บารมีรูปหล่อคอตึงหลังพ่อเดิมแสดงอภินิหารย์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

คุณปิติ ชัยชัชวาลย์ จากโรงงานพิมพ์ผ้าไทยสมุทรปราการได้กรุณาส่งจดหมายเล่าประสบการณ์มาให้ฟังโดยทั่วกันเป็นอภินิหารที่นับว่าอัศจรรย์พอสมควรสำหรับต่อไปนี้ขอเชิญอ่านประสบการณ์ของคุณนิติได้แล้วครับ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้อ่านคอลัมน์ของคุณและพบว่าถ้าต้องการได้ของหลวงพ่อเดิมให้จุดธูปบอกหลวงพ่อแล้วจะได้ดังประสงค์หากมีวาสนาสำหรับผมแล้วจะให้ไปเช่าแพงๆนั้นหมดหวังเพราะเงินไม่มีครับเป็นหมื่นๆคงไม่มีปัญญาดังนั้นการจุดธูปขอแม้จะได้หรือไม่นั้นผมก็เห็นว่าไม่สำคัญดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

ผมจุดธูปแล้วยกมือขึ้นพนมหว่างอกยกขึ้นจบเหนือหน้าผากแล้วพึมพำว่า

” ขอเดชะหากดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเดิมได้ยินเรื่องราวของลูกที่อยากได้วัตถุมงคลของหลวงพ่อก็ขอให้ดลบันดาลให้ลูกได้มาในราคาอันพอสมควรแก่ฐานะให้ได้ของแท้อย่าได้เจอของปลอมเลยเจ้าประคุณช้าเร็วแค่ไหนก็จะรอ

ต้นปีพ. ศ. ๒๕๓๐ ผมได้มีโอกาสพบกับนักเลงพระเครื่องชาวชัยนาทคนหนึ่งคุยกันถูกคอผมก็ปรารภ ว่าผมอยากได้วัตถุมงคลแท้ๆของหลวงพ่อเดิมสักองค์หนึ่งรุ่นไหนก็ได้ขอให้แท้ก็แล้วกันเขาก็บอกว่าเอาจะช่วยเหลือเพราะข้างบ้านมีรูปหล่อคอตึงอยู่องค์หนึ่งเจ้าของบอกให้เช่าสึกไปหน่อยแต่ยังอยู่ในสภาพดีถ้าต้องการก็จดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ให้ผมผมได้เรื่องแล้วจะติดต่อมาไม่รู้ว่าเจ้าของให้เช่าไปเรียบร้อยหรือยัง

หลังจากนั้นมาอีกสัก ๒ อาทิตย์ผมก็ฝันเห็นรูปหล่อของหลวงพ่อเดิมมาลอยวนรอบตัวผมปิติมากในฝันผมแทบร้องไห้พอตื่นขึ้นมาก็ยังรู้สึกตื้นตัวใจอยู่ผมมั่นใจว่ารูปหล่อคอตึงองค์นั้นต้องเป็นของผมแน่นอนที่สุดและแล้วนักเลงพระผู้นั้น ติดต่อมาแล้วนัดไปพบกันที่ที่แห่งหนึ่งใกล้กับท่าพระจันทร์แต่ผมไม่ว่างจึงเลื่อนไปที่พันธ์ทิพย์พลาซ่าซึ่งจะมีงานประกวดและผมก็ว่างพอดีเพราะเป็นวันอาทิตย์

ผมเตรียมเงินไปจำนวนที่ตกลงกันเมื่อพบกันผมก็มอบเงินให้เขาแต่มีข้อแม้ว่าผมจะซื้อใบสมัครส่งพระเข้าประกวดมีพิมพ์คอตึงประกวดแม้ไม่ได้ก็ขอให้ส่งเพื่อเช็คดูว่าพระแท้หรือไม่กรรมการรับก็ถามว่าแท้หรือเก๊แท้เก๊อย่ารับเพื่อความสบายใจ

ผมจ่ายเงินแล้วก็เอาไปส่งประกวดประกรรมการส่อง แล้วเขียนใบรับผมก็ถามว่าแท้หรือไม่กรรมการคนรับบอกว่าแท้แต่คงไม่ติดรางวัลเพราะสึกมากผมก็สบายใจได้ว่าแท้แน่

