พระอรหันต์ ผู้สละชีพ ให้เสือกินจนร่างกลายเป็นหิน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงพ่อทองดี ศรีสว่าง พระอรหันต์ ผู้สละชีพ ให้เสือกินจนร่างกลายเป็นหิน   นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หากกล่าวถึงหลวงพ่อคง จตฺตมโลท่านมีนามเดิมว่า คง นามสกุล บุญเอก กำเนิดเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ณหมู่บ้านโนนพุดซา ตำบลกระชอน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หลังอุปสมบทหลวงพ่อคง จตฺตมโลได้ดำรงข้อวัตรปฏิบัติและปฏิปทาของพระป่าออกธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรจนลุถึงซึ่งถิ่นป่าใหญ่อันร่มรื่นซึ่งเป็นสถานที่ๆถูกกับจริยวัตรสำหรับนักปฏิบัติธรรมในการเจริญภาวนากรรมฐาน ท่านเป็นผู้เผยแพร่ “กรรมฐานเปิดโลก” ซึ่งเป็นวิธีการฝึกฝนจิตแนวทางหนึ่งที่ภาวนาไปแล้วก่อให้เกิดปีติที่เรียกว่า “ธรรมลง” ในระหว่างการปฏิบัตินั้นอาจมีการติดต่อสื่อสารกับเจ้ากรรมนายเวรหรือเทพเจ้าอย่างหนึ่งอย่างใดได้

หลวงพ่อคง จตฺตมโล

หลักการฝึกแบบนี้มีส่วนคล้ายกับการทำกรรมฐานมโนยิทธิตามแนวทางของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำซึ่งเมื่อปฏิบัติไปแล้วสามารถเห็นนรกสวรรค์ได้ท่านมักจะบอกเตือนศิษย์เสมอว่า ให้หัดลุกแต่ดื่น ตื่นแต่เช้า อย่าทรนงตน เดี๋ยวธรรมะจะหนี เมื่อธรรมะหนี หน้าจะดำปิ๊ดปี๋ อย่าว่าแต่คนไม่แลดูเลย หมาก็ยังไม่แล อย่าด่วนคุยว่าตนเองดี ว่าตนเองเก่ง เดียวจะเหลิง ฟังแล้วก็เอาไปตรึกตรองด้วย หลวงพ่อก็จิตายไปแล้ว ลูกทั้งหลาย

ในที่นี้ขอกล่าวถึงผู้ถึงพระอรหันต์ที่ยอมพลีชีพเพื่อช่วยเหลือชีวิตอื่นที่หลงเหลือไว้เพียงกายหินจะพูดถึงใครไปไม่ได้นอกจากหลวงพ่อทองดีโดยกายของหลวงพ่อทองดี ศรีสว่าง พระกลายเป็นหินตั้งอยู่ที่วัดเขาสมโภชน์ ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี นั้นได้มีตำนานที่เล่าสืบต่อกันว่า หลวงพ่อคง จตฺตมโลวัดเขาสมโภชน์ จ.ลพบุรีได้เห็นถ้ำอรหันต์แห่งนี้ทางนิมิต ซึ่งตอนนั้นหลวงพ่อคงอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ได้เห็นนิมิตถ้ำว่ามีพระอรหันต์ได้สละชีพเพื่อเป็นอาหารให้เสือแม่ลูกอ่อนจนเหลือร่างเพียงครึ่งเดียว ส่วนชื่อนั้น เป็นการตั้งภายหลังตามเรื่องราวที่พระสงฆ์ปฏิบัติดีบรรลุอรหันต์และสละชีวิตเป็นทานจึงขนานนามว่า หลวงพ่อทองดี ส่วนที่เรียกถ้ำอรหันต์เพราะว่าเป็นถ้ำที่มีพระมาบรรลุอรหันต์ที่นี่นั้นเอง

เมื่อหลายร้อยปีที่แล้วมีพระอรหันต์รูปหนึ่งได้สละร่างสังขารให้เสือแม่ลูกอ่อนกินเหลืออยู่ครึ่งร่างแล้วกลายเป็นหินอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ประมาณปี ๒๕๐๐ ท่านซึ่งขณะนั้นยังอยู่ที่จ.ศรีสะเกษได้นิมิตเห็นญาณของพระรูปนี้จึงธุดงค์เดินทางมาตามนิมิตก็ได้พบร่างท่านจริงชื่อหลวงพ่อทองดี ศรีสว่าง หลังจากนั้นได้เจริญกรรมฐานบำเพ็ญเพียรอยู่ ณ ถ้ำแห่งนี้จนได้บรรลุธรรมในเวลาต่อมา เรื่องเล่าในสมัยของพ่อทองดี ศรีสว่าง มีพระภิกษุหนุ่มที่ท่านบรรลุธรรมในปากเสือ เสือได้ขึ้นมาลากพระภิกษุที่จำพรรษาในวัดป่าไปกินทีละรูปๆ มีอยู่องค์หนึ่งตอนที่ท่านถูกเสือจับไปท่านได้เจริญวิปัสสนาขณะที่ท่านนอนอยู่ในปากเสือข่มเวทนาเจ็บปวดแล้วเจริญวิปัสสนา

หลวงพ่อทองดี ศรีสว่าง

ตอนเสือกินถึงข้อเท้า ท่านบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ตอนกินไปถึงหัวเข่า ท่านบรรลุธรรมเป็นพระสกทาคามี ตอนเสือกินไปถึงท้อง ท่านบรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี ตอนเสือกินไปยังไม่ถึงหัวใจ ท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา หลวงพ่อคง จตฺตมโลได้ละสังขารอย่างสงบในวันที่ ๑๓ ธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๕๓๖อายุรวมกันได้๘๐ปี๙เดือน๓วัน๒๖พรรษา ที่น่ามหัศจรรย์คือแม้จะละสังขารไปนานแล้วแต่ร่างของหลวงพ่อท่านกลับไม่เน่าเปื่อยยังคงรูปกายอยู่ให้ลูกศิษย์ได้กราบไหว้ศักการะจนถึงทุกวันนี้

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ข้อคิดท้ายเรื่อง รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง๑๐กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยใต้บันใดหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนหรือกางเกงในอยู่แล้วหลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้เสื่อมลงได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อใดข้อหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ใส่ความเห็น