษให้พวกผมด้วยและช่วยลูกเมียของผมด้วยเถอะครับ พวกเขากำลังได้รับความทุกข์ทรมานเป็นที่สุด อีกอย่างพวกเขาไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆในการกระทำของพวกผมเลย ถ้าหากท่านไม่ช่วยลูกเมียของพวกหมอผีแล้วให้เกิดความเวทนาสงสาร เออ กูจะช่วยพวกมึงเอากุศลที่หลังพวกมึงสังวรเอาไว้บ้างคนที่เก่งกว่าพวกมึงยังมีอีกเยอะ แล้วนี่พวกมึงบาปหนารู้ไหมที่พวกมึงคิดจะฆ่าพระ ถ้าพวกมึงฆ่ากูสำเร็จพวกมึงจะได้รับกรรมอย่างมหันต์พวกมึงจะได้ลงอเวจ เรียกว่าไม่ได้ผุดได้เกิดเลยที่เดียว เอาล่ะพวกมึงไปตักน้ำมา กูจะทำน้ำมนต์ให้ลูกเมียมึงกินเร็วล่ะ ไม่งั้นลูกเมียของพวกมึงตายแน่

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

Leave a Reply