เมื่อผมจะกลับนักเลงพระท่านนั้นบอกกับผมว่า

มีคนมาขอหลายคนให้ราคามากกว่า ๓,๐๐๐ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรเหมือนมีใครมากระซิบว่า” อย่าตระบัดสัตย์เงินแค่นี้ไม่รวย”ผมจึง ปฏิเสธว่าไม่ตีราคาและโทรศัพท์เรียกคุณมาเช่าเพราะผมเห็นว่าคุณกับรูปหล่อองค์นี้ถูกโฉลกกัน

ทุกวันนี้ผมก็แขวนรูปหล่อคอตึงนี้อยู่และบูชารูปถ่ายหลวงพ่อเดิมที่ผมตัดมาจากนิตยสารโอมที่ผมถือเป็นเครื่องอธิษฐานถึงบารมีทั้งก่อนและหลังได้รูปหล่อแล้วนี่เป็นครั้งแรกผมยังมีครั้งที่ ๒ ซึ่งครั้งนี้ก็มหัศจรรย์อีกนั่นแหละ

เมื่อเดือนเมษายนนี้ผมนอนตื่นสายมาไม่ทันรถรับส่งของบริษัทผมจึงต้องนั่งรถเมล์มาลงที่ปากน้ำแล้วนั่งสองแถวต่อมาโรงงาน พอมาถึงบริษัทก็รีบตอกบัตรลงเวลาทำงานทันพอดีเรื่องทำงานสายและกลับก่อนเวลามันหมายถึงโบนัสที่จะไม่งามในตอนปลายปีผมดีใจได้จนถึงพักกลางวันจะไปกินข้าว

เอามือควักกระเป๋าตายละผมทำกระเป๋าเงินเรี่ยหายที่ไหนก็ไม่รู้ที่รถเมล์หรือสองแถวก็ไม่รู้กันเลยจะทำอย่างไรกันดี

เงินในกระเอาไม่เสียดายแต่เอกสารทั้งหลายที่สำคัญๆผมยัดใส่กระเป๋าเกลี้ยงหากไม่ได้คืนผมลำบากแน่ๆเพราะเวลาจะไปทำใหม่นั้นไม่มีตอนบ่ายผมจึงมาที่ห้องพักที่โรงงานที่ผมมีรูปหลวงพ่อบูชาอยู่เป็นประจำแล้วจุดธูปบอกหลวงพ่อไปว่า

” ลูกเข้าตาจนกระเป๋าสตางค์หายต้องการได้บัตรและเอกสารต่างๆคืนขอให้หลวงพ่อช่วยให้ลูกได้คืนใน ๓ วันนี้ด้วยเถิด”

ในวันรุ่งขึ้นก็มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งท่านมีใจอารีมากท่านเก็บกระเป๋าผมได้ท่านเปิดออกพบ เอกสารและรู้ที่ทำงานก็เลยโทรมาบอกผมให้ไปรับคืนที่ๆทำงานของเธอลางานรีบไปทันทีสตางค์อยู่ครบจะให้รางวัลตอบแทนคุณสุภาพสตรีท่านนั้นก็ไม่ยอมเธอเล่าให้ผมฟังว่า” ตั้งแต่ได้กระเป๋ามาก็รู้สึกไม่สบายใจคล้ายกับมีอะไรมาดลใจว่า” เจ้าของกระเป๋ากำลังเดือดร้อนมากให้ติดต่อไปเร็วๆเขาจะได้มาเอาคืน”

 

นี่แหละครับคือประสบการณ์ของผมที่หลวงพ่อเดิมท่านได้แสดงให้ผมไปจากทั้งสองครั้งใครว่าไงผมไม่รู้แต่สำหรับหลวงพ่อเดิมคือยอดพระเกจิอาจารย์ที่ยังคงอยู่ใกล้ศิษย์ยานุศิษย์ที่นับถืออยู่เสมอมาไม่ได้จากไปไหนใครรำลึกถึงท่านท่านก็รำลึกถึงเขาเป็นอย่างนี้ชั่วนิรันดร์

ข้อคิดท้ายเรื่อง

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น