บูชาพระเครื่องคืออะไร ศรัทธาหรืองมงาย

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ บูชาพระเครื่องคืออะไร ศรัทธาหรืองมงาย  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

พระเครื่องหรือพระพิมพ์นั้นจริงๆแล้วเกิดขึ้นมาประมาณ ๑๐๐๐ กว่าปีร่วม ๒๐๐๐ ปีแล้ว พระเครื่ององค์แรกๆนั้นจะเป็น“พระกริ่ง”หรือพระไภสัชยคุรุหรือพระพุทธเจ้าหมอนั้นเอง แต่ในประเทศไทยนั้นเริ่มนิยมพระเครื่องกันในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยมีการนำพระเครื่องมาแขวนคอหรือห้อยคอพกติดตัวกันแล้ว ในปัจจุบันคนไทยนิยมพระเครื่องกันมากและสร้างพระเครื่องกันมากเช่นกัน การจะมองว่าพระเครื่องไม่ใช่เรื่องงมงายไร้สาระนั้น การเช่าพระเครื่อง บูชาพระเครื่องเพราะอะไรนั้น จะได้กล่าวดังต่อไปนี้

พระเครื่องเราสร้างและมี(สะสม)พระเครื่อง เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ดังต่อไปนี้ ๑.สร้างพระเครื่องเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับผู้บริจาคทรัพย์หรือสมทบทุนฯในโอกาสต่างๆเช่น สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นสาธารณูปโภค ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้และทั้งนั้นเพื่อให้ผู้บริจาคได้สามารถจับต้องและระลึก ถึงผลบุญที่ทำในครั้งนั้นได้

๒.สร้างพระเครื่องเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจหรือยืดเหนี่ยวจิตใจในการทำงาน ในการประกอบอาชีพที่สุจริต เช่น ตำรวจ ทหาร อาชีพที่ต้องเสี่ยงภัยต่างๆ ไม่เว้นแม้การเสี่ยงขาดทุนจากการลงทุนในธุรกิจต่างๆ

๓. สร้างพระเครื่องไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา การสร้างพระเครื่องในลักษณะนี้มีมานานมากร่วม ๑๐๐๐ ปี ก่อนหน้านี้แล้ว
โดยการสร้างพระเครื่องจำนวนหนึ่ง(ส่วนใหญ่เป็นเลขมงคล) เช่น ๘๔๐๐๐ องค์ แล้วนำพระเครื่องหรือพระพิมพ์นั้นไปบรรจุไว้ ในเจดีย์หรือใต้ฐานพระพุทธรูปบูชาองค์ใหญ่หรือใต้หลังคาอุโบสถ แล้วปล่อยไวอย่างนั้น เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานๆหลายสิบปีหรือหลายร้อยปีแล้วเกิดเหตุให้เจดีย์แตก(กุแตก)หรือมีการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปบูชาองค์ใหญ หรือโบสถ์เก่าชำรุดสุดโทรมเสียหาย เมื่อมีผู้คนมาพบเจอพระเครื่องที่เก็บไว้นั้นอย่างน้อยๆก็ต้องนำไปศึกษาหาที่มาที่ไ และเห็นคุณค่าว่าเป็นของเก่าของโบราณทำให้ผู้นั้นต้องรู้พระศาสนาต่อไปอีก

จากผลของทั้ง ๓ ข้อนั้นทำให้ปัจจุบันมีการเสาะแสวงหาพระเครื่องเก่าและพระเครื่องที่มีเจตนาการสร้างที่ดี มาครอบครองกันทำไม ทั้งๆที่พระเครื่องบางองค์แพงมากราคาเช่าหาบูชาระดับ ๑๐ ล้านบาท สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า

๑.พระเกจิอาจารย์ผู้สร้างพระเครื่องนั้นๆท่านเก่งเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ท่านได้มรณภาพ(เสียชีวิต)ไปกว่า๑๐๐-๖๐๐ ปี แล้วและพระเครื่องคือส่วนหนึ่งเพื่อให้ระลึกถึงท่าน

๒.การสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นสาธารณูปโภค ต่างๆรวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆนั้นใช่ว่าจะทำหรือเกิดขึ้นกันได้บ่อยๆ โบสถ์ วิหาร และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆในแต่ละวัดแต่ละที่ใช่ว่าจะพังทรุดโทรมกันง่ายๆ อย่างน้อยๆก็กินเวลา ๘๐-๒๐๐ ปีกันเลยที่เดียว

๓.ถ้ารักชอบพระเกจิอาจารย์ท่านใดก็เก็บของที่ท่านสร้างไว้เป็นที่ระลึก เมื่อท่านมรณภาพไปแล้วของที่ระลึกนั้นๆก็เป็นตัวแทนท่าน(จะไม่ยอมให้ซื้อ-ขายหรือเช่าบูชากันในราคาถูกๆเป็นแน่) หากหายหรือไม่มีแล้วก็เหมือนลืมท่าน
สรุปก็คือ พระเครื่องมีไว้เพื่อความสบายใจ เพื่อระลึกถึงสิ่งดีๆของตนที่ได้กระทำไว้นั้นเอง การเช่าพระเครื่องหรือบูชาพระเครื่องจะเป็นเรื่องงมงายหรือไร้สาระนั้นก็ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละบุคคลนั่นเอง

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply