“พระคงดำ” หรือ “ลำพูนดำ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “พระคงดำ” หรือ “ลำพูนดำ”  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

พระคงดำ เป็นสีที่หายากที่สุดและหาองค์ที่สมบูรณ์ได้ยาก ที่พบโดยมากมักจะถูกศัยกรรมเปลี่ยนสีโดยนำพระสีอื่นโดยเฉพาะสีขาวและสีพิกุลมาตกแต่ง แต่จะสามารถสังเกตได้จากเม็ดแร่ที่มีประปรายตามผิวพระที่เป็นสีแดงจุดๆเรียกว่าแร่ดอกมะขาม(สีแดงดอกมะขาม)จะถูกสีย้อมตามไปด้วยและคราบนวลที่เป็นคราบกรุก็จะเปลี่ยนสีไปด้วย ฉะนั้นพระคงดำที่ดูง่ายจะต้องมีสีอื่นๆผ่านบ้างมีเม็ดแร่ดอกมะขามให้เห็น มีคราบนวลของกรุชัดเจนจะทำให้ง่ายในการสังเกตตรวจสอบ

ความสำคัญของพระคงดำในโบราญได้จารึกไว้ว่า จากพุทธานุภาพและความมีประสบการณ์อันสูงส่ง องค์พระปิยมหาราช รัชการที่ ๕ ได้ทรงเห็นความสำคัญและทรงยอมรับจึงทรงเลือก”ลำพูนดำ”หรือพระคงลำพูนสีดำให้เป็น๑ใน๓อย่าง อันได้แก่ ๑.พระเหล็กไหลนภากาศ ๒.พระคงดำหรือลำพูนดำ ๓.เส้นพระเกษาของล้นเกล้าร.๕ ของสำคัญทั้ง๓อย่างได้ทรงบรรจุไว้ในยอด”ธงชัยเฉลิม” ธงชัยอันเป็นธงสำคัญอันดับหนึ่งของแผ่นดินและเป็นธงชัยธงแรกของการเริ่มต้น ปรับปรุงกองทัพไทยให้ทันสมัยตามอย่างกองทัพตะวันตกที่ถือกันว่าเป็น”อารยประเทศ”เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ แก่เหล่าทหารหาญและประชาชนชาวไทยทั้งมวล”พระองค์นี้ดำสนิทดีจริงๆครับแถมโพธิ์เด้งๆๆ ถ้าเม็ดบัวปั๊มติดละก็น่าดูครับ

พระคงดำพุทธคุณเด่นทางด้านแคล้วคลาดคงกระพันมานานแล้ว อายุการสร้างก็ประมาณพันกว่าปีมีอีกชื่อว่า”ลำพูนดำ”พุทธลักษณะเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับนั่งใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ปางชนะมารหรือ”มารวิชัย” เป็นพระเนื้อดินเผามีหลายสีด้านหลังจะอูมนิดๆ แต่เกี่ยวกับเรื่องนี้คือ พระคงสีดำเคยมีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่อง”ลำพูนดำ”นำแสดงโดยพี่เอก”สรพงษ์ชาตรี”มาแล้ว ภาพพระคงดำจากหนังสือลานโพธิ์ฉบับที่ ๑๐๐๓ ปี ๒๕๕๑

ส่วนเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ตาของผู้เขียนได้เล่าให้ฟังว่า มีชายคนหนึ่งคิดจะลองพระคงดำองค์ที่ตนเองมีอยู่ว่าจะศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ ได้หยิบพระคงดำออกมาพร้อมกับถือขวานด้ามยาวติดมือมาด้วยแล้วนำพระคงดำไปวางไว้ที่ตอไม้สูงขนาดพอดีเป็นตอไม้เรียบๆเมื่อวางแล้วจึงเงื้อขวานขึ้นเต็มที่แล้วเหวี่ยงสุดแรงกะฟันพระคงดำให้ขาดคามือ ผลก็คือโดนครับ แต่แฉลบไม่สามารถทำลายพระได้ แล้วพระก็ได้กระเด็นหายไปในป่าหญ้าแถวนั้น ซึ่งชายคนนั้นเกิดเสียดายพระขึ้นมาจึงได้ค้นหาจนทั่วบริเวณแต่แปลกไม่สามารถหาเจอได้ นี่แหละครับการลบหลู่ดูหมิ่นคุณพระ คิดจะลองพระ จึงต้องสูญเสียพระคงดำไปในที่สุด

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply