ปิดตำนานมาเฟียหัวแถว “เก๊า ม้าเก็ง” ชื่อที่ทุกคนในยุคนั้นเกรงกลัวด้วยความอำมหิต

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ปิดตำนานมาเฟียหัวแถว “เก๊า ม้าเก็ง” ชื่อที่ทุกคนในยุคนั้นเกรงกลัวด้วยความอำมหิต นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เก๊า ม้าเก็ง ก้าวขึ้นมาอยู่หัวแถวของนักเลงร้ายด้วยความอำมหิตเหี้ยมเกรียมในกมลสันดานและการไม่ยอมก้มหัวให้ใคร จุดอีกอย่างของเก๊า ม้าเก็งคือ โทษะจริตที่เขาไม่เคยยับยั้งเมื่อใดที่พายุอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาเก๊าจะไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ดังนั้นบริวารที่จงรักภักดีถึงขั้นยอมตายถวายชีวิตให้จึงมีนับตัวได้ สำหรับคนที่เก๊าไว้วางใจและเชื่อในฝีมือมากที่สุดก็คือ เก๊าตี๋ น้องชายร่วมอุทรของเขาคนเดียวนั่นเองแต่เก๊าตี๋ยังติดอยู่ในคุกลาดยาวจึงไม่มีใครเดินเคียงข้าง ระวังหลังให้กับเขา

เก๊า ม้าเก็งมีรายได้จากการเก็บค่าคุ้มครองในแต่ละวันไม่ใช่น้อยแต่รายจ่ายของเขาก็ไม่ใช่น้อยเช่นกันเพราะต้องเกื้อกูลบรรดาบริวารซึ่งอยู่ในอาณัติของเขา อีกอย่างคือ เก๊า ม้าเก็ง ยังหลงอยู่ในการพนันอย่างหนักและเขาเล่นอย่างดีเดือดจนเป็นที่รู้ไปทั่วทุกบ่อน เหตุนี้เงินจำนวนมากที่ผ่านเข้ามาในมือเก๊าจึงไหลไปอยู่กับเจ้ามือจนหมดเกลี้ยง
คืนวันนั้นเก๊า ม้าเก็งขึ้นไปเยือนบ่อน๖ชั้นของล้อวงเวียนฯด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเพราะเพิ่งรู้ข่าวมาว่าใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้ง มาอยู่กับล้อวงเวียนฯและทำหน้าที่ดูแลบ่อนให้กับล้อ

ใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งสองหนุ่มเลือดมังกรคู่นี้เป็นเด็กของเก๊า ม้าเก็งมาก่อนและเก๊าถือว่าเขาปั้นให้ทั้งคู่ดังขึ้นมาจนมีศักดิ์ศรีไม่น้อยหน้าใครแทนที่ทั้งสองคนจะแสดงความจงรักภักดีไปอยู่กับเขากลับข้ามฟากมาอยู่กับล้อ อีกข้อหนึ่งที่เก๊า ม้าเก็งจงชังสองมังกรหนุ่มรุ่นหลังมานานก็คือ ระหว่างที่เขาหมดอิสระภาพอยู่ในบางขวาง โอกุ่ยซ้งกับใจฝ่าไม่เคยโผล่หน้าไปเยี่ยมแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดเก๊า ม้าเก็งถึงเพิ่งมาเอาเรื่องกับใจฝ่าและโอกุ่ยซ้งในวันนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเมื่อเก๊า ม้าเก็งเริ่มมีโทษะทุกคนในบ่อนจึงรีบเอาอกเอาใจมนุษย์อันตรายให้ผ่อนเพลาอารมณ์ร้ายลง

เก๊า ม้าเก็งเรียกเอา”ชิบ”เล่นการพนันเป็นเงิน๕หมื่นบาทจากบ่อนมาก่อน โดยใช้เครดิตค้ำประกันทางบ่อนต้องยอมให้ชิบไปด้วยความเกรงใจและเก๊าก็ละลายชิบราคา ๕ หมื่นบาท วายวอดไปในวงถั่วภายในเวลาไม่นานนัก เก๊าเรียกเอาชิบมาอีก๕หมื่นคราวนี้นักเลงคุมบ่อนไม่สามารถให้ชิบตามที่เก๊าต้องการเพราะเป็นระเบียบของบ่อนที่เขาฝ่าฝืนไม่ได้จริงๆ”มังกรม้าเก็งเอ๋า”เดือดพล่านด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเก๊าดึงปืนคู่มือสองกระบอกออกจากซอกเอวเอามาวางจำนำกับทางบ่อนในราคา๕หมื่นบาททันทีจึงสุดวิสัยที่นักเลงคุมบ่อนจะปฏิเสธได้จึงจำเป็นต้องจ่ายชิบให้และเก็บรักษาปืน๒กระบอกของเก๊าเอาไว้

