“พระเครื่อง” กันผีได้หรือไม่

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “พระเครื่อง” กันผีได้หรือไม่  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

พระเครื่องทุกองค์ไม่สามารถที่จะใช้ในการไล่ผีได้หมดอย่างที่หลายคนเข้าใจ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าพระเครื่องทุกองค์ไม่สามารถที่จะใช้ในการไล่ผีได้หมดอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะบางครั้งผู้ที่ปลุกเสกก็ไม่ได้เสกเพื่อนำมาใช้ในทางนี้เช่น พระเครื่องบางองค์เน้นปลุกเสกในด้านคงกระพัน บางองค์ปลุกเสกในด้านเมตตามหานิยม เพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าเป็นพระเครื่องที่ปลุกเสกมาในลักษณะนี้ก็คงไม่สามารถใช้ในการไล่หรือป้องกันผีได้

การปลุกเสกลักษณะนี้มักเป็นการเสกโดยคาถาอาคม ซึ่งค่อนข้างมีกำลังจำกัดและมีโอกาสเสื่อมได้ง่าย ต่างกับการเสกด้วยการอธิษฐานจิตบุญฤทธิ์คือตั้งจิตอัญเชิญบุญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ลงมาประสิทธิ์อยู่ในพระเครื่อง ซึ่งพระเครื่องลักษณะนี้สามารถป้องกันภูตผีปีศาจทั้งหลายได้อย่างแน่นอน ด้วยเพราะบุญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้นเป็นบุญบารมีอันสูงสุดมีกระแสสว่างยังไม่มีประมาณ มีพลังในการจำกัดสิ่งชั่วร้ายสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงจึงไม่อาจมากร้ำกรายได้

พระกันผี หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ชัยนาท

เมื่อผู้ปลุกเสกสามารถอัญเชิญบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้จริงแล้วสิ่งที่จะตามมาอยู่เสมอก็คือเทวดาที่จะมาปกปักรักษา เทวดาบางองค์นั้นเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์มากหรืออาจเป็นเทวดาที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันเรื่องนี้โดยตรงเช่น ท้าวเวสสุวรรณ หรือพญายมราช เป็นต้น เพราะฉะนั้นถ้าผู้สร้างสามารถอัญเชิญบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้จริง บริวารของท่านหรือกระแสบารมีของท่านเองก็จะลงมารักษาพระเครื่ององค์นั้นด้วย เมื่อภูตผีได้มาเจอพระเครื่องที่มีกระแสพลังงานเหล่านี้ ก็ไม่สามารถที่จะต่อสู้หรือทนทานได้จนต้องหนีไป

ก่อนอื่นต้องเข้าใจในเรื่องผีให้ถูกต้องด้วยเพราะคำว่า“ผี”นั้นคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคือสิ่งน่ากลัวเป็นวิญญาณที่ตามหลอกหลอน ในความเป็นจริงแล้วอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดบางครั้งผู้ที่มาให้เราเห็นอาจเป็นวิญญาณของญาติพี่น้องที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน บางครั้งอาจเป็นเทวดาที่เคยเป็นเพื่อนฝูงแวะเวียนมาหาหรือมากราบไหว้พระที่อยู่ในคอของเรา แต่เราเห็นแล้วเกิดตกใจกลัวและหาทางขับไล่ไป แน่นอนว่าถ้าเขาเป็นเทวดาหรือเป็นผู้ที่ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อเราแล้วเขาก็ย่อมไม่กลัวพระแน่นอน

เคยมีเรื่องเล่าว่าบางคนสวดมนต์ไล่แต่เขาก็ไม่หนีแถมสวดกลับให้เราแล้วบอกว่าสวดผิดตรงไหนอีกด้วยก็มี ถ้าในกรณีแบบนี้ พระก็คงไม่ไล่ผีแต่เราคงต้องไล่ความกลัวหรือความเข้าใจผิดของเราเองให้หมดไปมากกว่า แต่ในกรณีที่ผีนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราเขาก็อาจจะมาหลอกหลอนและทำร้ายเราด้วยความโกรธแค้น การแผ่บุญให้เขานั้นต้องใช้เวลามากกว่าผีทั่วไป โดยให้เรากำพระเครื่องไว้ด้วยจิตศรัทธามั่นคงตั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นประธานในการแผ่เมตตารวมบุญทั้งหลายทั้งปวงที่เราเคยได้ทำ แล้วแผ่ให้เขาไปเรื่อยๆกระแสพลังงานแห่งพระรัตนตรัยที่สงบเย็นและสว่างอย่างไม่มีประมาณ จะทำให้ความโกรธแค้นอาฆาตของเขาบรรเทาลงได้ ให้ทำสม่ำเสมอจากความแค้นมากก็จะลดน้อยลงหรือบรรเทาเบาบางจนอาจจะอโหสิกรรมเลิกจองเวรกันไปในที่สุด

คาถากันผี หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ชัยนาท

สรุปได้ดังนี้ว่า เวลาเราไปไหนทุกหนทุกแห่งหมั่นเอาพระในคอมาสวดมนต์ไหว้พระแผ่เมตตาอยู่เสมอก็จะสามารถป้องกันภูติผีและอันตรายต่างๆได้อย่างแน่นอน แม้แต่ผีที่ถูกบังคับสั่งให้มาทำร้ายเราด้วยเวทย์มนต์คาถาเช่น ผีพราย กุมารทอง ฯลฯ ด้วยบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่เป็นประธานนั้นรับประกันได้เลยว่าถ้าจิตเราถึงพระจริงๆแล้ว เทพเทวาทั้งหลายจะมาปกป้องรักษาอยู่ตลอดไม่มีภูตผีปีศาจตนใดจะเข้ามาทำอันตรายเราได้เลย

ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี ๒๐๐๖
หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing / แมนภพพระ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply