“พญาครุฑ” หลวงปู่เส็งวัดบางนารุ่นแรกสุดยอดมหาอำนาจ

หากพูดถึง “พญาครุฑ” เป็นสัตว์กึ่งเทพในปกรณัมอินเดียและปรากฏในวรรณคดีสำคัญหลายเรื่อง ตามคติไทยโบราณเชื่อว่าครุฑเป็นพญาแห่งนกทั้งมวล และเป็นพาหนะของพระนารายณ์ ปกติอาศัยอยู่ที่วิมานฉิมพลี มีรูปเป็นครึ่งคนครึ่งนกอินทรี ได้รับพรให้เป็นอมตะ วันนี้ #พรานหญิงได้นำเรื่องราว พญาครุฑ หลวงปู่เส็งวัดบางนา มาให้ทุกท่าได้ศึกษาได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น ไปชมกันเลย

“พญาครุฑ” หลวงปู่เส็ง วัดบางนา จ.ปทุมธานี จัดเป็น “ครุฑ” รุ่นแรกๆ ของพระเกจิอาจารย์เมืองไทย ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง “พญาครุฑ” เป็นเทพที่มีคุณลักษณะคุณความดีมากมายที่สุดองค์หนึ่ง และเป็นเทพที่ร่ำรวยที่สุดองค์หนึ่งบนสวรรค์ เพราะท่านพำนักที่วิมานฉิมพลี มหาวิมานที่มั่งคั่งไปด้วยทรัพย์สินแก้วแหวนเงินทอง ไม่รู้จบ

คุณสมบัติดีเยี่ยมหลายลักษณะในองค์ “พญาครุฑ” คือ มีความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแรกของคนดี เริ่มต้นจากความต้องการปลดปล่อยแม่ของตนให้หลุดพ้นบ่วงจากความเป็นทาสต่อแม่ของ “พญานาค” โดยการนำน้ำอมฤตมาแลกกับความเป็นไท จึงรับอาสาเดินทางไปนำน้ำอมฤตจากสรวงสวรรค์มาให้พวกพญานาค การกระทำเช่นนั้นจะต้องพบกับความลำบากยากเย็นแสนเข็ญมากมาย เพราะน้ำอมฤตนั้นถูกเฝ้าโดยเหล่าเทวดา เหล่าผู้มีฤทธิ์อำนาจ รวมถึงงูยักษ์ที่เลื้อยวนเป็นยามอยู่รอบที่วางน้ำอมฤต ซึ่งงูยักษ์ตัวนี้ ถ้าลืมตามองสิ่งใด สิ่งนั้นจะมอดไหม้เป็นจุลไปในทันที

นอกจากนี้ยังมีพระอาทิตย์ พระจันทร์ คอยมองดูอยู่เบื้องบน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีใครพบเห็น ในการที่จะนำน้ำอมฤตออกมาได้ ความกล้าหาญ “พญาครุฑ” ไม่กลัวเกรงอันตรายแม้แต่น้อย จึงขึ้นไปนำน้ำอมฤตออกมาได้ สุดท้ายพระอาทิตย์กับพระจันทร์ไปฟ้องพระอินทร์เจ้าแห่งสวรรค์ จึงยกกองทัพสวรรค์มหึมาเพื่อมาหยุดยั้ง “พญาครุฑ” ไม่ให้นำน้ำอมฤตไป จึงเกิดการรบสู้กันขึ้น

“พญาครุฑ” ประกาศศึกสวรรค์จนมีชัยชนะเหนือเทวดา และเหล่าทหารหาญของสวรรค์ทุกองค์ ไม่มีใครสามารถต่อกรกับ “พญาครุฑ” ได้เลยแม้แต่พระอินทร์ ใช้อาวุธวัชระสายฟ้าฟาดใส่ “พญาครุฑ” หลายครั้งก็ไม่สามารถทำอันตรายได้เลยแม้แต่น้อย ด้วยความนอบน้อมต่อพระอินทร์ เพราะท่านเป็นเจ้าแห่งสวรรค์ การที่ไม่สามารถทำอันตราย “พญาครุฑ” ได้เลย อาจทำให้เทวดาองค์อื่นขาดความยำเกรงพระอินทร์

ด้วยเหตุนี้ “พญาครุฑ” จึงแสร้งทำบาดเจ็บโดยดึงขนออกมาหนึ่งเส้น มอบให้พระอินทร์ว่าตนเองบาดเจ็บจากการรบครั้งนี้ พระอินทร์จึงขนานนามว่า “พญาสุบรรณ” แปลว่า ผู้มีขนงาม จากนั้นพระอินทร์จึงไปทูลพระนารายณ์เจ้าแห่งจักรวาลและเทพผู้เป็นใหญ่ที่สุดมาปราบ “พญาครุฑ” เกิดการต่อสู้กันขึ้น ปรากฏว่า ไม่มีใครแพ้ชนะเท่ากับเสมอกัน จึงต้องยุติการต่อสู้

“พญาครุฑ” กับพระนารายณ์จึงทำสัญญาต่อกัน โดย “พญาครุฑ” จะเป็นพาหนะให้พระนารายณ์ยามเดินทาง แต่ถ้าพระนารายณ์ประทับที่ใดแล้ว “พญาครุฑ” จะต้องอยู่สูงกว่าเสมอจึงเป็นที่มาของ “นารายณ์ทรงครุฑ” ด้วยเหตุนี้ พระนารายณ์เห็นว่า “พญาครุฑ” ได้น้ำอมฤตไปแต่กลับไม่กินเอง นับเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ จึงมอบพรให้ “พญาครุฑ” ๑ ข้อ โดย “พญาครุฑ” ขอพรให้ตนเป็นผู้มีอมตะตลอดกาล ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

จะเห็นได้ว่า “พญาครุฑ” เป็นเทพที่ผู้บูชาจะได้รับพุทธคุณความมั่งคั่งร่ำรวย มีทรัพย์สินคณานับไม่รู้จบ จึงเป็นสัญลักษณ์ของท้องพระคลัง เงินตราแผ่นดิน ล้างอาถรรพณ์ คุณไสย มหาอำนาจ รบไม่เคยแพ้ใคร แม้แต่พระนารายณ์จึงมีฤทธิ์เดชเหนือภูตผีปีศาจเทวดาทั้งมวล “พญาครุฑ” ชอบบินสูงอันเป็นสัญลักษณ์ของการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลื่อนชีวิตทุกอย่างไปในทางที่ดีขึ้น ก้าวหน้าในอาชีพราชการซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา

สำหรับในวงการพระเครื่องพระเกจิอาจารย์ที่ปลุกเสก “พญาครุฑ” ได้นั้นมีไม่กี่ท่าน หนึ่งในนั้น คือ หลวงปู่เส็ง วัดบางนา ผู้สร้าง “พญาครุฑ” ได้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง และเป็นรุ่นแรกๆ ของวงการก็ว่าได้ “พญาครุฑ” รุ่นแรกของท่านมีเนื้อตะกั่วอาบทองแดงเท่านั้น เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางจนมี “ของปลอม” ออกมาระบาดนานแล้วด้วย

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องเล่าสืบต่อๆกันมาและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นธรรมทาน สาธุ สาธุ

ใส่ความเห็น