พระคาถาคุ้มภัยปราบอั้งยี่ “หลวงพ่อแช่มวัดฉลอง”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ พระคาถาคุ้มภัยปราบอั้งยี่ “หลวงพ่อแช่มวัดฉลอง”  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

พระคาถาคุ้มภัยของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง ภูเก็ต ภะยะมาปันนะ สัตตานัง ภะยะหาเปติ นายะโก สัพเพ อะติกกันนัง ภะคะวันตัง นะมาหิหัง พระคาถานี้เป็นพระคาถาที่หลวงพ่อแช่มท่านภาวนาตลอดเวลา และเป็นพระคาถาที่มีทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพันชาตรีในคาถาเดียว มีกฎว่าผู้สวดต้องห้ามผิดศีลข้อลักทรัพย์และสุราเมรัย พระคาถานี้หลวงพ่อแช่มท่านภาวนากันปืนไฟในการปราบอั้งยี่มาแล้ว ท่านได้ถ่ายทอดให้เสด็จในกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี(แช่ม)เกิดเมื่อปีกุนพ.ศ.๒๓๗๐ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับนามของโยมบิดามารดาของท่าน เมื่อเจริญวัยขึ้นโยมบิดามารดาได้ให้ท่านมาอยู่ที่วัดฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอทุ่งคา (ปัจจุบันคืออำเภอเมืองภูเก็ต) จังหวัดภูเก็ต โดยฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพ่อท่านเฒ่าเจ้าอาวาสวัดฉลองในเวลานั้น หลวงพ่อแช่มได้บรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ศึกษาเล่าเรียนด้านวิปัสสนาธุระอยู่ที่วัดฉลองมาตลอดจนมีความเชี่ยวชาญ หลวงพ่อแช่มเป็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านโดยทั่วไป ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๙๓ พ่อท่านเฒ่ามรณภาพ หลวงพ่อแช่มได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดฉลองสืบต่อมา

ในปี พ.ศ. ๒๔๑๙ เกิดการจลาจลขึ้นในเมืองภูเก็ตจากฝีมือของกลุ่มอั้งยี่กรรมกรขุดแร่ดีบุกชาวจีน ชาวบ้านฉลองที่เคยเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อแช่มได้ชักชวนให้หลวงพ่อแช่มหนีภัยพวกอั้งยี่ไปซ่อนตัวอยู่ที่อื่น แต่หลวงพ่อแช่มไม่ยอมทิ้งวัดหนีไป ลูกศิษย์ของหลวงพ่อแช่มจึงตัดสินใจรวมกลุ่มกันสู้เพื่อปกป้องหลวงพ่อแช่มและขอผ้าประเจียดจากท่านเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ซึ่งท่านได้อนุโลมตามที่บรรดาลูกศิษย์ขอร้อง ลูกศิษย์ชาวบ้านฉลองกลุ่มนี้ต่อมารบพวกอั้งยี่ชนะทำให้คนที่หนีภัยอั้งยี่กลับเข้ามารวมกลุ่มกันสู้พวกจีนอั้งยี่มากขึ้นและอาศัยผ้าประเจียดที่หลวงพ่อแช่มทำขึ้นเป็นเครื่องปลุกใจสำคัญ จนกระทั่งสามารถไล่พวกจีนอั้งยี่ไม่ให้เข้ามาปล้นหมู่บ้านฉลองได้อีก

ในปีต่อมา(พ.ศ. ๒๔๒๐)เมื่อทางการปราบปรามจีนอั้งยี่ภูเก็ตจนราบคาบแล้ว คณะกรมการเมืองภูเก็ตได้ยกความดีความชอบส่วนหนึ่งในการปราบกบฏอั้งยี่ครั้งนี้ให้แก่หลวงพ่อแช่มและเวลานั้นตำแหน่งพระครูสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ตยังว่างอยู่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งให้หลวงพ่อแช่มเป็นพระครูสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต สมณศักดิ์ที่ “พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี” และได้พระราชทานนามวัดฉลองใหม่ว่า”วัดไชยธาราราม” อนึ่งจากเหตุจลาจลอั้งยี่ดังกล่าวทำให้ชาวเมืองภูเก็ตเชื่อว่า ที่ชาวบ้านฉลองรบชนะพวกจีน เพราะท่านพระครูวัดฉลองมีอิทธิฤทธิ์ในทางวิทยาคมจึงนับถือกันว่าท่านเป็นเกจิอาจารย์สำคัญคนหนึ่งมานับแต่นั้น

พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี (แช่ม) ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอาพาธเป็นอุจจาระธาตุพิการเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๑ได้มีการส่งหีบเพลิงไปพระราชทานเพลิงศพที่ภูเก็ต พร้อมเงิน ๑๐๐ เฟื้อง ผ้าขาว ๒ พับ เพื่อใช้ในการพระราชทานเพลิงศพตามธรรมเนียมเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๒

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

Leave a Reply