เก๊าย้อนกลับไปยังวงถั่วอีกครั้งในขณะเดียวกันนักเลงคุมบ่อนรีบต่อโทรศัพย์ไปยังล้อวงเวียนฯรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังโดยละเอียดรวมทั้งที่เก๊าเอาปืน๒กระบอกจำนำไว้ด้วย ล้อ วงเวียนสั่งให้นักเลงคุมบ่อนโทรศัพท์มารายงานเหตุการณ์ให้เขาทราบทุกระยะ แต่อย่าบอกให้เก๊าม้าเก็งรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเด็ดขาดนักเลงใต้อาณัติย่อมรับคำสั่งนั้น “ล้อ วงเวียน”สมองพล่านด้วยแผนการที่ถูกกำหนดขึ้นมาอย่างกระทันหัน เพราะเป็นครั้งแรกที่เขารู้อย่างชัดเจนว่า เก๊า ม้าเก็งยอมให้ปืนอยู่ห่างตัวซึ่งโอกาสเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้ว เสือที่ปราศจากเขี้ยวเล็บย่อมไร้อานุภาพ ของความเป็นเสือที่จะเข่นใครได้อีก

ชิบราคา๕หมื่นบาทวายวอดไปในเวลาอันสั้นเพราะเก๊าโหมแทงหนักอย่างขาดสติ หมดชิบเกลี้ยงหน้าตักแล้วมังกร ม้าเก๊งเอ๋าลุกมาต่อโทรศัพท์ไปหาเจ๊ตาที่บ่อนยานนาวาขอยืมเงินมาสู้และไถ่ปืนคู่มือ เมื่อฝ่ายนั้นตอบตกลงและให้เดินทางไปเอาเงินได้ เก๊า ม้าเก็งจึงวางหูโทรศัพท์พอหันมาจะออกจากบ่อนก็ประจันหน้ากับโอกุ่ยซ้งและใจฝ่าซึ่งกลับเข้ามาหลังจากออกไปกินข้าวข้างนอก สองมังกรหนุ่มรีบยกมือคาราวะแต่เก๊าม้าเก็งไม่ยอมรับความเคารพนั้น และอารมณ์กำลังขุ่นมัวเพราะเสียถั่วจนเกลี้ยงกระเป๋ามาเจอหน้าเด็กที่ตนมีอคติอีกเลือดร้อนของเก๊าก็เดือดพล่าน “พวกมึงยังรู้จักกูอีกหรือ”เก๊าคำรามเสียงกร้าว

ใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งหน้าสลด พลันนั้นเก๊า ม้าเก็งก้าวเข้าไปหาฉวัดมือตบหน้าสองมังกรหนุ่มคนละฉาดอย่างไม่ไว้หน้า แล้วจ้องตาพร้อมเอาเรื่อง”มึงคิดข้ามกูเมื่อไหร่นัดวันมาเลย”ท้าทายและหยามหยันเป็นคำสุดท้าย แล้วมังกรม้าเก็งเอ๋าก็ออกจากบ่อนไปไม่แยแสว่า โอกุ่ยซ้งและใจฝ่าจะเจ็บและอายซักเพียงใด ขณะนั้นนักเลงคุมบ่อนต่อโทรศัพท์ฉับไวไปถึงล้อ วงเวียนฯและรายงานว่า เก๊า ม้าเก็งทำอะไรกับใจฝ่าและโอกุ่ยซ้งเข้าล็อคที่ล้อวงเวียนวางแผนทันที ล้อให้โอกุ่ยซ้งและใจฝ่ามาพูดโทรศัพท์ด้วย ใจฝ่าเป็นคนเจรจากับล้อนานหลายนาทีด้วยท่าทางเครียดสุดขีด เมื่อวางโทรศัพท์ลงใจฝ่าดึงโอกุ่ยซ้งออกจากบ่อนไปด้วยกัน

ไม่มีใครรู้ว่าใจฝ่ารับฟังคำพูดของล้อว่าอย่างไรและล้อกล่าวคำแบบไหนจึงทำให้ใจฝ่าแสดงทีท่าเหมือนตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งแบบไม่ลังเลเท่าที่ประเมิณจากเหตุการณ์ผ่านมา ล้อ วงเวียนฯผู้มีสมองแพรวพราวด้วยเล่ห์เหลี่ยม คงฉวยโอกาสขณะที่ใจฝ่าและโอกุ่ยซ้งถูกรุ่นพี่เก๊าตบหน้าให้อายคนและกำลังเจ็บแค้น เพราะถูกหยามหมิ่นต่อหน้าคนในบ่อนซึ่งตนคุมอยู่ ตรงนี้ที่เก๊า ม้าเก็งทำผิดวิสัยนักเลงเพราะใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งไม่ใช่เด็กเดินตามหล้งเก๊าอีกต่อไปแล้ว หากทะยานขึ้นจนมีระดับเป็นนักเลงคุมบ่อนเป็นที่ยอมรับในฝีมือและใจว่าไม่น้อยหน้าใครเลย แต่เก๊า ม้าเก็ง กลับกระทำเหมือนสองมังกรหนุ่มไม่มีราคา ในสายตากระนี้มีหรือที่ใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งจะไม่ร้อนพล่านด้วยโทษะจริต

ดังนั้นถ้าล้อพูดสะกิดใจให้ ใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งได้คิดว่า ถ้าเขายอมให้เก๊า ม้าเก็งเหยียบติดดินเช่นที่ทำไปแล้วเขาจะเหลือศักดิ์ศรีอะไรในวงการนักเลง ประกอบกับเก๊า ม้าเก็งปราศจากเขี้ยวเล็บที่จะปกป้องจังหวะนี้แหละที่จะเรียกเก็บหนี้แค้นเป็นเหมาะที่สุด เหตุนี้เด็กรุ่นหลังซึ่งเพิ่งขยับขึ้นชั้นมาดังได้ไม่เท่าไหร่ จึงตัดสินใจกระทำการอันห้าวหาญ เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดที่วัดดอนยานนาวา เก๊า ม้าเก็งนั่งแท็กซี่มาลงในเขตวัดเพื่อเดินทะลุหลังวัดไปยังบ่อนเจ๊ตา ซึ่งเขาโทรศัพท์มาขอยืมเงินล่วงหน้าไว้แล้ว

เก๊า ม้าเก็งจ่ายค่าแท็กซี่เรียบร้อยก็ออกเดินไปยังด้านหลังวัด ทันใดนั้นรถเก๋งคันหนึ่งได้แล่นเข้ามาจ่อท้ายรถแท็กซี่ พร้อมๆกับประตูหน้าสองข้างเปิดผางใจฝ่าและโอกุ่ยซ้งก้าวออกมาคนละด้านในมือกระชับปืนทั้งคู่ เก๊า ม้าเก็งคิดไม่ถึงว่าเด็กรุ่นหลังจะบังอาจตามเขามาในลักษณะศัตรู มังกรม้าเก็งเอ๋าตวัดมือตะปบปืนด้วยความเคยชินแล้วก็ใจหายวาบเพราะพบแต่ความว่างเปล่า เก๊าหันกลับแล้วสับตีนวิ่งออกหลังวัดทันที แต่ใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งไม่ยอมให้ เก๊า ม้าเก็ง หนีรอดไปได้เด็ดขาดทั้งสองเผ่นตามพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนหมายแผ่นหลังของเก๊าเป็นเป้า

เก๊าหลุดจากเขตวัดก็เจอทางเดินเป็นสะพานไม้แคบๆซึ่งทอดยาวไปยังบ่อนเจ๊ตาเขาทะยานหนีไปบนเส้นทางนั้น เพราะไม่มีทางอื่นอีก เผ่นไปได้ไม่กี่ก้าวร่างสันทัดก็หัวทิ่มถลาเข้ากระแทกรั้วสังกะสีบ้านข้างทางเพราะเจอลูกปืนทะลวงเข้าหลังเต็มเหนี่ยว แต่ธาตุทรหดทำให้เก๊าไม่ยอมหมอบง่ายๆเขาเซซังลุกขึ้นมาอีกและพยายามหนีสุดชีวิต ใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งไล่ตามมาพร้อมกับระเบิดกระสุนเข้าใส่มังกรร้ายจนตกจากสะพานไม้ลงไปในพงหญ้า กลางดงน้ำครำความกลัวตายและรักชีวิตของตนเองเป็นพลังสุดท้ายที่ทำให้ เก๊า ม้าเก็งตะเกียกตะกายคลานหมุดเข้าไปหลบอยู่ใต้สะพานไม้แคบๆ เลยกลายเป็นเป้านิ่งให้สองมังกรหนุ่มสับไกถล่มเข้าใส่เป็นจุดเดียว มันเป็นการยิงอย่างมหาวินาศเพราะใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งยิงจนกระสุนหลายชุดที่นำติดตัวไปหมดเกลี้ยง ต้องวิ่งกลับไปเอากระสุนสำรองในรถมาอีกเพื่อกระหน่ำมังกร”ม้าเก็งเอ๋า”ที่หมอบแน่นิ่งชนิดไม่ยอมให้เหลือลมหายใจติดตัวทุกกรณี

เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวราวกับเกิดศึกทำให้ชาวบ้านระแวกนั้นเริ่มโผล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์ ใจฝ่ากับโอกุ่ยซ้งจำเป็นต้องถอยหลังกลับ แล้วขับรถทะยานหายไปในความมืด ส่วนเก๊า ม้าเก็งกลายเป็นร่างไร้วิญญาณฟุบอยู่ในน้ำครำใต้สะพานไม้แห่งนั้น ทั่วร่างพรุนด้วยแผลกระสุนกว่า๔๐นัด “มังกรร้าย”แห่งตรอก”ม้าเก็งเอ๋า”หรือมนุษย์อันตรายผู้ยิ่งใหญ่จบชีวิตลงไปตามกฏของ”กงกรรม กงเกวียน”อย่างทันตาเห็น

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

Leave a Reply