“ผ้ายันต์พัดโบกหลวงพ่อหิน วัดหนองสนม “

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน  วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในห้างหุ้นส่วนจำกัดโลกมีทั้ง ดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ ..

“ผ้ายันต์พัดโบกหลวงพ่อหิน วัดหนองสนม “โบกขาว ยันต์ตรี โบกสี เอโหเอหา เลื่องลือฤาชา มหาเสน่ห์!!!”

หลวงพ่อหิน วัดหนองสนมท่านเป็นลูกศิษย์คนสำคัญที่ได้เรียนวิชามาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า สุดยอดพระคณาจารย์ยุคเก่าต้นสายวิชาแห่งภาคตะวันออก หลวงพ่อหินท่านยังเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบและหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

โดยหลวงปู่ทิมท่านได้ไปต่อวิชากับท่านและได้กล่าวยกย่องหลวงปู่หินอยู่เสมอ นอกจากนี้ท่านยังเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อนิด วัดทับมาและหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับผ้ายันต์พัดโบกเป็นหนึ่งในสุดยอดวัตถุมงคลที่หายากที่สุดของท่าน ทำจากผ้ายันต์แดงและผ้ายันต์ขาวลงจารอักขระเย็บติดกัน ขึ้นชื่อที่สุดทางเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ โชคลาภ ค้าขาย

สุดยอดหายาก ผ้ายันต์พัดโบก หรือ เรียกกันว่า ผ้ายันต์โบกสาว หลวงปู่หิน วัดหนองสนม ระยองด้านสีแดงใช้โบกเรียกสาว เรื่องเมตตามหาเสน่ห์ร่ำลือกันว่า เด็ดขาดนัก
ด้่านสีขาวเป็นคงกระพัน เหนียวสุดๆ ครับถ้าใช้ด้านยันต์แดง ให้เขียนชื่อผู้หญิงที่เรารักเราชอบต่อตรงคำว่าชื่อ (เป็นภาษาขอม)

ประสบการณ์เรื่องผ้ายันต์ของท่านเป็นที่ร่ำลือกันในระยองแม้กระทั่งหลวงพ่ออี๋ ผู้สร้างปลัดขิกอันโด่งดัง ก็ยังพายเรือมาหาท่านที่วัด เพื่อถามหลวงปู่หินว่า เหรียญที่ท่าน(หลวงพ่ออี๋)สร้างใช้ได้หรือยังปัจจุบันเป็นผ้ายันต์ที่หายาก คนระยองหวงแหนกันมากคับ ผ้ายันต์พัดโบกสาวสร้างขึ้นหลายครั้งมีแบบจารด้วยดินสอก็มี

จารด้วยปากปาหมึกซึมหรือคนรุ่นเก่าเรียกปากกาคอแร้งก็มี ของปลอมระบาดกลาดเกลื่อนต้องดูกันให้ดี นอกจากจำเรื่องลายมือ ความเก่าเป็นธรรมชาติของผ้าและหมึกแล้ว ยังมีจุดดูอีกหลายประการ เช่าหาควรดูดีๆ นะครับตัวจริงโบกเรียกสาวได้จริง เห็นผลกันมาหลายราย ร่ำลือกันมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันแทบจะเป็นเครี่องรางมหาเสน่ห์ระดับตำนานของระยองเลยทีเดียวครับ   

พระคาถาตำราอาจารย์เทพย์สาริกบุตร

พระคาถาต่าง ๆ ที่ควรจะใส่ลงไปถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องกับการให้วันนี้หรือมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการสอน วิชาที่ให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำเพื่อคนดีก็จะยิ่งดีนัก) ตั้งอยู่ที่จิตอธิษฐานยึดเอาข้อได้มาตลอดชีวิตก็จะยิ่งดี

⌘เข้าใจท้ายเรื่อง⌘รู้หรือไม่ว่าทุกคนจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้คนที่กินของสะสมเป็นจำนวนมาก

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวัน ๆ หนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็น เมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝน ตกมาก็กรองน้ำจา สัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมี แต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลม ฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะ แต่ก็ไม่เป็นไรเช่นกันคนหลายคนกำลังกินอยู่ในโลกแห่งความรัก คาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็น ๆ ที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครก ที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อน ๆ ของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดู ่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นาน ๆ แล้วกลายเป็นหิน ดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกล ิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพื ซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางคนบอกว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่ แต่มันก็มีกระบวนการย่อยจากน้ำเซาะผสมขี้เถ้ามาหลายปีแล้วไฟฟ้าที่ผู้เขียนเคยเห็นต้องขุดไปถึง ๑๐๐๐๐ ไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่มาเกริ่นและประกาศให้คนที่อ่านได้รับการอุปถัมภ์ในรูปแบบที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้นึกถึงข้าวที่มีน้ำลายผู้หญิงขี้อายเยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิอย่าลืมมองตัวเองด้วยกันว่าเป็นของใคร น่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งลองดูคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากดูเป็นความจริงได้บ้าง หลายวิธีที่ค่อนข้างจะดูจิตใจตัวเองตลอดเวลาที่เกิดความรักโลดโผนพ่ายแพ้มันซวย (ตัวหนังสือจะเห็นได้ง่ายที่สุดในใจ ควา โกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีที่เป็นไปได้ที่เราจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่ก็อยู่ในท้องของคนที่เป็นโรคจิตที่เป็นโรคติดต่อทางศาสนาเช่นกัน ปาทานลงเสียได้ (ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำ ๆ ขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจ กโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากส่วนที่เหลือจากการเผาศพของพวกเราทุกคนเป็นคนที่อยากจะอ่านโลก อยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กิน ฝนศพขี้ หากคนเรารักเราทุกคนก็ต้องตายทุกคนก็เสียใจที่ไม่ได้รับวัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกรานพวกเขาก็จะฆ่าคนทุกคนที่อยู่ด้วยกันหรือไม่ * * เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม **

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

# ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น