พระที่ใส่แล้วร่ำรวยมีโชค มีเงินมีทอง มีโชคลาภ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ พระที่ใส่แล้วร่ำรวยมีโชค มีเงินมีทอง มีโชคลาภ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เชื่อว่ามีหลายคนที่นิยมบูชาพระเครื่องต่างก็สงสัยว่า มีพระอะไรบ้างที่ใส่แล้วร่ำรวย มีเงินมีทอง มีโชคลาภ เพราะความต้องการเหล่านี้ย่อมเป็นที่ปรารถนาของทุกคนอยู่แล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่ามีพระอะไรบ้าง สาเหตุที่เมื่อพูดถึงความร่ำรวยแล้วมักจะนึกถึงพระสีวลีและพระสังกัจจายน์เป็นเพราะมีเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาลว่าเมื่อคราวที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จไปพร้อมกับพระสงฆ์จำนวนมาก เมื่อเจอทาง ๒ แยก ทางหนึ่งเป็นทางลัดแต่ไม่มีอาหารไม่มีผู้อยู่อาศัยอีกทางหนึ่งเป็นทางอ้อมแต่มีอาหารและผู้อยู่อาศัยที่จะบิณฑบาตได้ พระพุทธองค์ทรงหันมาตรัสถามว่าพระสีวลีมาด้วยหรือไม่ หากพระสีวลีมาพระองค์ก็จะทรงเสด็จไปในทางลัด เพราะพระองค์ทรงยกย่องว่าพระสีวลีนั้นเป็น “เอตทัคคะ” คือ ผู้เป็นเลิศในทางโชคลาภ

และเมื่อเสด็จไปทางลัดนั้นแม้จะไม่มีบ้านเรือนอาหารให้บิณฑบาต แต่เมื่อมีพระสีวลีไปด้วยปวงเทพเทวดาทั้งหลายก็จะลงมาเนรมิตอาหารและที่พัก ถวายให้แก่พระสงฆ์ทั้งหลายที่เดินทางมาเป็นจำนวนมากไม่ให้ได้รับความลำบากและอดอยากแต่อย่างใด ส่วนพระสังกัจจายน์หรือพระกัจจายนะก็มีประวัติในส่วนนี้คล้ายๆกันคือ เมื่อพระพุทธองค์ทรงเสด็จไปกับพระสงฆ์จำนวนมากและเจอทางแยกจึงทรงถามว่าพระสีวลีมาไหม เมื่อพระสีวลีไม่มาพระองค์ก็ทรงถามต่อว่าพระกัจจายนะมาไหม เมื่อพระกัจจายนะมาพระองค์ก็ทรงไปในทางลัดและก็พบว่ามีเทวดามาเนรมิตที่พักและอาหารให้กับพระสงฆ์ทั้งหลายอย่างอุดมสมบูรณ์ไม่มีความขาดแคลนใดๆเลย เพราะฉะนั้นทั้งพระสีวลีและพระกัจจายนะจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้โดดเด่นทางโชคลาภ

แต่ถ้าพูดถึงความโดดเด่นทางโชคลาภจริงๆแล้วพระพุทธองค์ทรงยกย่องพระสีวลีจะเป็นเอตทัคคะในทางโชคลาภ ส่วนพระกัจจายนะนั้นทรงยกย่องเป็นเอตทัคคะในทางด้านการอธิบายธรรมโดยพิสดาร คือ สามารถนำพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงเพียงย่อๆมาอธิบายขยายความให้ชัดเจนแจ่มแจ้งได้เป็นอัศจรรย์ แต่ท่านเองก็มีบุญบารมีในทางโชคลาภด้วย โดยทั้ง ๒ ท่าน ล้วนเคยสั่งสมบุญกุศลในทางนี้มานับชาติไม่ถ้วน

พระสีวลีนั้นในอดีตชาติท่านสั่งสมบุญกุศลมามากมายและในชาติหนึ่งท่านเคยเกิดเป็นชาวป่าและได้รวงผึ้งมารวงหนึ่ง กะว่าจะเอาเข้าไปเยี่ยมเพื่อนในเมืองแต่ในเมืองขณะนั้นกำลังเตรียมทำอาหารถวายพระพุทธเจ้าในยุคนั้น ทุกอย่างที่ใช้ทำอาหารครบแล้วขาดแต่น้ำผึ้งดิบเพียงอย่างเดียว เมื่อชาวบ้านเห็นพระสีวลีเดินถือรวงผึ้งเข้ามาจึงเข้าไปขอซื้อในราคาที่สูงถึง ๑,๐๐๐ กหาปณะซึ่งเป็นเงินที่สูงมาก พระสีวลีจึงสงสัยว่าทำไมมาซื้อรวงผึ้งในราคาแพงขนาดนี้ ชาวบ้านจึงเล่าให้ฟังว่าจะนำไปทำอาหารถวายพระพุทธเจ้า

เมื่อได้ฟังเช่นนี้แล้ว ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะยอมขายเพราะว่าได้เงินมากกว่าราคาจริงเยอะมาก แต่ให้ราคาเท่าไหร่พระสีวลีท่านก็ไม่ยอมขาย แต่ท่านจะขอร่วมถวายในครั้งนี้ด้วยและอธิษฐานขอให้บุญกุศลที่ท่านได้ทำการถวายรวงผึ้งในครั้งนี้ ส่งผลให้ท่านได้เกิดเป็นเอตทัคคะในทางเป็นผู้มีลาภมากสมัยพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลต่อไป ด้วยเห็นว่าการให้ทานสำคัญกว่าเงินทองมากมาย จึงเป็นบุญกุศลส่งให้ท่านเป็นพระเอตทัคคะผู้มีลาภมากในพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

ส่วนพระกัจจายนะในอดีตนั้นเคยเป็นหมอที่รักษาโรคคนทั้งหลายโดยไม่คิดเงินคิดทอง ส่วนในชาติอื่นท่านก็เคยเกิดเป็นมหาเศรษฐีที่ยอมสละทรัพย์สินของตนซื้อทองคำนำมาทำเป็นก้อนอิฐสร้างเป็นมหาเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระพุทธเจ้าในสมัยนั้น ซึ่งเป็นมหาทานยิ่งใหญ่ ด้วยบุญที่ท่านได้ทำตรงจุดนี้เองจึงทำให้ท่านเป็นผู้เป็นเลิศในด้านโชคลาภที่เกิดมาชาติภพใด มีผิวพรรณที่ผ่องใสสวยงามเป็นอย่างมากจนถึงขั้นที่ถูกเข้าใจผิดคิดว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า เพราะมีผิวพรรณที่สวยงามผ่องใสคล้ายกันมาก เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าการที่พระสีวลีและพระกัจจายนะมีลาภมากนั้น เป็นเพราะว่าท่านทำบุญในอดีตมามาก เป็นผู้ที่มีจิตคิดถึงบุญกุศลมากกว่าเงินทอง

หลวงปู่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายจึงนำความรู้ตรงนี้มาใช้สร้างพระเครื่อง โดยเอารูปลักษณ์ของพระสีวลีหรือพระกัจจายนะผู้เป็นเลิศทางโชคลาภ มาเป็นต้นทางพลังงานโน้มไปสู่พลังงานแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระสีวลี พระกัจจายนะ เพื่อน้อมนำกระแสพลังงานมาใช้ในการปลุกเสกพระเครื่องให้มีความศักดิ์สิทธิ์ โดดเด่นในทางโชคลาภเงินทอง ซึ่งกระแสพลังงานนี้ยังรวมไปถึงกระแสพลังงานของปวงเทพเทวดาทั้งหลาย ที่เป็นญาติมิตรเพื่อนฝูงของพระสีวลีและพระกัจจายนะ ซึ่งเคยมาคอยอุปการะดูแลทั้ง ๒ ท่าน ให้เป็นผู้เลิศในทางโชคลาภในสมัยพุทธกาลด้วยเช่น ตอนที่ท่านไปกับคณะพระสงฆ์ในเส้นทางที่ไม่มีคนไม่มีอาหาร เทวดาทั้งหลายซึ่งเคยเป็นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเคยทำบุญร่วมกันกับท่านมาที่เป็นผู้ลงมาช่วยเนรมิตอาหารและที่พักอาศัยให้สะดวกสบายไม่ขาดแคลนตลอดเส้นทาง

เพราะฉะนั้นเมื่อสร้างรูปลักษณ์ของพระสีวลี พระกัจจายนะแล้ว ผู้สร้างจิตถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยจริงแท้ พระสีวลี พระกัจจายนะก็จะสามารถเชิญบารมีแห่งเทวดาทั้งหลายที่เคยเกี่ยวเนื่องเป็นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่เคยอุปการะท่าน ให้มาประสิทธิ์ประสาทพลังงานและดูแลรักษาผู้ที่ใช้พระเครื่องให้มีโชคลาภไปด้วย แต่จุดมุ่งหมายสูงสุดในการห้อยพระสีวลี พระกัจจายนะนั้นจุดสำคัญคือเป็นกุศโลบายของผู้สร้างพระเครื่องที่น้อมนำให้ผู้ใช้พระเครื่องได้ศึกษาว่าท่านรวย มั่งคั่ง มีโชคลาภมาจากอะไร รวยจากการทำบุญ รวยจากการรู้จักเสียสละไม่เห็นแก่เงินเป็นใหญ่ รู้จักเคารพนบนอบไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รู้จักปฏิบัติธรรม เพราะท่านเป็นผู้ทำบุญมากเทวดาจึงลงมาช่วยเหลือให้ท่านมีโชคลาภมาก

ดังนั้นหากผู้ใช้พระเครื่องอยากมีโชคลาภอย่างท่านก็ต้องหมั่นสร้างบุญกุศลรู้จักทำทาน เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือส่วนรวมเห็นบุญกุศลสำคัญกว่าเงินทองก็จะได้เป็นผู้ร่ำรวยยั่งยืนอย่างแท้จริง เพราะถ้ารวยด้วยเงินสักวันหนึ่งมันก็ต้องหมดไปตายแล้วก็เอาไปไหนไม่ได้ แต่ถ้ารวยด้วยบุญแล้วบุญกุศลนั้นจะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติรวยด้วยบุญของตนเองด้วย รวยทั้งเทวดาลงมาช่วยเหลือ

รูปลักษณ์พระสังกัจจายน์ ในความเชื่อแบบชาวจีน ลัทธิมหายาน

การทำตัวทำใจให้รู้จักพอเพียงเมื่อมีความพอเพียงความจนก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะความจนนั้นเกิดขึ้นเพราะใจเรามีความอยาก ถ้ายังอยากก็แสดงว่ายังไม่พอจะมีเงินเท่าไหร่ก็ถือว่าจนอยู่ แต่ถ้าใจเรามีความพอเพียงเราก็ไม่อยากเมื่อไม่อยากก็แสดงว่ามีพอแล้วก็คือรวยแล้วมีเงินเท่าไหร่ก็รวยก็มีความสุข ดังนั้นหากถามว่าห้อยพระสีวลีหรือพระกัจจายนะ“จะรวยไหม”ตอบได้ว่า “รวยแน่” ถ้าห้อยบูชาแล้วหมั่นสร้างบุญกุศลดำเนินรอยตามพระสีวลีและพระกัจจายนะ

ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

Leave a Reply