พระยันต์ตะกรุดมหาระงับสาย “ก๋งจาบ” วัดประดู่ทรงธรรม

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ พระยันต์ตะกรุดมหาระงับสาย “ก๋งจาบ” วัดประดู่ทรงธรรม นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

อ.ก๋งจาบ ท่านนับเป็นครูบาอาจารย์ใหญ่สายวัดประดู่ทรงธรรม มีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศหลายองค์แต่ละองค์ที่เป็นลูกศิษย์ ล้วนมีพลังจิตอันเข้มขลังมีพิธีหนึ่งที่วัดจำปา จ.นนท์ฯ เจ้าอาวาสวัดนั้นได้นิมนต์สายก๋งจาบทั้งหมดประกอบด้วย หลวงพ่อเทียมวัดกษัตาธิราช หลวงพ่อกี๋วัดหูช้าง หลวงพ่อแทนวัดธรรมเสน หลวงพ่อปลื้มวัดสวนหงส์ หลวงพ่อยงยุทธวัดเขาไม้แดง หลวงพ่อสละวัดประดู่ทรงธรรม พิธีนั้นเป็นการพิสูจน์อำนาจจิตสมาธิ เพราะปิดประตูโบถส์ตั้งแต่หกโมงเย็นไปเปิดโบถส์อีกทีหกโมงเช้า เจ้าอาวาสได้เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า เกจิแต่ละองค์เข้มขลังนัก นั่งนิ่งไม่ไหวติงตั้งแต่เริ่มจนจบคำนวนเวลาก็สิบกว่าชั่วโมงและทุกองค์ที่กล่าวนามมานี้ ล้วนสร้างตะกรุดมหาระงับทั้งสิ้น

มนต์มหาระงับ (ตะกรุดมหาระงับ) สำนักวัดประดู่ทรงธรรมอยุธยา พระยันต์มหาระงับที่ลงโดยหลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงษ์ที่ว่ากันว่าหลอมไม่ละลาย พระยันต์มหาระงับที่ลงโดยหลวงพ่อนาควัดประดู่ทรงธรรมที่ว่ากันว่ามีการลองของนำไปยิง ๖ นัดด้านทุกนัดทั้งที่พึ่งผ่านไปแค่ครึ่งพิธี พระยันต์มหาระงับที่ลงโดยหลวงพ่อสละวัดประดู่ทรงธรรมที่ว่ากันว่าขนาดตัดรุ้งขาดได้ พระยันต์มหาระงับที่ลงโดย หลวงพ่อกี๋วัดหู้ช้างมีอานุภาพกันอันตรายได้ชงัดนัก ยิ่งพระยันต์มหาระงับที่ลงโดยหลวงปู่เทียมวัดกษัตราธิราชยิ่งมีอานุภาพมากมาย

ในบรรดาเครื่องรางตะกรุดเป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ วัสดุที่นำมาทำตะกรุดเป็นโลหะชนิดต่างๆ กระดาษ ผ้า หรือกระทั่ง ไม้ไผ่ ชนิดต่างๆ หรืออาจจะเป็นวัสดุชนิดอื่นๆ เท่าที่จะสามารถหามาได้ พระคาคาหรือพระยันต์อันศักดิ์สิทธิ์ สำนักที่เลื่องลือและได้รับการยอมรับมาแต่โบราณ ถูกยกย่องให้เป็นตักสิลาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นที่รวมของสรรพวิชาทุกแขนง ก็คงไม่มีที่ใดนอกจากสำนักวัดประดู่ทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา ในภายหลังไม่ว่าเกจิอาจารย์อาจารย์ท่านไหนมักอ้างชื่อสำนักวัดประดู่ทรงธรรมเสมอ

วัดประดู่ทรงธรรมถือเป็นต้นแบบอักขระเลขยันต์ของชาวสยามเลยก็ว่าได้ ในสมัยก่อนผู้ที่จะร่ำเรียนวิชา สายวัดประดู่ทรงธรรมได้ต้องผ่านการฝึกกรรมฐานก่อน อันเป็นพื้นฐานของสรรพวิชาทั่งปวง ครูที่สอนกรรมฐานของวัดประดู่ที่เป็นที่รู้จักคือ ครูจาบ คงสุวรรณ พระเกจิอาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์ครูจาบมีหลายองค์ เช่น หลวงพ่อเทียมวัดกษัตราธิราช หลวงพ่อกี๋วัดหูช้าง หลวงพ่อแทนวัดธรรมเสน หลวงพ่อปลื้มวัดสวนหงส์ หลวงพ่อนาควัดประดู่ฯ หลวงพ่อสละวัดประดู่ฯ

ยันต์มหาระงับถือเป็นยันต์ใหญ่มีอิทธิคุณทางระงับภัยอันตรายต่างๆ จะพบว่ายันต์มหาระงับมีแพร่หลายอยู่หลายสำนัก สายแม่กลองสมุทรสงคราม นิยมเรียกว่า มหาระงับปราบหงษา ซึ่งก็สันนิษฐานว่า มีที่มาจากวัดประดู่ทรงธรรมเหมือนกัน แม้พระยันต์จะแตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเค้าโครงเดิมของวัดประดู่ทรงธรรมอยู่ หลักของยันต์มหาระงับก็ยึดถือพระยันต์ใหญ่เป็นหัวใจหลัก คือ พระเจ้าห้าพระองค์ นะโมพุทธายะ เคล็ดลับสำคัญก็คือ การอาศัยขอกำลังบารมีของพระพุทธเจ้ามาระงับภัยอันตรายทั้งปวง จึงมีการผูกพระคาถาพระบารมีพระพุทธเจ้ามาประกอบในพระยันต์ด้วย จุดเด่นอีกประการหนึ่งของยันต์มหาระงับ คือ ระงับมรณะภัยไว้ด้วย

นอกจากยันต์มหาระงับแล้ว ยังมียันต์อีกหลายชนิดแต่ในกรณีนี้จะพูดถึงมหาระงับก่อนทั้งตัวยันต์และทั้งคาถามหาระงับนั้น หลวงพ่อตี๋(หลานหลวงพ่อกี๋) บอกครูแรงมาก ทั้งในตำราหลวงพ่อสละเองก็ว่าเช่นนั้น
บางท่านหลอนคลี่ดูแรงครูจะเล่นเอา ทำเป็นตะกรุดแล้วอย่าไปคลี่ออก พ่อเทียม พ่อสละ พ่อกี๋ พ่อนาค สายวัดประดู่เหมือนกันแต่การลงไม่เหมือนกัน แต่พอทำสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว พุทธคุณและข้อห้ามเหมือนกัน ข้อห้ามการใช้ของๆสำนักวัดประดู่ทรงธรรมที่ฟังมาจากหลวงพ่อตี๋ท่านบอกว่า ไม่มีเสื่อม ไปรอดราวให้เอาตะกรุดโยนลงน้ำเน่าก็ไม่เสื่อม แต่ข้อห้ามหลักๆคือ ศีล ๕ แค่ตะกรุดลง”นะ”ตัวเดียว แต่ถือศีลถือข้อห้ามครบ ท่านยังบอกเลยว่ามีอานุภาพมากกว่ามหาระงับซะอีก

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ข้อคิดท้ายเรื่อง ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำ ลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูครับ”

ใส่ความเห็น