พระปิดตาคืออะไร ทำไมต้องพระปิดตา

หากกล่าวถึง พระปิดตา พระปิดตาเป็นพระที่เชื่อว่ามีพุทธคุณในเรื่องของเมตตา มหานิยม หากมีการปลุกเสกจากเกจิอาจารย์ดังๆ บางท่านก็สามารถช่วยป้องกันแคล้วคลาดจากเรื่องร้ายๆได้ วันนี้ไดนำเรื่องราว “ตำนานพระปิดตา” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

พระปิดตาความจริงไม่มีชื่อนี้แต่มักนิยมเรียกกันมานานจนชินปาก“พระปิดตา”ลักษณะขององค์พระท่านเป็นการยกพระหัตถ์ปิดพระพักตร์ มิใช่ยกพระหัตถ์ปิดพระเนตร(ตา) แต่ปิดรวม ตา หู จมูก ปาก และดวงหน้าซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของกาย ส่วนใจเป็นนามก็ปิดโดยสมมุติ นับเป็นอาการสำรวมอายตนะ ๖ ประการ โดยหลักๆพระปิดตาจะมีทั้งหมด ๓ ประเภท

๑.พระปิดตาชนิดปิดตานั่งยองความหมายเดิมคือพระโพธิสัตว์เจ้าในพระครรภ์เรียกว่า พระมหาอุดหรือเป็นพระปิดทวารทั้งเก้าเต็มภาคไม่มีคำเรียกอย่างอื่น

๒.พระปิดตาชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้าความหมายเดิมคือ พระเจ้าเข้านิโรธควรใช้ศัพท์เรียกว่า “ภควัม”ไม่มีคำว่าพระนำหน้าและไม่มีคำบดีหรือปติตามหลังจะเรียกภควันต์ก็ไม่ได้ เพราะคำศัพท์หมายถึงพระอิศวรหรือนามแห่งพระพุทธเจ้า ภควัม ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานหมายความถึงพระปิดทวารทั้งเก้าปิดตาคว่ำพระพักตร์จนมีคำพังเพยว่า”หน้าคว่ำเป็นภควัมเจียวนะ”หมายถึงสาวแสนงอน มองไปหลายตลบก็ไม่พบ พระปิดตาหน้าคว่ำคำราชบัณฑิตหมายถึง ผู้แปลบาลีท่านจะเป็นนักพระเครื่องด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

๓.พระปิดตาชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์ เว้นส่วนอื่นเป็นพระเมตตามหานิยมและลาภผล เรียกว่า “พระควัมปติ”พระปิดตาทั้ง๓ชนิดมีทั้งฝ่ายบู้ ฝ่ายบุ๋น ความหมายมิได้คล้ายคลึงกันเลย ยังมีบุคคลบางท่านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นประเภทเดียวกัน จำต้องสังคายนาให้เห็นชัดสักครั้งเพราะมิผู้นิยม”พระปิดตา”กันมาก

ทั้งนี้จะขอหยิบยกอธิบายเฉพาะพระปิดตาที่ท่านนั่งขัดสมาธิยกมือทั้งสองข้างปิดหน้า ซึ่งเป็นพระที่อุดมทั้งลาภผลและมหานิยมแก่ผู้บูชาสักการะ อันมีประวัติที่มาตามแต่โบราณดังนี้

พระควัมปติหมายถึงพระอรหันต์รูปใดในตำนานพุทธสาวกกล่าวว่า ท่านคือพระควัมปติเป็นพระสาวกรุ่นแรกๆ ของพระพุทธองค์ก่อนอุปสมบทดำรงฐานะอยู่ในขั้นเศรษฐีมีทรัพย์ระดับเดียวกันกับยสมานพ(อ่านยะสะ) เป็นเพื่อนเกลอรักใคร่ชอบพอกันมาก ครั้งเกิดธรรมาพิสมัยจึงพร้อมใจกันอุปสมบทในสำนักของพระบรมศาสดา ภายหลังต่อมาได้บรรลุอรหันต์ทั้งสองรูปท่านพระควัมปติทรงเป็นเอตะทัคคะ ๑ ในพระอรหันต์ผู้ทรงเอตะทัคคะ ๘๐ รูป

ในด้านอินทรีย์สังวรท่านบรรลุซึ่งเตวิชโชหรือวิชชาสามเชี่ยวชาญในอิทธิวิธี เชียวชาญทางวิปัสสนากรรมฐานเคยใช้ฤทธิ์ห้ามกระแสน้ำในลำน้ำสรภู ซึ่งไหลเชี่ยวให้หยุดไหลได้ อาการที่สำรวมทั้งภายนอกภายในโดยเคร่งครัดสม่ำเสมอนี้ ทำให้เทพยดาแลมนุษย์พากันเคารพสรรเสริญ ต่อมาได้พากันสร้างรูปของท่านเพื่อสักการบูชาลักษณะการยกพระหัตถ์ขึ้นปิดพระพักตร์จัดเป็นธรรมาธิษฐาน มิใช่บุคคลธิษฐานเพราะการสำรวมอายะตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่จำเป็นต้องปิดหน้า”พระปิดตา” แต่เป็นการแสดงความหมายให้ทราบเท่านั้น

ตำนานพระปิดตาอีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า “พระปิดตา”ชนิดนี้คือพระมหากัจจายน์เถระเจ้าปางอธิษฐานเนรมิตกาย ความเดิมมีว่าท่านพระมหากัจจายนะเถระเจ้าท่านนี้เป็นเอตะทัคคะในการขยายความย่อให้พิสดารและเป็นผู้วางหลักสูตร พระบาลีมูลกัจจายน์คือการสอนพระบาลีไวยากรณ์ในสมัยก่อน เกิดในวรรณะพราหม์ในสกุลกาญจนโคตร ประกอบผิวพรรณวรรณะ อาการแห่งลีลารวมทั้งวรกายละม้ายคล้ายองค์พระบรมศาสดาเจ้า

หากดำเนินมาแต่ไกลผู้คนมักจะจำผิดพากันคิดว่าพระพุทธองค์เสด็จและแม้แต่เทพยดาก็พากันหลงผิด ลีลาสง่างามยิ่งนักเป็นที่เสน่หานิยมชมชอบของเทพยดาแลมนุษย์ชายหญิงทั้งหลายและพากันถวายฉายาว่า “ควัมปติ” แปลว่าผู้มีวรกายแลละม้ายคล้ายพระศาสดา (ได้ค้นศัพท์ในพจนานุกรมแล้วไม่มีปรากฏ)

ในกาลครั้งหนึ่งโสไรยเศรษฐีบุตรพ่อค้าวานิชได้คุมกองคาราวานไปค้ายังเมืองไกล บังเอิญประจวบเหมาะได้พบเจอกับท่านพระมหากัจจายนะเถระเจ้าก็คิดรำพึงอยู่ภายในไจว่า ภรรยาเรานะนับว่ามีความงามเป็นเลิศ ยังมิอาจเทียบเท่ากับสมณะท่านนี้ หากเราได้ภรรยาเช่นนี้จะปลื้มใจสักเพียงใด พอความนึกคิดสะดุดหยุดลง โสไรยเศรษฐีบุตรพลันกลับกายร่างเป็นเพศหญิงในทันทีทันใด

บังเกิดความละอายยิ่งนักหลบหน้าหลบตาไม่ยอมพบประผู้คน ทั้งไม่ยอมหลับไปยังสถานที่อยู่เดิมทอดทิ้งบุตรภรรยาและบิดามารดาให้รอคอยด้วยความกระวนกระวายใจ สุดท้ายหมดเนื้อหมดตัว ไปได้สามีแลได้บุตร ๒ คน รวมกับบุตรที่มีอยู่เดิม ๒ คน เป็น ๔ คน ยิ่งฟุ้งซ่านใหญ่กาลเวลาผ่านมาหลายปี

จนกระทั้งอยู่มาวันหนึ่งนางก็ได้เห็นท่านพระมหากัจจายนะเถระเจ้าออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ นางจรึงจัดภัตตาหารพร้อมด้วยขันใส่ข้าวสุกไปคอยดักใส่บาตรและกราบทูลความเป็นไปให้ทราบ อ้อนวอนให้ท่านพระมหากัจจายนะเจ้าจงโปรดช่วยเหลือ ท่านมหากัจจายนะเถระเจ้าจรึงนัดพบหลังจากเสร็จจากการบิณฑบาตและกระทำภัตตกิจเรียบร้อยแล้ว

ท่านกล่าวว่านึกไม่ถึงและไม่มีเจตนาแต่ประการใดเพียงแต่มีข้อแม้ว่าหากท่านช่วยอธิษฐานกลับเพศให้ได้ดังเดิมแล้ว โสไรยเศรษฐีบุตรต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระบวรพุทธศาสนาโสไรยเศรษฐีบุตรจึงตกลงรับคำและกลับเพศให้สมปรารถนาท่านพระมหากัจจายนะเถระเจ้าทรงเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบทให้โดยเรียบร้อย ภายหลังต่อมาพระโสไรยได้บรรลุอรหัตตผล

ท่านพระมหากัจจายนะเถระเจ้าจึงทรงรำพึงว่า อันความสวยความงามในรูปกายของท่านทำให้เทพยดาแลผู้คนพากันใหลหลงเป็นของมีโทษเรียกว่ากามวิตก เป็นหนทางแห่งการมัวหมองเราควรจะแปรเปลี่ยนสรีระเสียใหม่ให้สิ้นซึ่งความสง่างาม รำพรึงดังนั้นแล้วท่านก็ทรุดองค์ลงนั่งคู่บรรลังก์ยกหัตถ์ขึ้นปิดพระพักตร์ อธิษฐานเนรมิตวรกายให้มีรูปร่างอ้วนเตี้ยม้อต้อมีอุทรอันพลุ้ยสิ้นซึ่งความสง่างามลักษณะเช่นนี้เรียกว่า บุคคลาอธิษฐาน มิใช่ธรรมาอธิฐาน

ท่านผู้อ่านจะยึดในธรรมาธิษฐานหรือบุคคลธิษฐานหรือจะเชื่อเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งก็สุดแต่ใจเถิด ล้วนเป็นของประเสริฐทั้งสิ้น ปรัศนีนี้มักนำปัญหาค้านแย้งมาให้ขบคิดปัญญาจะได้แตกฉานพระอรหันต์ตามที่กล่าว นี้เป็นคนละองค์ ปรากฏในตำนานพุทธสาวกแลทรงเอตะทัคคะไปคนละแนว

ถ้าหากเป็นองค์เดียวกันปัญหาจะไม่ยุ่งยาก แต่อย่างไรก็ตามท่านพระควัมปติเป็นพระนามตรงและเรียกกันมาแต่โบราณกาลแล้ว สำหรับการแนะแนวถ้าเรานึกบุคคลาธิษฐานท่านก็คือ พระมหากัจจายนะเถระเจ้า ถ้าเราคิดไปในแง่ธรรมาธิฐานท่านก็คือ พระควัมปติคิดไปได้สองแง่สองมุมหรือสองนัยะอย่าไปคิดฟุ้งสร้านติดยึดในรูปนาม นามะ รูปังทุกข์นามารูป์อนิจจ์ นามารูปังอนัตตานั่นเอง

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นตำนานเล่าขานของพระปิดตาที่ได้เล่าสืบทอดกันต่อๆมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจราณญาณในการอ่าน

ใส่ความเห็น