บารมีรูปหล่อหลวงพ่อเดิมถอนพิษไข้อาถรรพ์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

จดหมายของคุณครูวิเชียรเกิดประกอบซึ่งผมไม่ได้ตกแต่งเสริมต่อแต่เป็นสำนวนของคุณครูล้วนๆเลยครับขอกราบขอบพระคุณคุณครูไว้ ณ ที่นี้ด้วย

สปอ. พัฒนานิคม
๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๑
เรียนคุณสุรเวทย์ เสนภูษา

ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความศรัทธาและน้อมใจและกายอยู่ภายใต้รอยบาทของหลวงพ่อเดิมตัดสินใจอยู่นานว่าจะเล่าถึงพระบารมีของหลวงพ่อเดิมท่านให้คุณฟังดีหรือไม่เพราะอาชีพครูคงไม่มีอะไรตื่นเต้นแต่ก็กลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยจะเลือนมากไปเลยตัดสินใจเล่าให้คุณสุรเวทย์ฟัง

เมื่อปี ๒๕๒๕ ผมเข้าไปสอนเด็กๆอยู่ที่โรงเรียนบ้านนครสวรรค์ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอพัฒนานิคมแต่ก่อนผมเพียงแต่ได้ยินพระกิตติคุณของหลวงพ่อเดิมท่านเท่านั้นไม่เคยมีของใดๆของท่านเลย… แต่ที่โรงเรียนบ้านนครสวรรค์นี้เป็นโรงเรียนที่ผู้ปกครองและชาวบ้านเป็นชาวหนองโพ อพยพมาตั้งรกรากที่นี่และตั้งโรงเรียนขึ้นให้ชื่อว่าโรงเรียนบ้านนครสวรรค์ที่นี่เองเป็นที่ปลูกศรัทธาในพระบารมีหลวงพ่อมากขึ้นแทบทุกคนมีสิ่งยึดเหนี่ยวติดบ้านติดตัวกันแทบทุกบ้านทุกคนผมได้เห็นได้ยินเรื่องราวของท่านมากมายแต่ก็จนด้วยปัญญาและกำลังที่จะเสาะหาได้เพราะทุกคนหวงมากและค่าก็สูงด้วย

ทิดจ๊อด ผู้ปกครองนักเรียนที่นี่ ผมศรัทธาในหลวงพ่อเดิมก็รับปากจะหามาให้แม้แต่เป็นของรุ่นใหม่ของหลวงพ่อน้อยผมก็ต้องการเปิดเทอมที่ ๒ ผมกลับเข้ามาสอนตามปกติ ทิดจ๊อด เรียกผมเข้าไปพบและเล่าว่าช่วงปิดเทอมขณะนั่งอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่ทวนสายตาก็มองไปที่กอไผ่เล็กๆเห็นเงาสะท้อนแสงเข้าตาจึงลุกไปดูปรากฏว่าพบเศียรรูปหล่อหลวงพ่อโผล่พ้นมากับดินแกจึงเอาไปแช่น้ำมะขาม ๒ วันและเอาสก๊อตไบร์ทขัดเศษสนิมต่างๆออกมอบให้ผม

แกบอกรุ่นไหนไม่รู้ผมก็ว่าผมชอบไม่จำเป็นต้องรุ่นที่เท่าไร ขอให้เป็นรูปท่านก็พอใจ นับแต่นั้นมารูปหล่อองค์นี้ก็ติดตัวผมตลอดมาไม่เคยปรากฏเหตุการณ์อะไรที่จะยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านผมจึงอธิษฐานว่า
หาก ศักดิ์สิทธิ์และเป็นรูปหล่อของท่านแท้ๆแล้วขอให้เกิดนิมิตรหรือเหตุการณ์ที่พอเชื่อได้ว่าศักดิ์สิทธิ์จริงด้วยเถิด

หลายวันผ่านไปคืนหนึ่งผมฝันไปว่า” เกาะที่ก้นยังไง”…เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ยินเสียงไม่เห็นรูปผมก็ไม่รู้ว่าที่ก้นยังไงนั้นหมายความว่าอะไร..วันหนึ่งผมแกะรูปหล่อของท่านออกมาส่องดูทั่วไปแล้วผมก็เห็นที่ใต้ฐานรูปหล่อมีรอยเส้นจารอยู่เป็นรูปที่เขาเรียกว่า”พุทธซ้อน” อันเป็นยันต์ของหลวงพ่อท่านพรหมจบความลังเลและยกมือพนมรูปหล่อขึ้นเหนือหัวอย่างมั่นใจว่า ที่ก้นยังไง… คงยืนยันได้

และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๑ กับผมคือวันนั้นลูกชายผมไม่สบายมากตัวร้อนตั้งแต่ตอนเย็นกินยาแก้ไข้ก็ไม่หายเย็นแล้วก็ร้อนเป็นเช่นนี้แทบทั้งคืนผมต้องคอยเช็ดตัวให้แกแทบไม่ได้หลับนอน
เวลาตี ๒ กว่าๆเสียงลูกชายผมละเมอ”ไป..ไป..” ผมลุกขึ้นถามว่าไปไหนลูก

แต่แทนที่จะได้ยินเสียงลูกพูดกลับได้ยินเสียงของลูกพูดเป็นภาษาอะไรก็ไม่ทราบรับรองว่ามันไม่น่าจะเป็นภาษามนุษย์ ฟังแล้วมันร่วนไปหมดตาหลับแต่ปากพูดตาหลับ

ผมบอกภรรยาให้ดูลูกไว้ความรู้สึกบอกว่าชักจะไม่เข้าท่าแล้ว.. ผมนึกถึงหลวงพ่อเดิมที่ห้อยสายสร้อยอยู่หน้าหิ้งพระเดินเข้าไปยกมืออธิษฐานขอบารมีให้ช่วย เพราะเงินทองก็ไม่ค่อยจะมีรักษา

เปิดมุ้งเข้าไปพร้อมกับปากพูดว่าหลวงพ่อช่วยด้วย คุณสุรเวทย์ครับ ผมขอเอาเกียรติของความเป็นครูยืนยันด้วยสัจจะว่าพอสายสร้อย ที่มีรูปหล่อท่านคล้องคอลูกชายเท่านั้นลูกผมร้องลั่นบ้านพร้อมกับเอามือดันสายสร้อยออกผมก็ดันเข้าแกดันออกและยังคงร้องไห้ลั่นบ้านไปหมด.. ลูกผมร้องเหมือนถูกของร้อนแตะตัวผมกับภรรยาตกใจเพราะไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะลูกผมคนนี้พูดได้ว่าแกชอบพระองค์นี้มากผมกลับมาจากทำงานแกชอบล้วงเสื้อจับพระรูปหล่อพร้อมกับพูดว่า”ธุจ้า..ธุจ้า..” เป็นประจำ

ในช่วงที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดีเพราะลูกร้องแล้วเอามือดันสร้อยออกจากคออยู่นั้นความสงสารลูกจึงอุ้มลูกลุกขึ้นและกำลังจะนำสร้อยออกจากคอแก่ลูกชายผมกลับอ้วก..อ้วห ชนิดว่าแทบหมดไส้หมดพุงเปื้อนไปทั่วตัวผมจึงหยิบสายสร้อยคอเลี่ยมรูปเหมือนหลวงพ่อเดิมออก

จากนั้นลูกชายผมก็หลับไปเลย ผมอาราธนาบารมีให้ท่านคุ้มครองลูกในขณะนอนหลับเรื่องมือเอาองค์พระไปคล้องติดมุ้งเหนือหัวลูกผมอย่างกับตั้งใจ

สาธุ บารมีท่านสูงส่งคุ้มหัวครอบครัวของผมอยู่เสมอเพราะผมจุดธูปบูชาและตักบาตรหน้าบ้านอุทิศให้ท่านและหลวงพ่อน้อยอยู่เสมอถึงแม้มันจะไม่เคยให้เซียนพระที่ไหนดูว่ารุ่นไหนแต่จากการศึกษาตำราก็ครบถ้วนทุกจุดตลอดกาลได้มาท่านจะคงอยู่อย่างศรัทธากับวงศ์ตระกูลของผมตลอดไป

ขอให้คุณสุรเวทย์ ประสบแต่ความสุขความเจริญและอยู่คู่รอยบาทหลวงพ่อเดิมตลอดไป

ขอแสดงความนับถือ  วิเชียร เกิดประกอบ สปอ. พัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ๑๕๑๔๐

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply