ปาฏิหาริย์น้ำมนต์หลวงพ่อเดิม

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

เรียนคุณสุรเวทย์ที่นับถือผมขยับปากกาหลายหนเหมือนที่คนอื่นเขาเคยเขียนมาถึงพี่นั่นแหละครับคือคิดแล้วคิดอีก จนในที่สุดก็เขียนมานี่แหละ ผิดถูกดีเลวอย่างไรก็ขอให้คุณพี่สุรเวทย์ ช่วยกล่อมเกลาสำนวนด้วยก็แล้วกันเพราะผมไม่ใช่นักเขียนอาชีพ

ผมไม่เคยรู้จักหลวงพ่อเดิมว่าท่านอยู่วัดไหนดีอย่างไรจนกระทั่งได้มาอ่านเรื่องราวของท่านอย่างละเอียดพร้อมกับการอ่านคอลัมน์ของพี่พร้อมกันไป ผมก็เกิดศรัทธาต่อหลวงพ่ออย่างประหลาด แม่เมื่อไปทำงานอยู่แม่เมาะผมก็ยังคงรำลึกถึงหลวงพ่ออยู่มิได้ขาดแต่ไม่ค่อยจะได้เช่าพระไว้นอกจากจดๆจ้องๆ ที่ลำปางเขาเล่นพระกันมากไปทางไหนก็มีแต่คนเอาพระมาอวดมาชมกันอย่างไม่เบื่อไม่หน่าย

ที่สุดวันหนึ่งก็มีผู้นำรูปหล่อหลวงพ่อเดิมมาให้ผมเช่า ๑ องค์เป็นรูปปั้มลอยองค์ในราคาเพียง ๔๐๐ บาทก็นับถือนั่นแหละครับ ดู เขาไม่เป็นชอบใจก็จ่ายเงินไปเอาหลวงพ่อมาติดตัวก็เท่านั้นเอง เก๊แท้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และแล้วกลางปี ๒๕๓๐ ผมก็ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปติดต่องานในหน้าที่ที่ชลบุรีก่อนออกเดินทางผมก็กราบที่หัวนอนผม อันเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อที่ผมเช่ามา รูปหล่อนั้นผมไม่ได้เอาติดตัวไปไหนมาไหนเพราะกลัวหายแต่ให้อยู่บ้านเฝ้าเพื่อคุ้มครองลูกและเมียของผมเอง รวมทั้งตัวผมเวลาอยู่บ้านผมกราบบอกหลวงพ่อว่า

” ลูกต้องไปหลายวันหน่อย เมียกับลูกอยู่ทางนี้ขอให้หลวงพ่อช่วยคุ้มครองรักษาให้ผมด้วย เพราะบ้านผมถ้าผมไม่อยู่แล้วไม่มีใครเป็นที่พึ่ง ญาติพี่น้องผมก็มีตัวคนเดียวจริงๆอย่า ได้มีอันเป็นไป”

แล้วผมก็กราบก่อนจะออกจากบ้าน ยังมองเห็นรูปหล่อหลวงพ่อวางอยู่บนหิ้งบนหัวนอนของผมติดตา เมื่อผมติดต่องานจนสำเร็จแล้วก็หอบเอกสารกลับมาแม่เมาะพอ เข้าบ้านภรรยาผมก็บอกว่า

” แหม คิดว่าพี่จะไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวเสียแล้ว” ผมหน้าเสียบอกว่า”เฮ่ย ทำไมพูดอย่างนั้นเล่ามันไม่ดี” เธอก็เล่าให้ฟังว่า

คืนวันที่ ๒ หลังจากผมไปแล้ว ลูกสาวผมอายุเพียง ๔ ขวบก็ไม่สบายมีไข้สูงและมีอาการเพ้อ เธอพาไปหาหมอที่สุขศาลา ให้ยามากินอาการตัวร้อนก็ไม่บรรเทา ลงต้องเช็ดตัวกันเกือบตลอดเวลา พอตกคืนที่ ๓ ก็เพ้อมากขึ้นเอาผ้าชุบน้ำเช็ดก็ไม่ลด เด็กทำท่าจะชักใจคอไม่ดี เช็ดตัวจนหลับพับไปกับลูกตื่นนอนมาตอนเช้า ก็ตกใจคิดว่าตัวเรานี่เลินเล่อจริง ลูกชักจนตายไปแล้วก็ไม่รู้รีบเอามือคลำตัวลูก

ใจค่อยชื้นหน่อยเพราะตัวเย็นเฉียบ ทำไมเป็นงั้นหว่า ก็ตอนที่จะผลอยหลับไปตัวลูกยังร้อนราวกับกระเบื้อง เอามือช้อนหัวลูกให้พลิกท่านอนมือก็ไปถูกกับวัตถุแข็งๆอย่างหนึ่งจึงหยิบมาดู รูปหล่อองค์ที่ผมตั้งไว้บนหิ้งพระนั่นแหละ ปาฏิหาริย์กระโดดมาอยู่ที่หมอนได้อย่างไรก็ไม่รู้ภรรยาผมก็งง ผม ยิ่งงงใหญ่เพราะผมไปยืนวัดระยะดูว่าหิ้งพระกับหัวเตียงที่ผมนอนห่างกันมาก

ถ้าเกิดความกระเทือนรูปหล่อหลวงพ่อตกลงมา ก็จะอยู่ใต้หิ้งหรือตัดออกมาเล็กน้อยไม่บินมาถึงหัวนอนลูกสาวผมได้แน่นอน หากมาได้ต้องลอยมาหรือถูกโยนลงมาแต่ภรรยาผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารูปหล่อนั้นเป็นหลวงพ่อวัดไหน และไม่เคยบอกกล่าวให้ช่วยอีกด้วยนับเป็นเรื่องแปลกมากที่รูปหล่อหลวงพ่อเดิม ทำปาฏิหาริย์ให้เห็นอย่างนั้นผมก็นำท่านขึ้นไปไว้บนหิ้งยกมือไหว้บอกกับหลวงพ่อว่า

” ขอกราบเท้าขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ได้หลวงพ่อช่วยคงไม่ดีแน่ๆ ลูกสาวผมอาจจะชักตายไปแล้ว” ลูกสาวของผมเมื่อหายจากไข้แล้วก็วิ่งเล่นซุกซนตามธรรมดาจนผมรู้สึกโล่งใจเป็นที่สุดแต่ผมก็ยิ้มได้ไม่นานนักเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้ลูกสาวผมก็เป็นอีกคราวนี้หนักกว่าเก่า ผมอยู่ด้วยเลยช่วยดูแลแกให้ภรรยาผมได้พักผ่อนบ้าง

ลูกสาวผมตัวร้อนจัดมากและมีอาเจียนสลับกันร่างกายอ่อนเพลียเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นน้ำ นม หรืออาหารอ่อนๆ พอตกถึงท้องก็ขย้อนแล้วอาเจียนออกมาหมดไม่เหลือเลยผมพาลูกสาวไปหาหมอในตอนกลางวัน หมอให้ยามากินแล้วฉีดยาบอกว่าพยายามเช็ดตัวให้ไข้ลดลงอย่าให้ไข้สูงอาการอาเจียนจะผสมเข้ามาอีกพยายามทำให้ไข้ลดแล้วป้อนอาหารอ่อนๆให้ หายเพลียลำไส้จะได้ไม่มีปัญหา

แต่พอดึกหน่อยอาการก็กำเริบอีกผมหมดหนทางมองไม่เห็นใครแล้วนอกจากรูปหล่อปั้มของหลวงพ่อ ผมเดินไปอาราธนาลงมาจากหิ้งพระจุดธูปบอกเล่าแล้วเอารูปหล่อแช่น้ำทำน้ำมนต์ พอธูปลามไปพอสมควรก็ยกรูปหล่อออก เอาน้ำมนต์ไปกรอกปากลูกสาวผมดื่มไปได้หน่อยก็ไม่ดื่มอีกผมก็ไม่อยากป้อนเพราะกลัวจะสำลัก

สักครู่หนึ่งไข้ก็ลดลงไปและอาการลูกสาวผมก็สงบลงไปรุ่งเช้าผมพาไปหาหมอ หมอบอกว่าไม่มีไข้ไม่มีอาการลำไส้ผิดปกติ หายแล้วพาไปป้อนอาหารและนมได้เลยยายยังคงกินอยู่แต่แปลกนะว่าลูกของคุณหายเร็วดีจริงๆเด็กบางคนเป็นอย่างนี้ละก็นอนพักฟื้นหลายวันทีเดียวเชียว

ผมพาลูกไปกินข้าวต้ม นมแล้วพาไปเดินเล่นแกเล่นซนตามแบบเด็กๆไม่มีร่องรอยของอาการเจ็บไข้ได้ป่วยแต่อย่างใด ผมขนลุกเกรียวถ้าไม่ใช่น้ำแช่รูปหล่อหลวงพ่อแล้วจะเป็นสิ่งใด ผมเคยได้อ่านพบว่าสมัยที่หลวงพ่อยังเด็กๆอยู่ลูกใครเลี้ยงยากก็เอาไปยกให้หลวงพ่อเป็นลูกหลวงพ่อ ทำขวัญให้ ๑ บาทแล้วคืนให้บอกว่าเลี้ยงลูกของฉันให้ดีๆนะลูก สาวผมก็พึ่งบารมีของหลวงพ่อเดิมนั่นแหละครับจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เด็ดขาด

ทุก วันนี้ผมจะไปไหนมาไหน ก็บอกหลวงพ่อทุกครั้งว่าขอให้บารมีคุ้มหัวผมและครอบครัวด้วย เพราะนอกจากหลวงพ่อแล้วที่ลำปางผมเหมือนตัวคนเดียวเพราะเป็นคนต่างถิ่นไปทำงานศัตรูหมู่พาลอย่าได้มีมาแผ้วพานผมเลย

รูปหล่อของผมเป็นแบบเดียวกับที่ห้างค้าเพชรทองปิติพรเคยลงปกนะโมครับเขา เรียกรุ่นอะไรครับดีอย่างไร ออกวัดไหน วัดหนองโพหรือเปล่า คนที่ขายให้ผมเขาขาดเงินเป็นของตกทอดมาจากปู่ของเขา ครูชัยนาทผมรับนะโมเป็นประจำครับคุณตอบ ผมก็ได้อ่านแน่นอน  ขอแสดงความนับถือ  อ้วน สิงห์บุรี

รูปหล่อของคุณเขาเรียกว่ารุ่นนิยมคอเล็ก เป็นของที่ออกในวัดหนองโพครับ หลวงพ่อเดิมท่านปลุกเสกให้แล้วลงเหล็กจารเอาไว้ด้วยเรียกว่าเป็นโค้ดลับกันปลอมเอาไว้ชั้นหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้พวกจารได้เฉียบขาดจึงต้องพิจารณาเหล็กจารกันให้ดีๆ เก๊หรือแท้คงไม่ต้องพูดเพราะปาฏิหาริย์ปรากฏกับคุณเองแล้วนี่ครับ ใครจะสวดอย่างไร อย่างไรก็อย่าไปทำหูเบา แต่ขอติงหน่อยว่าทำไมไม่เอาติดตัวล่ะ คุณทำงานทำการไม่ได้อยู่บ้านตลอดเวลาเอะอะอะไรขึ้นมาจะได้อุ่นใจ

ขอแสดงความนับถือ สุรเวทย์ เสนภูษา

ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆลองขับรถดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง๑๐กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั้น รถยนต์ ทองแดง เหล็ก เสื้อผ้ามาจากแด้ ไฟฟ้ามาจากดินขี้โคลนซากศพทั้งนั้นแหละผมดูมาแล้วแม้โทรศัพท์ที่เราเล่นนี้ก็ศพเช่นกันทุกคนต้องกินน้ำล้างของลับของเพื่อนบ้านกันทุกคนต้องกินเมนส์เพื่อนบ้านลองเปิดคลิปวิธีกรองน้ำเองแล้วจะรู้

ใคร รัก โลภ โกรธ หลงพระพุทธองค์ทรงสอนให้ลดละเลิกแต่ผมคิดว่ายังมีอีกทางคือให้รัก โลภ โกรธ หลงสิ่งเดียวพอแล้วเอาให้ถึงที่สุดๆไปเลยแล้วถอนมันออกคงจะถอนอุปปาทานได้เหมือนกันเหมือนเอาขี้ดับขี้ก็ว่าได้

**เรื่องนี้ของจริงเอาวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช(พระศรีอริยเมตไตย)

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยใต้บันใดหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนหรือกางเกงในอยู่แล้วหลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้เสื่อมลงได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อใดข้อหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ถ้าสายพวกเล่นว่านเองจะให้ดีต้องปลูกและดูแลเสกพระคาถากับกำเองเลี้ยงด้วยความรักเมตตาจึงจะขลังเพราะต้นไม้ทุกต้นเองก็มีชีวิตเช่นเดียวกับเรา

พระคาถาทั้งหลายต้องใช้พลังจิตเป็นพลังเพื่อให้เกิดอำนาจ การจะฝึกจิตให้นิ่งติดอยู่กับคำภาวนานั้นไม่ใช่ของง่าย ต้องหมั่นฝึกฝน เพราะธรรมดาจิตของคนเราเพียงเเค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถนึกคิดไปได้หลายต่อหลายเรื่องจนนับไม่ถ้วน

ต้องทำให้จิตนิ่งติดอยู่กับคำภาวนาไม่ให้จิตส่งออกไปที่อื่นพยายามระลึกรู้ตามร่างกายส่วนต่างๆเพื่อไม่ไห้ส่งจิตออกไปข้างนอก

เมื่อจิตเพ่งอยู่ในจุดๆเดียวไม่วอกแวกเที่ยววิ่งไปนึกคิดเรื่องใดเเล้ว ขั้นนี้สามารถเพ่งภาวนาพระคาถาให้เกิดฤทธิ์อานุภาพตามอำนาจแห่งพระคาถาได้

หากท่านจิตไม่นิ่ง คิดโน่นคิดนี้ไม่ฝึกจิตเเล้วต่อให้ท่องยังไงก็ไม่เกิดผลดังที่ใจประสงค์ เมื่อจิตเป็นหนึ่ง ภาวนาอะไรๆมันก็จะขลังไปหมด สิ่งสำคัญในการฝึกจิต คือศีลครับ หากไม่มีศีลเเล้วจะฝึกสมาธิจิตได้ยากมากเพราะจิตมัวนึกคิดถึงอบายกิเลสต่างๆ หากมีศีลเเล้วจิตก็บริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งใดการทำสมาธิจิตให้เป็นหนึ่งจึงทำได้ง่าย

หากไม่สามารถภาวนาจนจิตถึงสงบขั้นฌานได้เพียงแต่สามารถยึดถือสัจจะคำพูดหรือสัจจะในข้อศีลที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานได้อย่างแน่วแน่มั่นคงแม้ตัวจะตายก็ไม่ยอมเสียสัจจะที่พูดไว้แล้วเมื่อจวนตัวในยามคับขันการภาวนาท่องบ่นพระคาถาต่างๆก็สามารถทำให้พระคาถาบทนั้นๆบังเกิดฤทธิ์อาถรรพ์มีอานุภาพตามที่จิตระลึกรู้ได้เช่นกัน

*ศีล๕เข้าใจง่ายแต่กลับรักษาได้ยากยิ่งหากแม้ใครที่สามารถยึดมั่นในข้อศีลทั้ง๕ได้มากกว่าสามข้อขึ้นไปอย่างมั่นคงแล้วอานุภาพแห่งพระคาถาอาคมหรือแม้แต่เครื่องรางต่างๆที่ยึดถือนั้นก็สามารถบังเกิดความความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพอาถรรพ์ได้เช่นกัน (ยึดข้อเดียวได้ตลอดชีวิตก็ขลังนักแลผมทดลองมาแล้ว)

ใส่ความเห็น