พระเครื่องดีจะต้องแพงหรือเปล่า

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ  พระเครื่องดีจะต้องแพงหรือเปล่า นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เคยสงสัยกันมั้ยว่าพระเครื่องที่ดีนั้นจำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเปล่าและพระเครื่องที่มีราคาเช่าถูกจะศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังสู้ของแพงได้ไหม วันนี้เรามาดูประเด็นหลักๆที่ทำให้ราคาเช่าบูชาพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังมีราคาแตกต่างกัน

ชื่อเสียงและผู้ปลุกเสกสร้างพระเครื่อง หากพระเกจิอาจารย์ผู้ปลุกเสกสร้างนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพระเกจิที่มีผู้คนรู้จักนับถือทั่วประเทศ มีบารมี อิทธิฤทธิ์ และบุญฤทธิ์ ด้วยแล้ว พระเครื่องเครื่องรางของขลังที่สร้างเกี่ยวเนื่องกับท่านย่อมมีราคาสูงตามไปด้วยอาทิเช่น สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี, หลวงปู่ทวด วัดช้างให้, หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นต้น

ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น กับพระเครื่องรุ่นนั้นๆ พระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังต่างๆตอนแรกหลวงปู่ครูบาอาจารย์ผู้สร้าง อาจยังมิได้มีชื่อเสียงมากนักแต่เมื่อมีผู้นำไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์อย่างต่อเนื่องเช่น ยิงไม่ออกบ้าง ถูกหวยรวยโชค หรือรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ก็จะทำให้ผู้คนทั้งหลายอยากได้ไปบูชาบ้างจึงมีการเช่าหากันในราคาที่สูงเพิ่มขึ้น ตามความต้องการที่มีมากขึ้น ดังเราจะเห็นว่าพระเครื่องหรือเครื่องรางที่มีราคาแพงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในยุคสงครามเช่น ยุคสงครามอินโดจีน ยุคสงครามโลกฯลฯ อย่างหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ฯลฯ ต่างก็ล้วนมีชื่อเสียงขึ้นมาในช่วงสงครามทั้งสิ้น เพราะเป็นช่วงที่มีโอกาสได้พิสูจน์ประสบการณ์ความศักดิ์สิทธิ์อันเกิดจากพระเครื่องหรือเครื่องรางนั้นๆ เพราะฉะนั้นประสบการณ์ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้พระเครื่องและเครื่องรางมีราคาถูกหรือแพงได้

จำนวนการสร้าง แม้ว่าพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังนั้นจะมีประสบการณ์ที่ดีและผู้สร้างก็มีชื่อเสียง แต่หากมีการสร้างออกมาเป็นจำนวนมากก็จะมีราคาไม่แพงเกินไปเพราะยังพอหาเช่าได้ แม้จะมีความต้องการกันมากแต่ก็ไม่ต้องต่อสู้แย่งราคากัน เพื่อที่ได้มาจะครอบครองยกตัวอย่างเช่น พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษซึ่งพิธีการจัดสร้างดีมาก ครูบาอาจารย์ผู้ปลุกเสกก็นับว่าเก่งมากมายทั่วฟ้าเมืองไทยแต่ก็ยังหาเช่าพระรุ่นนี้ได้ไม่แพงมากเพราะจำนวนการสร้างออกมานับล้านองค์นั่นเอง

การโฆษณา เป็นความแพงที่เกิดขึ้นจากกลุ่มพุทธพาณิชย์บางกลุ่มที่ต้องการขายพระเครื่องที่ตนเองมีอยู่ให้ได้มากๆ และราคาสูง สังเกตได้ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือพระ รายการทีวี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ต่างโฆษณาชวนเชื่อว่าพระเครื่องที่ตนมีอยู่นั้น ดีอย่างนั้นอย่างนี้หรือสร้างประสบการณ์ชวนเชื่อต่างๆนาๆ หากมีใครไปหลงเชื่อก็เช่าบูชากันมากมายโดยคนกลุ่มที่ว่านั้นที่เก็บของอยู่ในมือไว้มากก็ปั่นจนราคาสูงเกินจริงรวยกันถ้วนหน้า สังเกตได้ง่ายๆคืออยู่ดีๆพระก็แพงขึ้นอย่างรวดเร็ว เซียนพระพากันปล่อยของออกแต่ไม่รับซื้อเข้าแต่จะแพงอยู่ไม่นานพออิ่มตัวแล้วก็จะเงียบหายเข้ากลีบเมฆไปเลย เป็นสิ่งที่ควรระวังและนักสะสมต้องพิจารณาให้ดี

พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ พิธียิ่งใหญ่หาบูชาได้ในราคาไม่แพงมาก จะเห็นได้ว่า ความถูกหรือแพงของพระเครื่อง หรือเครื่องรางนั้นมีหลายสาเหตุแต่กลับไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใดเลย เพราะฉะนั้นหากเราสามารถหาหลวงปู่ ครูบาอาจารย์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีศีล มีปัญญา สมาธิ บริสุทธิ์ มีการสอนที่ลึกซึ้งถึงการปฏิบัติซึ่งในยุคปัจจุบันก็ยังมีอยู่หลายรูป บางรูปก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หากเราสืบหาดูดีๆก็สามารถที่จะไปเช่าบูชาพระเครื่องได้ในราคาที่ไม่แพงนัก และยังมีข้อดีคือเราได้รับเองกับมือพระแท้แน่นอน แถมยังได้คุยธรรมะกับท่านเรียกว่าได้ทำบุญกับท่านได้พระดีราคาถูกและยังได้ธรรมะ ได้บุญกุศลติดตัวติดใจกลับบ้านไปอีกด้วย

หรืออาจจะหาพระดีราคาถูกได้จากการดูมวลสารในการสร้างเช่น หากอยากได้พระสมเด็จแต่ไม่มีเงินเช่าบูชาหรือดูไม่เป็นก็ลองหาพระเครื่องที่นำมวลสารพระสมเด็จมาผสมลงไปในการสร้าง อยากได้พระกริ่งชินบัญชรแต่แพงเกินไป ก็ลองมองหาพระกริ่งรุ่นใหม่ที่ผสมก้านชนวนพระกริ่งชินบัญชรมาใช้แทนกันเป็นต้น ซึ่งมวลสารเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เมื่อเอามาผสมสร้างและผ่านการปลุกเสกที่ดี ก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่างกับต้นตำรับ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply